นิโคลา เทสลา ทำไมถึงไม่ค่อยมีคนพูดถึงในยุคสมัยก่อน

นิโคลา เทสลา ทำไมถึงไม่ค่อยมีคนพูดถึงในยุคสมัยก่อน

 ทอมัสเอดิสัน ได้เป็นผู้คิดค้นกระแสไฟฟ้าตรงและใช้กระแสไฟฟ้าตรงพร้อมกับผดันว่ากระแสไฟฟ้าตรงจะเปลี่ยนโลกแต่ถ้าเราได้พูดถึงเรื่องของกระแสไฟฟ้าสลับที่ในยุคนั้นยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับและมันก็ยังได้เป็นเรื่องที่ฝันเฟื่องแต่มันก็ยังได้มีอยู่อีกหนึ่งคนที่คิดว่าประแสไฟฟ้าสลับจะเป็นพลังงานในอนาคตและได้เป็นพลังงานสะอาดและคนทั่วโลกจะต้องใช้คนๆนั้นก็คือ นิโคลา เทสลา นั่นเอง

ซึ่งตรงนี้ตอนที่เราได้ไปค้นหาข้อมุลมาจริงๆเรายังมีความตกใจอยู่นิดหน่อยผู้คนส่วนใหญ่จะพูดถึง เอดิสัน ทอมัสเอดิสัน ว่ามีผลงานต่างๆมากมายแต่ได้มีผู้คนที่ได้พูด เทสลา มากทั้งๆที่งกระแสไฟฟ้าที่เราได้ใช้กันอยู่ในปปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ90%มันได้เป็นกระแสไฟฟ้าสลับไปทั้งหมดเลยและทำไมถึงไม่มีใครที่จะพูดถึง นิโคลา เทสลา กันเลย

ตรงนี้เราจะต้องอธิบายย้อนความกลับไปในประวัติเมื่อประมาณในปี1800โดยข้อมูลที่เราได้ไปหามาตรงนี้นั้นเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่า นิโคลา เทสลา เขาได้เป็นเด็กที่ได้มีความพิเศษมาตั้งแต่เกิดด้วยความสามารถที่เขาได้เป็นเด็กอัจฉริยะทางด้านวิทยาศาสตร์ทั้งเรื่องของการประดิษฐ์ทั้งเรื่องของความจำว่ากันว่าเวลาที่เขาได้เปิดดูหนังสือหรือว่าเขาได้อ่านข้อความไหนก็แล้วแต่ที่ได้มีความเกี่ยวข้องทางวิทยาศาสตร์เขาได้อ่านหนังสือเล่มเดียวที่เป็นเล่มที่หนามากเขาสามารถจำได้ทุกตรารางนิ้วจำได้ทุกภาพ

และสามารถอธิบายได้ทั้งหมดเลยตั้งแต่อายุของเขายังน้อยๆอยู่เลยแต่ด้วยความสามารถมากมายตรงนี้เขาก็จะต้องแลกมาด้วยความผิดปกติทางสมองบางอย่างหรือถ้าเราจะให้พูดเข้าใจง่ายๆเลยก็คือ นิโคลา เทสลา  เขาได้เป็นเด็กพิเศษนั่นเองและในเวลาต่อมาที่นิโคลา เทสลา เขาได้โตขึ้นเขาก็ได้มีความฝันที่เขานั้นอยากจะไปทำงานกับทอมัสเอดิสัน

เพราะเขาได้มองว่าทอมัสเอดิสันไม่ได้เป็นคนที่เรียนเก่งหรือไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายแต่เขาได้เป็นคนที่ฉลาดและเก่งมากเพราะทอมัสเอดิสัน สามารถที่ประดิษฐิ์สิ่งของต่างๆได้และยังได้เป็นผู้ที่คิดค้นอะไรหลายๆอย่างได้โดยที่เขาไม่ได้มีความเก่งมาตั้งแต่เกิดแต่เขาได้มีความพยายามเขาก็เลยได้ชื่นชม ทอมัสเอดิสัน มากเขาก็เลย

ที่จะมีความประสงค์ที่จะรวมงานเมื่อเขาได้โตขึ้นมานั่นเองและในช่วงเวลาต่อมาที่ นิโคลา เทสลา ได้อยู่ในช่วงวัยทำงานเขาก็ได้ทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งก่อนที่เขาจะลาออกเพื่อที่เขาจะไปสมัครงานที่บริษัทของทอมัสเอดิสันและปรากฎว่าทอมัสเอดิสันเขาก็ได้เห็นถึงความสามารถของนิโคลา เทสลา เขาก็เลยได้ตอบตกลงให้นิโคลา เทสลา ได้เข้ามาทำงานในบริษัทของเขาอย่างเร็วไว้

