งานเลี้ยงของจักรพรรดิเอลากาบาลุส

งานเลี้ยงของจักรพรรดิเอลากาบาลุส

หากคุณนั้นได้คิดถึงงานเลี้ยงแล้วพวกคุณเองก็อาจจะนิกถึงงานเลี้ยงที่มีความสุขกันใช่หรือไม่การสังสรรค์การที่ได้เจอหน้าผู้คนที่ไม่ได้เห็นมานานหลายเดือนและภาพที่ได้เห็นนั้นก็คือความสุขสนุกสนานกันใช่หรือไม่

แต่แท้ที่จริงแล้วมันจะมีใครรู้หรือไม่ว่ามันจะมีงานเลี้ยงที่โหดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความโหด เถื่อน วันนี้เรามาดูงานเลี้ยงที่โครตโหดมากที่สุดในประวัติศาสตร์

งานเลี้ยงจักรพรรดิเอลากาบาลุส

หนึ่งในจักรพรรดิที่สุดอือฉาวจักรพรรดิเอลากาบาลุส องค์นี้ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นจากนั้นก็บริหารบ้านเมืองแค่ไม่กี่ปีเท่านั้นบ้านเมืองกลับได้พังเลอะเทอะไปหมดจึงทำให้มีคนจนเพิ่มมากขึ้นทุกวันและยังได้เป็นที่รู้จักกันดีในอาณาจักรโรมันว่าจักรพรรดิเอลากาบาลุสนั้นชอบจัดปาร์ตี้ ซึ่งได้เป็นความชอบส่วนพระองค์เองที่ชอบจัดปาร์ตี้ทุกวันทุกคืน

โดยที่พระองค์นั้นไม่เคยสนใจเลยว่าบ้านเมืองนั้นมันจะเป็นอย่างไง ส่วนเสด็จแม่ของพระองค์นั้นถึงกับต้องส่ายหัวกันเลยทีเดียวส่วนงานเลี้ยงนั้นเป็นงานที่สุดจะอลังการมากฟุ่มเฟือยสุดๆแม้แต่อาหารที่ได้นำเอามาเลี้ยงแขกนั้นก็แสนจะสุดพิเศษอย่างเช่นสมองนกหรือสัตว์แปลกๆที่คนไม่ค่อยจะนิยมรับประทานกันรวมไปถึงอาหารพิเศษในยามค่ำคืนอย่าเช่นนำเอาอัญมณีผสมลงไปในอาหารอีกด้วยอีกทั้งถั่วนั้น

ก็ยังได้เคลือบไปด้วยทองคำ นอกจากนี้พระองค์เองก็ยังชอบที่จะแกล้งประชาชนที่ได้เข้ามาร่วมงานอีกด้วยเช่นนำเอาอาหารปลอมๆที่ได้ทำมาจากเครื่องปั้นดินเผาเอามาให้แขกกินหากใครไม่กินก็จะต้องตายจากนั้นจึงได้ทำให้แขกนั้นหน้าเสียไปตามๆกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันยังไม่โหดพอแต่สิ่งที่มันมีความโหดมากที่สุดก็คือการปล่อยให้เสือหรือสิงโตให้เข้ามาในงาน

เพื่อทำให้แขกตกใจที่ได้เข้ามางานเลี้ยงในทุกๆวันทุกๆคืนนั้นแขกที่ได้เข้ามาร่วมงานที่นี่ที่จะต้องมีคนตายอย่างแน่นอนและวันดีคืนดีใครที่พูดไม่เข้าหูของพระองค์ก็จะโดยเช่นกันและในท้ายที่สุดแล้วเจ้าชายจักรพรรดิเอลากาบาลุสก็ได้ถูกเหล่าทหารที่ได้รักษาพระองค์ได้นำเอามาตัดหัวไปพร้อมๆกับมารดาของตัวเอง

เนื่องจากว่าพระองค์นั้นไม่ดูแลบ้านเมืองและยังชอบจัดปาร์ตี้ทุกวันทุกคืนอีกด้วยซึ่งก็ได้ทำให้เงินนั้นได้หายไปเรื่อยๆจึงได้ทำให้ประชาชนนั้นได้ทนไม่ไหวก็ได้ก่อจลาจลก่อนที่จะนำเอาศพของพระองค์นั้นได้ถูกลากไปกลางเมืองและนำเอาศพไปทิ้งที่แม่น้ำกลางกรุงโรมซึ่งก็ได้จบชีวิตเพียงวัยแค่19ปี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 slot

หมู่บ้านในฝันของคุณเป็นแบบไหนกัน?

คนเราทุกคนหลายก็ได้มีความใฝ่ฝันที่อยากจะมีหมู่บ้านอย่างไรและเราก็ยังได้เชื่ออีกว่าทุกคนนั้นก็จะต้องเลือกหมู่บ้านที่มันมีทิวทัศน์ที่สวยงามดูไม่เหมือนกับหมู่บ้านอื่นๆแต่อย่างไรก็ตามโลกใบนี้มันก็มีหมู่บ้านที่ไม่เหมือนกับหมู่บ้านอื่นๆ

ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วยซึ่งมันจะทำให้คุณนั้นได้หลงไหลไปกับความเป็นธรรมชาติที่มันได้ถูกสร้างเอาไว้และยังมีความอุดมสมบูรณ์ไม่เหมือนกับที่ไหนๆและมันจะมีหมู่บ้านอะไรกันมาดูเลย

หมู่บ้านBan Rak Thai หรือหมู่บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

ในวันนี้เราจะพากันไปพบกับหมู่บ้านที่คนภายในประเทศไทยที่สามารถเข้าไปเที่ยวชมกันได้อย่างแน่นอน สำหรับหมู่บ้านรักไทยนั้นได้เป็นหมู่บ้านของชาวจีนยูนานที่ในอาดีตนั้นได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานรกรากอยู่ที่บริเวณพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งจะมีความสูงที่อยู่เหนือกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ1,677เมตร นอกจากนี้ต้องขอบอกเลยว่าจะมีระดับความหนาวกันตลอดทั้งปีกันเลยทีเดี่ยว

ซึ่งในบรรยากาศของหมู่บ้านนั้นได้ถูกโฮบล้อมไปด้วยภูเขาและหมอกนอกจากนี้ภายในบริเวณของหมู่บ้านนั้นก็ยังได้มีทะเลสาบที่สวยงามมากๆอีกด้วย และที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ก็ยังได้มีบ้านพักที่เอาไว้สำหรับให้บริการนักท่องเที่ยวที่ได้มีเอกลักษณ์ที่มีความแตกต่างกันออกไปอีกทั้งยังได้มีไร่ชาที่ได้ปลูกเอาไว้โดยรอบๆหมู่บ้านอีกด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าอารมณ์เหมือนไปเหมือนจีนยังไงก็ไม่รู้

หมู่บ้านTrou de Bozouls หรือ หมู่บ้านหลุมยักษ์ในฝรั่งเศส

ซึ่งใครที่ได้ฟังชื่อหมู่บ้านแห่งนี้แล้วใครต่อใครก็ยังงง ทำไมหมู่บ้านแห่งนี้ถึงได้ไปสร้างอยู่ที่บนหลุมซึ่งหมู่บ้านเหนือรู ซึ่งต้องบอกได้เลยว่ามันได้เป็นหมู่บ้านที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก เนื่องจากนี้สถานที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็ได้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่แคนยอนที่มีรูปทรงเกือกม้า ซึ่งมันก็ได้เกิดขึ้นมาเอง

โดยธรรมชาติ และมันก็เหมือนกันกับแคนยอนโดยทั่วๆไปบอกได้เลยว่ามันได้ก่อตั้งขึ้นมากกว่า60ล้านปีก่อนและด้วยที่หมู่บ้านส่วนใหญ่นั้นได้ตั้งอยู่บนหน้าผาที่ได้มีความสูงประมาณ100-400เมตรและผู้คนที่อยู่ที่นี้นั้นพวกเขาได้เคยชินกับหน้าผาที่แห่งนี้

แล้วยังไม่มีความกลัวกับหน้าผาที่มีระดับความสูงแบบนี้อีกด้วย แต่ในทางกลับกันแล้วพวกเขาก็ยังได้อาคัยอยู่ที่หน้าผาที่มันได้เต็มไปด้วยต้นไม้ ซึ่งเราขอบอกได้เลยว่ามันได้เป็นหมู่บ้านที่มันได้มีทิวทัศน์ที่มีความสวยและงดงามและยังได้เป็นสถานที่ที่มันมีอยู่แค่เพียงไม่กี่แห่งที่มันมีอยู่บนโลกใบนี้

 

สนับสนุนโดย  next88 สมัคร

งูยักษ์ที่ถูกค้นพบได้ว่ามันมีชีวิตอยู่ประมาณ60ล้านปีที่แล้ว

ไททันโอโบอา

สำหรับชื่อนี้ได้ฟังแล้วก็อาจจะขนลุกกันใช่ไหม ซึ่งชื่อนี้มันได้เป็นชื่อของงูที่มันได้มีตัวที่ขนาดใหญ่ที่มันได้เป็นงูที่ไม่มีพิษ เพราะมันได้เป็นสัตว์นักล่าที่ได้อยู่ในช่วงของโลดยุคดึกดําบรรพ์ที่มันได้มีความน่ากลัวกันเลยที่เดียว ซึ่งมันจะมีรูปร่างที่ดูคล้ายกับงูอนาคอนดาแต่มันจะมีลักษณะใหญ่กว่าอนาคอนดาอีกเยอะ

แต่สำหรับในปัจจุบันนี้ ก็ยังไดสันนิษฐานกันอีกว่าเจ้างูยักษ์ใหญ่ขนาดนี้มันได้สูญพันธุ์ไปแล้วแต่ถึงอย่างไรก็ตามในช่วงปี1959 ซึ่งก็ได้มีนายทหารคนหนึ่งที่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจที่ได้อยู่ด้านบนเฮลิคอปเตอร์ที่ได้มีความสูงประมาณ150เมตรในประเทศคองโกจากนั้นเขาก็ได้พบกับเจ้างูที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ตัวหนึ่งที่มันกำลังออกมาจากที่พักของมัน

เพื่อที่มันนั้นจะทำการบุกเข้าโจมตีกับเฮลิคอปเตอร์จากนั้นเขาก็ได้ขับเฮลิคอปเตอร์เข้าไปให้ได้ใกล้มากที่สุดจากนั้นเขาก็ได้ถ่ายรูปภาพของมันเอาไว้ได้ เนื่องจากว่าเจ้างูยักษ์ใหญ่ขนาดนี้มันได้มีขนาดของลำตัวใหญ่และยังได้มีสีน้ำตาลอมเขียวส่วนหน้าท้องของมันนั้นเป็นสีขาวมีความยาวประมาณ15เมตร