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล next88

ความลึกลับเรื่องราวลี้ลับของยานอวกาศและสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

สำหรับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของยานอวกาศหรือว่ายูเอฟโอแต่อย่างไรก็ตามหลายคนก็จะคิดว่าก็จะมีลักษณะที่คล้ายกับจานดาวเทียมมีวงกลมตรงกลางและได้เคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งในเรื่องนี้มันก็เป็นการมโนมาตั้งแต่ในอดีตและจนมาถึงขั้นในปัจจุบันนี้และมันก็ยังไม่เคยได้มีใครที่จะพบเจอกันเลยว่าหน้าตาของยานอวกาศนี้มันเป็นยังไง

ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในบ้านเราเองก็มีหลายคนที่ได้จับภาพเป็นมนุษย์ต่างดาวนอกจากนี้พอมาในภายหลังความแตกเพราะสุดท้ายแล้วมันคือภาพจากแอพพลิเคชั่นแอพหนึ่งซึ่งมันเลยเป็นเรื่องที่น่าสร้างความฮือฮ่ากันไปทั่วประเทศเมื่อมันได้เป็นของจริง ซึ่งอย่างไรก็ตามในต่างประเทศเองจะมีสถาบันอวกาศอีกหนึ่งที่เราได้เรียกว่าสถาบันนาซา

ซึ่งทางนาซาเขาได้คิดวิธีการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวให้ได้แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ซึ่งในเรื่อง้หล่านี้หลายๆคนก็ได้เชื่อกันว่ามันอาจจะเป็นเพราะว่าดาวของเรานั้นได้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วเกินไปโดยใช้การเคลื่อนที่ของสนามแม่เหล็ก ซึ่งมันก็ได้ทำให้เรานั้นได้มองไม่เห็นหรือว่ามองไม่ทันนั่นเองถ้าหากว่าการเคลื่อนที่แบบนี้มันมีอยู่จริงแบบนี้ก็แสดงว่าอีกดวงหนึ่งมันจะต้องเจริญเติบโต

อย่างมากเลยทีเดียวและ ต่อมาจะมาพูดถึงในเรื่องของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าหรือหลายๆคนก็อาจจะเรียกว่าสามเหลี่ยมปีศาจเพราะมันได้เป็นบริเวณที่มีการสัญจรไปมาระหว่างเรือและเรือบินอย่างหนาแน่นกันเลยและที่ สำคัญมันก็ไม่น่าจะมีอะไรแต่มันก็มีเมื่อวันดีคืนดีได้มีเรือที่ได้สัญจรไปมาและปรากฎว่าอยู่ดีๆเรือและก็ลูกเรือหายไปหมดทั้งที่วันนี้มันไม่มีปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ

เลยท้องฟ้าก็นิ่งอากาศก็ดีและนอกจากนี้มันก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาอีกในปี1945ที่ผ่านมานี่เองได้มีนักบินและเครื่องบินจำนวน14ลำได้หายไปเลยจากนั้นก็ไม่สามารถที่จะติดต่อได้ทั้งที่ในวันนั้นก็ไม่ได้มีพายุอะไรก็ไม่มีคลื่นก็สงบและก่อนที่จะหายไปก็ไม่ได้มีการขอความช่วยเหลือแต่อย่างใดและจนมาถึงทุกวันนี้พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่ามันได้หายไปไหน

ซึ่งหลายๆคนก็เชื่อว่ามันน่าจะเป็นประตูมิติที่มันน่าจะเชื่อต่อกันหรือว่ามันอาจจะมีการรักพาตัวจากมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้ สำหรับเรื่องสโตนเฮนจ์มันก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าใครที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมาและได้สร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไร

 

สนับสนุนโดย  next88 slot

ตำนานถ้ำระฆังจังหวัดลพบุรีประตูแห่งเมืองลับแล 

 

              สำหรับที่จังหวัดลพบุรีนั้นเป็นสถานที่เก่าแก่แห่งหนึ่งซึ่งมีเรื่องราวต่างๆมากมายเกี่ยวกับเรื่องของเรื่องลี้ลับตามสถานที่ต่างๆ และหนึ่งในสถานที่ที่มีการพูดถึงเรื่องลี้ลับกันมากนั่นก็คือถ้ำระฆังซึ่งถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในบริเวณวัด ถ้ำตะโกพุทธโสภา ซึ่งวัดแห่งนี้อยู่ในอำเภอท่าวุ้งจังหวัดลพบุรี โดยที่ตั้งแห่งนี้เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าภายในบริเวณถ้ำนั้น