อกจากนี้งูไททันโอโบอามันจะมีรูปร่างที่มันดูเหมือนกับงูอนาคอนดาและมันยังได้มีนิสัยที่คล้ายกันอีกด้วย ซึ่งมันจะชอบหากินสัตว์ที่อยู่ในน้ำ และมันก็ได้มีความยาวที่เฉลี่ยมาอยู่ที่13เมตรและมันก็อาจจะมีความยาวได้มากถึง15เมตรเลยทีเดียวอีกทั้งเมื่อมันได้มีตัวโตเต็มวัยแล้วมันอาจจะไม่มีน้ำหนักที่ถึง2ตัน

นอกจากนี้ในปัจจุบันก้ยังได้มีการค้นพบซากฟอศซิลของงูไททันโอโบอา ซึ่งซากฟอสซิลนั้นมันก้ได้ถูกค้นพบที่ประเทศโคลอมเบียส่วนที่พบเจอนั้นมันจะมีลักษณะที่ใหญ่คาดว่ามันจะเป็นกระดูกสันหลังที่ได้พบมันก็จะมีจำนวนประมาณ180ชิ้น และยังสันนิษฐานว่ามันน่าจะเป็นของูทั้งหมดโดยรวมแล้วประมาณ12ตัว

ซึ่งได้ถูกค้นพบได้เมื่อในปี2007 กระดูกสันหลังของมันนั้นจะมีขนาดที่ใหญ่กว่างูอนาคอนดามากไททันโอโบอามันมีชีวิตอยู่ในช่วงยุคของพาลีโอ ซีนประมาณช่วง56ถึง60ล้านปีก่อน เนื่องจากในยุคนั้นมันได้มีภูมิสภาพที่ได้เป็นป่าดิบชื้นมีอุณหภูมิตลอดทั้งปีโดยประมาณ30ถึง34องศาเซลเซียสไม่อยากจะคาดเลยว่าเจ้างูชนิดนี้มันจะมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันอยากรู้ว่ามนุษย์เรานั้น

ยังจะมีชีวิตอยู่อีกหรือไม่หรือไม่มันก็อาจจะไปขยายพันธุ์อยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้และมันก็จะกลับมาอีกครั้ง

เรืออับปางลงเพราะถูกหลอกจากนางเงือกสามพี่น้อง

เนื่องจากเรื่องท้องท้องทะเลแล้วก็ยังได้มีเรื่องราวมากมายตั้งแต่สมัยยุคโบราณ ซึ่งมันอาจจะเป็นในส่วนของการผจญภัยเล่าที่เกี่ยวกับความลับมากมายที่ได้กล่าวคานกันมาถึงปัจจุบัน

การเดินทางข้ามมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ซึ่งก็ได้ทำให้เหล่าที่ชื่นชอบการเดินเรือก็ต้องพบเจอกับพายุ ที่ได้มีคลื่นทะเลที่แรง มันจึงได้ทำให้บรรดาเรือต่างๆอับปางจมลงอยู่ใต้ท้องทะเลมหาสมุทร ความอาถรรพ์ของบรรดาเรือที่ได้อับปางจมลงไปก็ยังได้เป็นสิ่งที่ได้บอกกล่าวต่อนักเดินเรือ จนมันได้กลายมาเป็นเรื่องราวที่น่าตะลึ่งในปัจจุบันและวันนี้เราจะพบคุณไปพบกับเรือลึกลับที่มันยังคงแล่นอยู่บนท้องทะเลโดยที่ไม่มีลูกเรือ

เรือThe Caleuche

สำหรับเรือลำนี้ยังได้เป็นเรืองที่ได้มีชื่อเสียงในตำนานที่ชอบทำให้เห็นอยู่แถวหมู่เกาะชีโลเอที่ได้อยู่ฝั่งตอนใต้ของประเทศชิลี ซึ่งตามตำนานของคนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นได้เล่าว่าเรือThe Caleucheที่มีความบึกลับลำนี้ มันได้เกิดขึ้นมาจากดวงวิญญาณของคนที่ได้เสียชีวิตในท้องทะเล

เนื่องจากสาเหตุนั้นมันก็ได้เกิดขึ้นมาจากได้มีสามพี่น้องที่เป็นนางเงือกที่ได้ทำการหลอกล่อจึงได้ทำให้เรือที่อยู่บนทะเลนั้นถึงต้องอับปางจมทะเล จึงได้ทำให้เหล่าดวงวิญญาณเหล่านี้ไม่ได้ไปเกิดซักที่จากนั้นก็ได้มีการรวมตัวของเหล่าดวงวิญญาณจากนั้นมาก็ได้กลายมาเป็นเรือผีที่ได้มีความลึกลับแห่งนี้ นอกจากนี้ก็ยังได้มีบางตำนานยังได้ออกมาเล่าอีกว่าเรือThe Caleucheลำนี้มักจะชอบปรากฎให้เห็นว่ามันได้เป็นเรือโบราณที่มันได้มีขนาดที่ใหญ่

ทั้งยังได้มีความสวยงามตระการตาที่บนเรือนั้นยังได้เต็มไปด้วยเพลงและแสงไฟต่างๆรวมไปถึงเสียงของผู้คนที่ได้หัวเราะกันเป็นจำนวนมาก สำหรับเรือThe Caleucheที่ได้ออกมาให้เห็นแล้วเรือThe Caleucheมันก็จะหายไปในทันทีหรืออาจจะจมอยู่ใต้ท้องทะเลลึกทั้งนี้เรื่องราวที่ได้มีการเล่ามาจากในตำนานนั้น