เป็นสถานที่ที่สามารถเดินทางไปสู่เมืองลับแลได้โดยมีเรื่องเล่าที่น่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้ โดยมีการเข้าถึงตำนานของถ้ำระฆังแห่งนี้ว่าในสมัยโบราณนั้นชาวบ้านสามารถเดินทางเข้าไปในถ้ำตะโกเพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับชาวเมืองลับแลได้ แต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านได้บอกกล่าวถึงเรื่องราวที่น่าหวาดกลัวว่าทุกคืนในช่วงที่มีพระจันทร์เต็มดวงนั้น

พวกเขามักจะได้ยินเสียงดนตรีแว่วออกมาจากภายในถ้ำโดยเสียงดนตรีที่ได้ยินนั้นมักจะเป็นเสียงดนตรีที่มีความเย็นยะเยือกและน่าหวาดกลัว และชวนขนลุกมีเรื่องเล่ากันว่าในสมัยอดีตนั้นชาวบ้าน เขาสมอคอนและชาวเมืองลับแลต่างก็สนิทสนมและติดต่อสื่อสารกัน และติดต่อไปมาหาสู่กันได้ซึ่งภายในบริเวณถ้ำระฆังนั้นก็มีพวกข้าวของเครื่องใช้สวยงามอยู่ภายในถ้ำเป็นจำนวนมาก

และเมื่อถึงงานบุญเมื่อไหร่ชาวบ้านก็มักจะไปยืนข้าวของเครื่องใช้ของชาวเมืองลับแลเพื่อมาใช้ในงานบุญสม่ำเสมอ ซึ่งต่อมานั้นเมื่อมีการยืมข้าวของไปแล้วปรากฏว่าชาวบ้านนั้นมักจะไม่ค่อยคืนเข้าของที่ยืมไปทำให้ชาวเมืองลับแลนั้นเกิดความไม่พอใจ และนับตั้งแต่มีเรื่องบาดหมางกันเรื่องของการยิงเข้าของนั้นชาวเมืองลับแลและชาวสมอคอนก็ไม่ติดต่อสื่อสาร

และไปมาหาสู่กันอีกเลย ชาวบ้านช่วยกันว่าหลังจากที่เมืองลับแลนั้นได้มีการปิดประตูไม่ยอมสื่อสารกับชาวบ้านมันสมอคอนแต่เมื่อใดที่เกิดวันพระเกิดขึ้นก็มักจะได้ยินเสียงการเล่นดนตรีหรือแม้แต่การเห็นแสงสีที่เป็นแสงส่องสว่างสดใสลอยออกมาจากภายในถ้ำระฆังซึ่งบางคนก็มองว่าเป็นการที่ชาวเมืองลับแลนั้นได้มีการจัดงานการละเล่นกันอยู่ภายในเมืองลับแล

แต่บางคนก็มองว่าแสงไฟที่สาดส่องบริเวณรอบๆถ้ำระฆังนั้นน่าจะเป็นแสงจากพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าโดยมักจะเห็นกันแค่เพียงในช่วงวันเพ็ญเท่านั้น และสำหรับทุกคืนวันพระประตูเมืองของชาวเมืองลับแลนั้นก็จะเปิดเพื่อให้ชาวเมืองลับแลนั้นได้ออกมาเดินเล่นท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์ และปัจจุบันนี้ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเมืองลับแลก็ยังคงมีพูดถึงกันอยู่อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88

พลังจิตมีอยู่ในตัวของทุกคนอยู่แล้ว

ถ้าเอาความหมายของพลังจิตถ้าจะเอาตามหลักวิทยาศาสตร์เขาได้บอกว่าพลังจิตจริงๆแล้วเราทุกคนมีอยู่ในตัวอยู่แล้วแต่ปัจจุบันมนุษย์เราสามารถนำเอาพลังจิตตรงนั้นมาเศษเสี้ยวเพียงเล็กน้อยจากที่มันเคยมีอยู่ในสมองของเราทั้งหมดเพียงแค่ประมาณ1%หรือมันอาจจะไม่ถึง1%เลยด้วยซ้ำและเขายังได้บอกอีกด้วยว่าขนาดบุคคลในประวัติศาสตร์หรือนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง ไอน์สไตน์