มันก็ยังได้เป็นที่สงสัยอยู่ดีว่าทำให้เรือดังกล่าวนี้ถึงยังได้คงวนเวียนอยู่ในท้องทะเลแห่งนี้ทำไมถึงไม่ได้ไปเกิดกันซักทีนอกจากนี้อย่างไรก็ตามเรือดังกล่าวลำนี้มันก็ยังคงได้เป็นเรื่องราวที่ทำให้นักเดินเรือทั้งหลายต่างก็ได้ขนลุกไปตามๆกันจนไม่อยากที่จะเดินเรือไปยังสถานที่แห่งนั้นเพราะถ้าหากเดินเรือไปที่แห่งนั้นอาจจะถูกหลอกจากนางเงือกสามตนนั้นทำให้เรืออับปางจมลงในท้องทะเลอีกลำก็เป็นได้

 

สนับสนุนโดย  9luck

2สิ่งที่ได้ถูกพัฒนามาจากธรรมชาติ

เข็มที่ได้เลียนแบบมาจากปากยุง

การที่จะแก้โจทย์ของปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิถีทางธรรมชาติหรือในการคัดเลือกของธรรมชาติมันได้เป็นสิ่งที่ทางนักวิทยาศาสตร์ได้พยายามที่จะทำความเข้าใจและได้มีการทดลองทำตามเพราะมันได้ช่วยทำให้เรานั้นได้ประหยัดเวลาไปได้อย่างมาก เนื่องจากสิ่งที่มันได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติได้มีการผ่านการปรับเปลี่ยนและคัดสรรมาแล้วหลายล้านปีและเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปคิดเอาเองหรือแม้แต่เข็มฉีดยาหรือเข็มที่มันสามารถที่จะเจาะเอาไปสู่เส้นเลือด

เพื่อในการถ่ายเลือดและได้นำส่งยาเข้าไปสู่ในร่างกายของคุณโดยจะทำให้มันได้เจ็บปวดอย่างน้อยที่สุดก็เกิดจากความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่ได้มีการศึกษาและได้มีการเลียนแบบการทำงานด้านเข็มที่มันได้มีอยู่แล้วตามธรรมชาติโดยมนุษย์นั้นก็ได้ประสบความสำเร็จมาจากยุงที่จะมองดูแล้วมันจะเป็นเหมือนกับสัตว์ที่ได้ไรประโยชน์และได้สร้างความลำคานอีก

ทั้งมันยังได้เป็นภาหะของโรคแต่มันก็ได้ทำให้เหล้านักวิทยาศาสตร์ก็ได้ตื่นตาตื่นใจกับความสามารถเพราะมันมีความสามารถที่จะกัดคนได้โดยที่คนนั้นไม่ได้มีความรู้สึกอะไรด้านงานวิจัยที่ได้มีความเกี่ยวพันกับโครงสร้างและการทำงานของปากเจาะของยุงจึงเกิดขึ้นและก็ประสบความสำเร็จในการเลียนแบบยุงมันจึงทำให้เรานั้นได้เข็มที่มีความสามารถในการที่จะเจาะเข้าทะลุเนื้อและมีความเจ็บปวดที่น้อยลงกว่าเดิมแต่จะไม่คันหลังการเจาะเหมือนกับยุง

ตีนตุ๊กแก สู่แถบกาวพลังอึด

ในตุ๊กแกที่คุณนั้นหลงรักมักจะมีพร้อมกับสิ่งปริศนาอัศจรรย์ที่ได้มีการอัดแน่นไปในทุกช่วงของชีวิตเพราะมันสามารถที่จะปีนผนังหรือยืดเกาะติดกับพื้นผิวได้ทุกประเภคโดยที่จะไม่สูญเสียพลังในการยืดเกาะเลยแม้แต่น้อยสำหรับมนุษย์นั้นก็ได้มีการแกะรอยที่จะรอกเลียนแบบตีนตุ๊กแกมาอย่างช้านานและพวกเราก็จะพบว่าคุณสมบัติในการที่ยืดเกาะชั้นยอดนั้นมันได้มาจากขนที่ได้มีขนาดจิ๋วเป็นล้านๆเส้นที่มันอยู่ใต้นิ้วเท้าด้านทีมวิจัยจากเอ็มไอทีก็ได้มีวิทีที่จะเลียนแบบวิธีนี้

โดยจะพัฒนาขึ้นมาเป็นแถบกาวพลังตุ๊กแกในชื่อGECKSKINที่มันได้มีความเหนี่ยวอย่างมหาสารเพียงขนาดเท่ากระดาษจดซักแผ่นก็สามารถที่จะมีแรงยึดถึงประมาณ317กิโลกรัม นอกจากนี้มันยังได้มีความยืดหยุ่นสูงจนมันสามารถที่จะดัดแปลงไปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆได้อย่างมากมายอย่างแผ่นที่ใช้สำหรับปิดบาดแผลแทนการเย็บหรือถุงมือไต่ตะกายตึกมันก็ยังสามารถที่ยังจะเป็นไปได้เช่นกัน

4สัตว์ที่มีอวัยวะที่สุดแปลกเอาไว้ป้องกันตัว

สำหรับใครหลายคนก็น่าจะเคยดูสารคดีสัตว์โลกกันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อยและแน่นอนว่าสัตว์บนโลกเราใบนี้ได้มีความสามารถที่ต่างกันเป็นล้านๆแบบและในวันนี้เราจะมาดูอวัยวะของสัตว์โลกว่ามันมีอะไรที่มันน่าสนใจบ้างรับลองว่ามนุษย์ตาดำๆอย่างเราจะต้องอิจฉากันอย่างแน่นอนกับอวัยวะที่น่าทึ่งของสัตว์โลก

 เซลล์พลานาเรีย

พลานาเรียนั้นมันคือหนอนตัวแบนที่มีความสามารถที่ไกล้เคียงกับอมตะมากที่สุดพวกมันสามารถที่จะงอกแขนขาออกมาได้และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อได้ตัดพลานาเรียออกไปเป็นชิ้นส่วนชิ้นส่วนเหล่านั้นจะเติบโตเป็นหนอนตัวใหม่เกิดขึ้นมาโดยยังคงความทรงจำของหนอนดั้งเดิมเอาไว้ได้อีกด้วยอาจจะเรียกได้ว่าพลานาเรียสามารถที่จะโคนตัวเองได้ก็ไม่ผิดนั่นเอง

อวัยวะรับฟีโรโมนของงู

งูทั่วไปจะมีอวัยวะที่รับฟีโรโมนที่แตกต่างจากสัตว์ประเภคอื่นมันสามารถช่วยตามรอยเหยื่อได้จากระยะที่ไกลมากด้วยจากการตรวจจับฟีโรโมนที่แม่นยำมากจากการที่มันนั้นได้ใช้ลิ้นสัมผัมกับกลิ่นฟีโรโมนในอากาศได้โดยที่ไม่ต้องไปสัมผัสโดยตรง ซึ่งถ้าเรามีความสามารถเช่นนี้ก็ไม่มีผู้ร้ายคนไหนที่หนีเนื้อมือผู้รักษากฏหมายไปได้

 ตับของกบไม้

คิดดูสิว่าถ้าหากว่าคุณนั้นได้ตกลงไปในลำธารหนาวหรือปีนขึ้นยอดเขาเอเวอเรสต์ได้โดยที่ไม่เสียชีวิตหรือแม้แต่จะโดยแช่แข็งจะดีแค่ไหนสำหรับกบไม้พวกมันสามารถลดการเผาผลาญพลังงานให้ช้าลงอย่างมากจนน่าตกใจรวมทั้งหยุดการทำงานของอวัยวะทั้งร่างได้และไม่ต้องใช้ออกซิเจนด้วยความลับของตัวมันก็คือการหลั่งกลูโคสจากตับเข้าสู่กระแสเลือดและบังคับให้เข้าสู่อวัยวะภายในทั้งหมดทำหน้าที่เป็นสารต้านความแข็งตัวตามธรรมชาติได้

 ตาของดาวทะเลเปราะ

ดาวทะเลเปราะคือสิ่งที่มีชีวิตที่น่าทึ่งเมื่อมันสามารถมองเห็นจากสิ่งรอบตัวจากทุกทิศทางได้แม้ว่ามันไม่มีดวงตาก็ตามนี่เป็นเพราะคิดตรองที่อยู่รอบตัวของพวกมันทำน่าที่เชื่อมต่อสัญญาณจากการรับรู้ทิศทางของแสง ซึ่งมนัได้เกิดจากเซลล์จำนวนมากบนตัวมันที่ได้ไวต่อแสงเป็นจำนวนมากลองคิดดูถ้าหากว่าในตัวคนเรานั้นมีความสามารถดั่งเช่นนี้

เราจะไม่มีวันโดนทำร้ายจากคนด้านหลังหรือจะโดนของตกใส่เป็นแน่นทั้งนี้ในลำตัวของพวกมันนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ต้องกลัวจากอันตรายที่ไหนทั้งนั้นเพราะในตัวของมันนั้นได้มีเซลล์ที่สามารถตรวจจับจากสิ่งที่จะเข้ามาทำร้ายได้จากระยไกลได้เป็นอย่างดี

เรื่องราวของยุคตื่นทอง

คุณคงจะรู้จักทองคำแลอันมีค่าที่ใครในหลายๆคนนั้นอย่างจะมีเอาไว้ในครอบครองและในวันนี้เราจะพาคุณมาพบกับเรื่องจริงของทองคำที่คุณนั้นอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน

มีทองคำมากแค่ไหน

โดยส่วนใหญ่แล้วอะไรที่มันมีน้อยหรือว่าหาได้ยากของสิ่งนั้นก็มักจะมีมูลค่าสูงและทองคำเองมันก็ได้เป็นหนึ่งในนั้นแล้วพวกคุณรู้กันหรือไม่ว่ามีจำนวนทองคำมากมายขนาดไหนที่ได้ถูกมนุษย์นั้นได้ขุดนำเอาขึ้นมาใช้ ซึ่งในเรื่องนี้ทางสมาพันธ์ทองคำโลก(World Gold Council)ได้มีการเปิดเผยเอาไว้ว่าตั้งแต่ในอดีตจนถึงในปี2017