เขายังได้ใช้สมองเพียงแค่2-4%หรือมันอาจจะไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันน้อยมากๆและเขายังได้บอกอีกว่าพลังจิตที่รุนแรงและมีพลังมากที่สุดเขาเรียกกันว่า “จิตใต้สำนึก” ซึ่งจิตใต้สำนึกเราสามารถมองได้อยู่สองอย่างก็คือตามหลักจิตวิทยา หรือ วิทยาศาสตร์ ถ้าตามหลักจิตวิทยาแล้วนั้นเราจะต้องขอบอกเบื้องต้นก่อนว่ามนุษย์หรือคนเราทั่วไปเราจะมีอยู่ทั้งสิ้นสามจิตก็คือ จิตสำนึก จิตใต้สำนึก จิตไร้สำนึก ซึ่งสามจิตนี้มันจะมีบทบาทที่แตกต่างกันออกไปอย่างจิตสำนึกทุกคนเราจะมีกันอยู่แล้ว

เวลาเราจะนึกคิดเวลาเราจะทำอะไรเราก็จะนึกคิดก่อนที่เราจะทำส่วนจิตใต้สำนึกมันคือสิ่งที่เราอดอยู่ในใจแต่เราไม่สามารถพูดหรือทำมัมนออกมาได้อาจจะด้วยเรื่องของกฎหมายหรือมันอาจจะด้วยเรื่องของสิ่งต่างๆที่เราไม่สามารถที่จะทำได้มันเลยถูกเก็บเอาไว้ตรงนั้นส่วนจิตไร้สำนึกในความหมายของจิตวิทยามันเป็นจิตที่โดนกดเอาไว้รวมประสบการณ์ในอดีตตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันเก็บทุกอย่างเอาไว้โดยที่บางทีตัวเราไม่ได้คิดมันคือประสบการณ์ตัวเราทั้งชีวิตที่ผ่านมาถูกบีบถูกกดไว้โดยที่เราไม่รู้ตัวแต่ถ้าวันใดวันหนึ่งจิตตรงนั้นมันได้ถูกปลดปล่อยออกมา

เราก็อาจจะปล่อยสัญชาตญาณดิบหรือเราอาจจะอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงออกไปไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายจิตใจหรือว่ารูปร่างก็เป็นได้อันนี้ก็คือทางด้ายจิตวิทยาส่วนทางด้านวิทยาศาสตร์เขามองว่าจิตไร้สำนึกมันคือพลังที่ไร้ขอบเขตและเป็นพลังที่ถูกเก็บเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของสมองและมนุษย์เราได้ดึงเอามาใช้กันอยู่ทุกคนอยู่แล้วแต่ถูกดึงเอามาใช้เพียงไม่ถึง1%

คือมันน้อยมาๆแต่ตรงจุดที่มันไม่ถึง1%นี้มันเลยไม่มีผลกระทบอะไรต่อร่างงกายหรือมันอาจจะไม่ส่งผลทำให้เห็นอย่างชัดเจนและตรงนี้เขาเลยบอกว่าถ้าเราสามารถดึงเอามันออกมาใช้ได้หรือเร่งปฏิกิริยาให้สมองของเราทำงานปล่อยพลังตรงนั้นออกมาได้เขาคาดว่าเราอาจจะค้นพบพลังงานแบบใหม่เลยก็ว่าได้

ซึ่งตรงนี้มันได้มีผลการทดลองที่เราได้ไปอ่านจากเว็บต่างประเทศมาแต่ว่าการทดลองนี้มันได้ไปสอดคล้องกับคำที่เขาบอกว่าถ้ามนุษย์เราสามารถเพิ่มปฏิกิริยาของสมองไปถึงจุดหนึ่งได้เราจะเกิดพลังงานได้รูปแบบใหม่ขึ้นมา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ติดต่อ rb88

ตำนานอาถรรพ์ของเมืองลำปางจากแรงอธิษฐานของนางสุชาดา 

สำหรับเรื่องราวอาถรรพ์แรงสาปแช่งของนางสุชาดานั้นว่ากันว่ามีหลักฐานที่สามารถเชื่อได้ว่ามีเรื่องจริง ซึ่งเรื่องราวนี้มีการพูดถึงเกี่ยวกับพระรูปศักดิ์สิทธิ์รูปหนึ่งเรียกว่าองค์พระรูปพระแก้วดอนเต้า ซึ่งในปัจจุบันนี้พระธาตุดอนเต้านั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงในจังหวัดลำปางนั่นเอง สำหรับตำนานของพระนางสุชาดานั้นเริ่มมีหัวว่ามีพระมหาเถระเจ้าองค์หนึ่งมีความต้องการที่อยากจะสร้างพระพุทธรูป