พวกเขาได้ประมาณการณ์เอาไว้ว่าน่าจะมีทองคำที่ถูกขุดขึ้นมาเป็นจำนวน190,040ตันและถ้าหากเรานำเอาทองคำอันบริสุทธิ์เหล่านี้มาทำเป็นก้อนสี่เหลี่ยมลูกบาศก์มันจะมีความยาวด้านละ21เมตรและจากปริมาณทองคำทั้งหมดนั้นประมาณ47.7%ได้ถูกนำเอามาใช้สำหรับในการทำเครื่องประดับ21.1%ได้ใช้สำหรับในการลงทุน17.1%สำหรับธนาคารกลางและอีก14.1%ได้ใช้สำหรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและจุดประสงค์อื่นๆ

ยุคตื่นทองในแคลิฟอร์เนีย

เรื่องราวได้เริ่มขึ้นในปี1848ในโรงเลื่อยแห่งหนึ่งที่เมืองsacramento รัฐCaliforniaจากการที่มีชายคนหนึ่งที่ชื่อว่านายjameshalได้ตกลงไปในลำธารที่อยู่ข้างโรงเลื่อยจากนั้นก็พบว่าโคลในใต้ลำธารแห่งนี้มันได้มีทองคำมากมายปะปนอยู่จากนั้นข่าวก็ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วจึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากมายมหาสารได้เดินทางเข้ามาที่โรงเลื่อยแห่งนี้โดยพวกเขาหวังว่าทองคำเหล่านี้นั้นจะช่วยพลิกชีวิตและได้เปลี่ยนพวกเขาให้เป็นเศรษฐีในช่วงข้ามคืนและผลจากกระแสตื่นทองนี้

ก็ได้ทำให้เมืองซานฟรานซิสโกที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้มีประชากรเพิ่มขึ้นในหลายเท่าตัวจากเดิมที่มีจำนวน200คนในปี1846กลายเป็น36,000คนในปี1852และไม่ใช่แค่เมื่อซานฟรานซิสโกแค่เมืองเดียวเพราะในเมืองอื่นในรัฐแคลิฟอร์เนียก็ได้มีประชากรเพิ่มมากขึ้นเช่นกันมากบ้างและน้อยบ้างก็ได้มีความที่แตกต่างกันออกไป

ซึ่งการที่ประชากรในรัฐแคลิฟอร์เนียเพิ่มขึ้นแบบนี้ส่งผลทำให้มีการสร้างโบสถ์และได้มีการสร้างถนนและในส่วนของอาคารบ้านเรือนต่างๆและนั่นมันก็จึงได้ทำให้เรานั้นจึงได้ทำการปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในกระแสที่ตื่นทองที่ว่ามานี่มันจึงเป็นส่วนนี่ก็ได้ทำให้รัฐแคลิฟอร์เนียต่างก็ได้มีความเจริญในด้านต่างๆได้มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสร้างโบสถ์ขึ้นมาเพื่อจะทำให้ประชากรที่มีเพิ่มมากขึ้นนั้นได้ใช้กันและยังมีในการสร้างบ้านเรือนเพิ่มขึ้นมาเป็นที่พักอาศัยและปักหลักอยู่ที่เมืองแห่งนี้อย่างถวารจึงได้ทำให้เมืองนี้ได้กลายเป็นยุคเมืองที่ตื่นทองที่สุด

การเปิดฉากยิงโดย ซัดดัม ฮุสเซน โจมตีประเทศอิหร่าน

เมื่อ ซัดดัม ฮุสเซน ในอยู่ในตำแหน่งนานเข้าศักยภาพทางอำนาจนั้นก็ได้มีการเริ่มเปลี่ยนแปลงทิศนะคติและในมุมมองของเขา ซัดดัม ฮุสเซนก็ได้กลายเป็นคนที่เกรี้ยวกราดโมโหร้ายไม่มีใครที่จะสามารถวิพากษ์วิจารณ์การกระทำนโยบายของเขาได้เขานั้นได้กลายมาเป็นเผด็จการที่ได้มีความโหดร้ายทารุนพร้อมๆกับความทะเยอทะยานที่ได้ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆจน ซัดดัม ฮุสเซนได้วาดภาพของตัวเองว่าเขาคือผู้นำของโลกอาหรับที่ยิ่งใหญ่

ดังนั้นเมื่อทุกอย่างได้พร้อมแล้ว สิ่งที่พวกเขานั้นได้ทำก็คือทำสงครามกับทหารอิหร่าน ซึ่งเขานั้นได้มองว่าเป็นภัยคุกคามของประเทศอิรักโดยได้มีประเทศต่างๆนั้นได้หนุนหลังเป็นอย่างมากเพราะต่างก็มีความเกงกลัวการเติบโตของประเทศอิหร่านและการปกครองด้วยกฏหมายอิสลามที่บริสุทธิ์ของประเทศอิหร่านสงครามก็ได้เปิดฉากขึ้นในวันที่22เดือนกันยายนคริสตศักราช1980 หลังจากที่ ซัดดัม ฮุสเซนได้ดำรงณ์ตำแหน่งประธานาธิบดีมาแค่ประมาณ1ปี ด้านกองทัพอิรักได้เปิดฉากเข้าไปลุกเข้าไปคูเซสถาน

ซึ่งได้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำมันของประเทศอิหร่านรับประกาสผนวกดินแดนที่แห่งนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิรักในพร้อมๆกันนั้นอิรักก็ได้ส่งฝูงบินเข้าโจมตีสนามบินในกรุงเตหะรานเมืองหลวงของประเทศอิหร่านเพื่อทำรายกองทัพของอิหร่านตามแบบฉบับของการรบแบบสายฟ้าแลบซึ่งเคยได้ใช้ในสงครามโลกครั้งที่สองและอิสราเอลได้ใช่เมื่อในสงคราม6วันในการสู้รบในช่วงแรกๆก็เต็มไปด้วยความรุนแรงประชาชนนั้นต่างก็ให้ความชื่นชม

และได้ให้การสนับสนุนของเมื่อ ซัดดัม ฮุสเซนอย่างออกนอกหน้าที่ได้พยายามที่จะต่อสู้กับประเทศอิหร่านที่เหล่านานาชาติต่างก็มองว่าเป็นพวกล้าหลังและได้กำลังพาโลกถอยหลังได้กลับไปสู่ในยุคของดึกดําบรรพ์และในเมื่อเวลาได้ผ่านไปสงครามในการรบก็ยิ่งยืดเยื้อออกไปทั้งอิหร่านและก็อิรักต่างก็ได้สูญเสียกำลังพลมากมาย

โดยเฉพาะยุทธวิธีการรบของประเทศอิหร่านที่ได้ใช้ยุทธวิธีแบบคลื่นมนุษย์อย่างได้ผลใมนการเข้าตีตอบโต้ในการลุกของประเทศอิรักและได้ส่งผลให้กองทัพของประเทศอิรักได้สูญเสียไปอย่างหนักยุทโธปกรณ์จำนวนมากได้ถูกทำลายเพียงแค่2ปีผ่านไปคือในปี1982ด้านสถานะการณ์ของประเทศอิรักก็ได้เปลี่ยน

จากฝ่ายลุกมาเป็นฝ่ายการตั้งรับในการก้าวเข้าไปเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่อย่างเช่นจักรพรรดิเนบู ซาร์ของซัดดัมมันไม่ได้ง่ายอย่างที่ได้ฝันเอาไว้และยิ่งการสู้รบยิ่งยืดเยื้อไปมากเท่าไหร่ทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งอ่อนล้าลงไปมากเท่านั้นทหารผ่านศึกต่างก็ได้พิการไปทุกคนละภาคได้มีให้เห็นอยู่ทั่วไปมีการประมาณตัวเลขของผู้เสียชีวิตทางอิรักและทางอิหร่านว่ามีสูงถึงกว่า1ล้านคน

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  bk8

บุคคลที่เป็นนายกประเทศที่โกงเงินในประเทศมากที่สุด

Sani Abacha

จำนวนเงินที่โกง5,000ล้านดอนลาร์เขาได้เสียชีวิตอย่างเฉียบพลันเป็นปริศนาด้วยอาการหัวใจวายเมื่อวันที่8มิถุนายน 1998 โดยที่เขานั้นได้ทิ้งเงินที่ได้โกงชาตเอาไว้อย่างมากมายที่ธนาคารสวิตและธนาคารในแหล่งซอนเงินอีกหลายแห่งในโลกเงินที่ในรัฐบาลประเทศจีเรียได้พยายามที่จะติดตามเอาคือมาประมาณ1,000ล้านเหรียญหรือประมาณ33,000ล้านบาทในช่วง4/5ปีที่ผ่านมา

นับเป็นแค่เงินส่วนของที่ได้โกงชาติไป ซึ่งทางรัฐบาลในประเทศจีเรียได้ติดต่อผ่านทางทางรัฐบาลสวิตสำหรับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐยังได้กำลังตามล่าเงินส่ววนอื่นๆที่ได้มีการโยงถึงนายSani Abachaอยู่รวมกับเงิน30ดอนลาร์ในอังกฤษ144ล้านในฝรั่งเศษและ177ล้านในทัด

ซึ่งจำนวนเงินเหล่านี้มีชื่อบันชีเป้นพวกฟองและญาติของนายSani Abachaเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ทั้งหมดเงินที่สหรัฐตามทวงอยู่นั้นจะโอนคืนให้ในจีเรียจะถูกนำไปใช้เพื่อโครงการการสร้างถนนสามเส้นหลัดทั่วประเทศซึ่งในจีเรียได้เผชิญโชคโชนและความสิ้นเปลืองในโครงการสาธารณูประโภคพื้นฐานมาอย่างยาวนาน

ประธานาธิบดี  Mobutu Sese Seko

จำนวนเงินที่ได้โกงไปคือ5,000ล้านดอนลาร์อดีตของผู้นำประเทศซาอีร์คนนี้และต้องยอมรับว่าในช่วงประมาณ20ปีที่ผ่านมา เขานั้นคือผู้จอมโกงที่ทางแผ่นดินซาอีร์หรือคองโก้ในปัจจุบันก็ต้องสะอื้อให้กับหายนะที่เขานั้นได้ก่อเอาไว้อย่างไม่จบสิ้นทางด้านประชากรของคนในคองโก้ได้เป็นเดือดเป็นแค้มนเมื่อได้รับรู้ว่าประเทศนี้ได้มีหนี้สินถึงประมาณ1.6ล้านดอนลาร์สหรัฐซึ่งในส่วนใหญ่แล้วก็ได้เกิดมาจากในการดำเนินการนโยบายที่ผิดพลาดและในจำนวนเงินมหารสารนั้น