โดยอยากจะได้พระพุทธรูปที่สร้างมาจากไม้แก่นจันทร์แต่อย่างไรก็ตามพระองค์ก็ไม่สามารถหาไม้แก่นจันทร์มาสร้างพระพุทธรูปได้เรื่องราวเรื่องนี้จึงรู้ไปถึงหูพญานาคองค์หนึ่งด้วยความศรัทธาพญานาคจึงได้มีการเสกแก้วมรกตเอาไว้ในแตงโม

ซึ่งแตงโมดังกล่าวนั้นอยู่ภายในบริเวณสวนหลังบ้านของนางสุชาดานั่นเองโดยนางสุชาดาผู้นี้เป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยปกติแล้วนางสุชาดานั้นจะนำแตงโมที่ตนเองปลูกนั้นไปถวายพระสงฆ์ที่วัดอยู่เป็นประจำอยู่แล้วอยู่มาวันหนึ่งนางได้ไปเก็บแตงโมเลยหวังว่าจะนำแตงโมนั้นไปถวายพระที่วัดก็พบว่าเมื่อผ่านมาแล้วก็เจอกับแก้วมรกต และด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาทำให้นางสุชาดานั้นได้นำหินมรกตนี้ไปถวายแก่พระมหาเถระเจ้า ดังนั้นพระมหาเถระเจ้าจึงได้นำหินมรกตที่นางสุชาดานำมาถวายนั้นไป

แกะเป็นพระพุทธรูปแต่ไม่สามารถที่จะแกะได้เนื่องจากว่าหินแก้วมรกตนั้นมีความแข็งเป็นอย่างมากเรื่องจึงทราบถึงหูของพระอินทร์ซึ่งอยู่บนสรวงสวรรค์ ทำให้องค์อินทร์ได้ลงมาช่วยด้วยการแปลงร่างเป็นมนุษย์และเป็นคนอาสาที่จะแกะสลักหินแก้วมรกตให้กลายเป็นพระพุทธรูปเอง และแน่นอนว่าด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระอินทร์นั้นพระองค์ได้เนรมิตแก้วหินหยกให้กลายเป็นพระพุทธรูปที่มีความสวยงดงามมาก และเรื่องราวการนำแก้วหินหยกนี้มาสร้างเป็นพระพุทธรูปก็รู้ไปถึงหูเจ้าเมืองทำให้เจ้าเมืองนั้นไม่พอใจที่นางสุชาดานั้นนำแก้วหินหยกไปถวายพระแทนที่จะนำมาถวายตนเองซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองจึงได้หาทางกลั่นแกล้งพระนางสุชาดาโดยมีการใส่ร้ายว่าพระนางสุชาดากับพระเถระนั้นมีอะไรกัน ด้วยข่าวลือที่ร้ายแรงนี้เองทำให้ฟังพระนางสุชาด

และพระมหาเถระเจ้านั้นถูกสั่งประหารชีวิต และก่อนที่นางสุชาดานั้นจะเสียชีวิตนางได้อธิษฐานว่าถ้าเรื่องข่าวลือนี้เป็นการถูกใส่ร้ายป้ายสีไม่เป็นเรื่องจริงขอให้เลือดของนางนั้นไม่ไหลตกลงดินแต่ให้เลือดนั้นพุ่งขึ้นไปบนอากาศ ซึ่งคำอธิษฐานของนางสุชาดานั้นต้องการที่จะให้ตนเองและพระมหาเถระเจ้านั้นพ้นผิดจากคำครหาต่างๆเหล่านั้นและนางสุชาดายังได้มีการสาปแช่งเจ้าเมืองรวมถึงลูกหลานของเจ้าเมืองทุกๆคนที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองโดยตรงว่าไม่ให้มีความเจริญรุ่งเรือง และถ้าหากลูกหลานของเจ้าเมืองคนไหนที่มีความเชื่อในตัวของพระนางสุชาดาและพระมหาเถระเจ้าว่าไม่มีความผิด

ก็ให้ปลูกต้นขนุนและนำลูกขนุนลูกแรกนั้นไปถวายพระสงฆ์ หลังจากนั้นก็ให้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนางสุชาดาพร้อมทั้งขอให้นางสุชาดาอโหสิกรรมให้ แต่ถ้าหากลูกหลานคนไหนของเจ้าเมืองคิดว่านางนั้นกระทำผิดจริงคำสาปก็จะบังเกิดผลและแน่นอนว่าหลังจากที่นางสุชาดานั้นถูกประหารชีวิตเลือดก็ได้พุ่งขึ้นไปบนอากาศตามที่นางได้ตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้

และเมื่อชาวเมืองที่มาดูการประหารชาดาเห็นว่าเลือดของนางสุชาดานั้นพุ่งขึ้นฟ้าจริงก็ทำให้รู้ว่าพระมหาเถระเจ้าและนางสุชาดานั้นไม่ได้มีความผิดทำให้เจ้าเมืองนั้นกลัวว่าคำสาปที่นางสุชาดาสาปเอาไว้นั้นจะเป็นเรื่องจริง แต่ อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเจ้าเมืององค์นั้นก็เจ็บไข้ล้มป่วยและกระอักเลือดออกมาจนตายไปในที่สุดทำให้ชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าเจ้าเมืององค์นั้น

ตายเพราะคำสาปแช่งของพระนางสุชาดานั่นเอง สำหรับสถานที่ที่ใช้ประหารชีวิตพระนางสุชาดาคือวังย่าเฒ่า ซึ่งปัจจุบันนี้สถานที่ดังกล่าวนั้นตั้งอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำวังโดยผู้ที่มีการสร้างคือหลวงปู่เกษมโดยหลวงปู่เกษมนั้นถือได้ว่าสืบเชื้อสายเก่าแก่มาจากเจ้าผู้ครองนครลำปางนั่นเองและเพื่อเป็นการลบคำสาปแช่งของพระนางสุชาดาหลวงปู่เกษมได้มีการให้ลูกหลานได้มีการสร้างสารให้กับพระนางสุชาดาอยู่ภายในบริเวณวัดนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  next88

ประชากรล้มโลก

สำหรับในกรณีที่มีประชากรล้มโลกนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นก็จะน่าจะเดากันไม่อยากก็คือการแกร่งแย้งชิงทรัพย์กร ซึ่งในโลกเราก็จะเห็นกันอยู่แล้วว่าปัจจุบันทรัพย์กรมันก็ยิ่งน้อยลงทุกวันๆในขณะที่มนุษย์คนเราก็ได้มีการเกิดขึ้นมาเรื่อยๆแต่ความต้องการของมนุษย์ก็มีไม่จำกัดอยากจะได้นู้นอยากจะได้นี่ไปลุกล้ำเขตป่าไปฆ่าสัตว์เพื่อเอาหนังหรือไปยิงเสือดำเพื่อที่จะเอาเนื้อเขามากินซึ่งตรงนี้เราได้มองว่าการที่มนุษย์คนเราสามารถเลือกที่จะตายหรือไม่ตายได้

มันเป็นการฝืนธรรมชาติ กฎของธรรมชาติที่โลกสร้างขึ้นหรือพระเจ้ากำกับมาตามความเชื่อของแต่ละบุคคลคือ เราจะต้องเกิด แก่ เจ็บ แล้วก็ตาย เป็นวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆหรือที่เราเรียกกันว่ามนุษย์เราเกิดมาเพื่อสืบพันธุ์และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปให้รุ่นลูกรุ่นหลานทำหน้าที่ให้พัฒนาและวิวัฒนาการเผ่าพนธุ์ตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ

จนถึงจุดสูงสุดอันนี้มันเป็นหลักการที่มนุษย์ต้องทำตามความคิดของเราแล้วถ้าวันหนึ่งเราสามารถควบคุมให้คนไม่ตายได้ด้วยการอะไรก็แล้วแต่ตัดหัวเปลี่ยนชีวิตหรือแม้แต่จะเป็นการแช่แข็งในกรณีต่างๆมันได้มีผลกระทบมาหมดเลยถ้าในกรณีของตัดหัวเปลี่ยนร่างกายแล้วต่อชีวิตได้เราคิดว่ามันจะเกิดยุคมิดของสังคมขึ้นมาที่จะมีการตามล่าร่างกายของคนที่เขาต้องการและเขาไม่อยากตายเขาก็เอาเงินเหล่านี้เอาไปให้กับแพทย์เพื่อเปลี่ยนหัวและเอาร่างกายของคนนั้นมาต่อเป็นร่างกายของเราแทน ซึ่งตรงนี้เขาได้บอกว่าประสบความสำเร็จไปได้แล้วเกินครึ่งเพราะเขาเคยมีการทำการทดลองกับลิงและลิงเปลี่ยนร่างกายได้