ก็ได้ถูกทางMobutu Sese Sekoผู้นำประเทศที่ได้มีการปกครองประเทศมาอย่างยาวนานกว่าประมาณ20จากนั้นก็ได้มีการนำเอาเงินเอาไปใช้เป็นการส่วนตัวเป็นจำนวนเงินประมาณ5,000ล้านดอนลาร์และในจำนวนของเงินส่วนหนึ่งที่ได้มานั้นได้ใช้กลโกงการยัยอกอัญมณีนำเอาไปขายในกลุ่มตลาดยุโรปรวมไปถึงในการโกงเงินเดือนของประชาชน Mobutu Sese Sekoนั้น

เขาได้เป็นคนที่มีหลายบุคคลิกอาจจะมองได้หลายมุมแต่เมื่อได้มองของความโลภแล้วถึงแม้ว่าจะมีการมองมุมมองที่ต่างมุมสักแค่ไหนแต่ในท้ายที่สุดแล้วในทุกๆอย่างของเขานั้นมันก็ได้กลายมาเป็นเม็ดเงินได้ไปเข้าบันชีธนาคารของเขาเองไปอย่างที่ได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วยเสมอแต่ในคนคองโก้ก็ยังไม่สามารถที่จะเอาผิด Mobutu Sese Sekoได้และในปัจจุบันเขานั้นได้เสียชีวิตด้วยมะเร็จต้อมลูกหมาก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next88

คดีเจ้าพ่อที่ถูกปิดฉากลงด้วยทนายของตัวเอง

เราจะรู้กันดีว่าสำนักงานสอบสวนกลางหรือที่เรานั้นเรียกกันว่า FBI นั้นเก่งในส่วนของเรื่องสืบสวนสืบสวนดังไปทั่วโลกและยังได้ไขคดีต่างๆมามากมายและในยุคสมัยก่อนนั้น FBI จะต้องเข้าทำคดีที่หลากหลายมากๆเช่นสมัยสงครามโลกเน้นคดีโจรกรรมยุคถัดมาได้เน้นคดีอันตพาร ยุคสงครามโลกครั้งที่สองเน้นคดีเกี่ยวกับรทิคอมมิวนิสต์

ต่อมาได้เน้นคดีอาชญากรรในการการเงินและในปัจจุบันเน้นอาชญากรรมระหว่างประเทศการก่อการร้ายรวมไปถึง FBI ยังจะต้องเจอกับอาชญากรตัวใหญ่ๆอีกด้วยและในวันนี้เราจะมาพูดถึงคดีที่ทำให้ FBI สะเทือนในประวิติศาสตร์

อัล คาโปน เจ้าพ่อเหนือเจ้าพ่อ

ในช่วงต้นยุค1920ได้เป็นยุคที่ธุรกิจผิดกฏหมายเฟื่องฟูถึงขีดสุดในประเทศอเมริกาได้มีมาเฟียเกิดขึ้นมาทุกคนเพื่อที่จะมาท้าทายอำนาจรัฐแต่มีอยู่คนหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตำนานของวงการมาเฟียเขานั้นได้ทำธุรกิจที่ผิดกฏหมายหลายต่อหลายอย่างรวมถึงได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฆ่่าตกรรมอยู่หลายสิบคดีและยังได้เล่ากันว่าFBIได้มีแฟ้มเอกสารรายละเอียดของคดีที่ได้มีเขานั้นเกี่ยวข้องอยู่เป็นเล่มๆ

แต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถที่จะเอาผิดตัวเขาได้จากนั้นยังได้กล่าวกันอีกว่าเขานั้นยังได้ซื้อองค์กรตำรวจได้ทั้งองค์กรอีกทั้งงไม่ว่าจะแก๊งค์น้อยใหญ่ที่ไหนก็ไม่กล้าที่จะสามารถไปต่อกอนกับเขาได้อีกทั้งยอดทั้งให้เป็นเบอร์หนึ่งแห่งยุคและคนที่เรานั้นจะพูดถึงคือ อัล คาโปน เจ้าพ่อแห่งมาเฟียในอเมริกานั้นเอง แต่ในปี1931 ชีวิตของเจ้าพ่อมาเฟียในแห่งยยุคก็ต้องจบลงโดยน้ำมือของทนายส่วนตัวของเขาเองEasy Eddie ได้เป็นทนายความที่ได้มีชื่อเสียงมากที่ที่สุดในยุคนั้น

เขาจะต้องการที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกของเขาจึงทำให้เขานั้นได้ตัดสินใจที่จะเข้าไปติดต่อกับองค์กรตำรวจและให้การปรัก ปรำ อัล คาโปน และพรรคพวกในข้อหาเลี่ยงภาษีจนในท้ายที่สุดองค์กรด้านตำรวจนั้นสามารถที่จะเข้าผิด  อัล คาโปน ได้ถึงแม้ว่า Easy Eddie จะต้องถูกคนของ อัล คาโปน รอบยิงจนทำให้เขานั้น

ได้เสียชีววิตลงและส่วน อัล คาโปน  ก็ได้ส่งตัวไปคุมขังอยู่ในคุกซึ่งได้เป็นคุกที่แน่นหนามากที่สุดในยุคนั้นของในประเทศอเมริกาจากนั้นก็ได้เปิดฉากของชีวิตเจ้าพ่อมาเฟียเจ้าพ่อผู้เป็นตำนานมาเนินนานถึงหลายทศวรรษในที่สุดและจากนั้นทางด้านขององค์กรตำรวจนั้นก็จะไม่ตกอยู่ในอำนาจของเจ้าพ่ออีกต่อไป

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  9luck