แต่อยู่ได้ไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ตายตรงนี้เขาได้บอกว่าประสบความสำเร็จมาแล้วครึ่งหนึ่งและก็ต้องรอดูว่าในอนาคตนั้นมันจะเป็นยังไงและถ้าเกิดถึงกรณีนั้นจริงเราคิดว่ามันจะเกิดยุคที่คนเราจะตามล่าหาร่างกายของคนที่เราต้องการและมันจะเป็นยุคมืดที่น่ากลัวมากๆและในกรณีของการที่ฝืนคืนชีพได้ก็อย่างที่บอกไปว่าประชากรจะล้มโลกและทรัพย์กร

ที่มันได้มีอยู่แล้วน้อยแล้วมันก็จะยิ่งน้อยลงเข้าไปอีกจนมันไม่เหลืออะไรเลยวันหนึ่งก็ต้องเกิดสงครามแย้งชิงทรัพย์กรื่อที่จะเอาตัวรอดได้อยู่ดีซึ่งตรงนี้มันได้เป็นมุมมองของเราที่เราคิดว่าถ้ามนุษย์เราสามารถคืนชีพได้จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเราบ้างซึ่งตรงนี้มันเป็นเพียงแค่มุมมองและแนวคิดเท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน เกม

เหตุการณ์ปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์สรุปไม่ได้

เมฆรังสี

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าการอุตสากรรมการบินจะทำให้มนุษย์ได้รับรังสีในปริมาณที่เทียบเท่ากับการฉายรังสีเอกซเรย์และทางนาซา ได้มีการค้นพบเมฆรังสีใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถระบุที่มาได้ โดยมีปริมาณรังสี ที่มากกว่าปกติถึงสองเท่า นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเมฆรังสีนี้ น่าจะเกิดจากการที่พายุแม่เหล็กโลกจึงทำให้แถบแม่เหล็กรังสีแวนแอลเลน

ปล่อยอิเล็คตรอนออกมาและได้เกิดการปะทะกับไนโตรเจนและออกซิเจนอะตอมทำให้เกิดการกระจายตัวของรังสีทุติยภูมิและรังสีตติยภูมิเช่นเดียวกันกับรังสีแกมมา จากการค้นพบในครั้งนี้หลยาคนตระหนักว่าทางสายการบินควรจะหลีกเลี่ยงเมฆรังสีเหล่านั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและผู้โดยสาร

จุดเย็นใหญ่ของดาวพฤหัสบดี

นับตั้งแต่ในช่วงสมัยศตวรรษที่17นักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตเห็นจุดใหญ่บนดาวพฤหัสบดีที่เรียกกันในปัจจุบันว่าจุดแดงใหญ่แต่เมื่อไม่นานมานี้นักดาราศาสตร์นามว่า ทอม สแตลลาร์ด ได้มีการยืนยันว่าจุดปริศนาใหม่ที่เรียกว่า “จุดเย็นใหญ่” นั้นมันมีอยู่จริงจากคำอธิบายของ สแตลลาร์ด ได้พบว่าชั้นบรรยากาศในบริเวณนั้นได้บ่งบอกว่ามันได้มีความหนาวเยย็นเป็นบริเวณ

ที่มีความหนาวเย็นโดยพื้นที่ประมาณ1.1ล้านตารางไมล์และจากการเฝ้าสังเกตพบว่ามีช่วงหนึ่งที่จุดนั้นหายไปและมันจะกลับมาปรากฎอีกครั้งในตำแหน่งเดิม โดยเชื่อว่าปรากฎการณ์นี้ เกิดจากสนามแม่เหล็กที่ได้ทำปฏิกิริยากับออโรของดาวพฤหัสบดีและปล่อยพลังงานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเองแต่ถึงอย่างไรก็ตามจุดปริศนาใหม่นี้มันก็ยังไม่สามารถที่จะหาคำมาอธิบายได้

เมฆหกเหลี่ยมของดาวเสาร์

ภารกิจในความเสี่ยงของยานแคสซินีของนาซาที่ได้มีการโคจรสำสรวจผ่านวงแหวนของดาวเสาร์ โดยจะต้องฝ่ากลุ่มเมฆที่ความเร็ว124,000กม.ชม. ซึ่งในปัจจุบันเชื้อเพลิงของยานเริ่มจะใกล้หมด จึงได้คาดว่ายานอคสซินีน่าจะถูกทำลายลงที่ดาวเสาร์ในช่วงเดือนกันยายน ปี2017 แต่เมื่อเร็วๆนี้ยานแคสซินีสามารถถ่ายภาพของกลุ่มเมฆ

ที่ได้ก่อตัวเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม ซึ่งล้อมรอบขั้วโลกเหนือของดาวเสาร์ไว้ได้ โดยเมฆเหล่านั้นคาดว่ามันน่าจะเป็นผลจากการทำปฏิกิริยาระหว่างแอมโมเนียที่อยู่ในชั้นบรรยากาศด้านบนกับน้ำแข็งในชั้นบรรยากาศด้านล่างลักษณะหกเหลี่ยมเช่นนี้ มันน่าจะมีความสัมพันธ์กับกระแสลมเจ็ทสรีตมของดาวเสาร์

แต่ที่มาหรือสาเหตุที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมเช่นนั้นก็ยังคงเป็นปริศนา นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์แปลกอีกอย่างหนึ่งนั่นคือมันได้เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมนั้นมันยังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนออกมาจากโทนสีฟ้าให้กลายไปเป็นสีทองได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  sagame เอเชีย

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์เกิดการระเบิดและได้ตกลงมาสู่มหาสมุทรแอตแลยติก

เทปปริศนาในชั้นใต้ดิน

ในปี2015 ทางนาซาก็ได้รับการติดต่อว่าได้มีการพบเทปแม่เหล็กจำนวนหลายร้อยม้วนที่อยู่ภายในบ้านชั้นใต้ดินของชายผู้หนึ่งที่เพนซิลเวเนีย ซึ่งเทปเหล่านั้นมันได้ถูกค้นพบจากเจ้าของบ้านที่ได้เสียชีวิต โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าเทปของนาซา มันได้ไปอยู่กับเขาได้อย่างไร เทปจำนวน325ม้วนและคอมพิวเตอร์อีกจำนวน2เครื่องที่มันได้มีป้ายบอกเอาไว้ว่ามันได้เป็นของศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ด

ซึ่งก็ได้คาดว่าภายในมันอาจจะมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้อย่างมากมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจของอพอลโลที่มันได้เกิดขึ้นในช่วงปี1961ถึง1972 เทปหลายม้วนได้มีป้ายระบุว่ามนได้เป้นเทปบันทึกภารกิจของยานสำรวจอวกาศไพโอเนียร์8และไพโอเนียร์9แต่ เทปในส่วนที่เหลือกว่า200ม้วนมันไม่ได้มีการระบุใดๆเอาไว้เพราะ

เนื่องจากโดยปกติแล้วที่นาซาจะต้องทำการลบข้อมูลและนำเอาเทปกลับมาใช้ซ้ำแต่บางคนที่ได้เชื่อกันว่าเทปที่มันได้ถูกค้นพบเหล่านี้มันอาจจะมีภาพฟุตเทจของโครงการอพอลโล11ที่มันยังซ่อนอยู่แต่มันก็ยังได้เป้นที่น่าเสียดายที่สภาพของเทปได้มีการเสื่อมสภาพและความเสียหาย ซึ่งหากทำการกู้คืนมันก็อาจจะไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายต่อมาทางนาซา จึงได้ออกมาแถลงการอีกว่า”เทปแม่เหล็กทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ได้นำมานั้นได้มีการทำลายไปเป็นที่เรียบร้อย” 

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์

เนื่องจากในวันที่28มกราคม ปี 1986 ได้มีเหตุการณ์การระเบิดของกระสวยอวกาศชาแลนด์เจอร์ของ นาซา หลังจากที่ได้ปล่อยให้ทะยานให้ขึ้นสู่บนท้องฟ้าได้แค่เพียง73วินาทีก่อนที่มันจะได้ตกลงมาสู่มหาสมุทรแอตแลยติกจากการตรวจสอบซาก เนื่องจากได้มีการพบแอร์แพคแบบฉุกเฉินสามเครื่องที่ได้ถูกเปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งมันก็ได้เป็นการบ่งบอกว่าลูกเรือยังได้มีสติอยู่ในช่วงหนึ่ง

ในขณะเกิดเหตุสำหรับในการค้นพบนี้มันจึงได้ทำให้เกิดข่าวลือที่มีความเกี่ยวข้องกับเทปลับของนาซาที่อาจได้มีการบันทึกเอาไว้ ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้มีการปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งก็ได้มีการอ้าอีกว่าได้มีการถอดข้อความมาจากเทปต้นฉบับและ จากการตรวจสอบได้พบว่าบทสนทนานี้มันได้เป็นของปลอมและทางนาซาเองก็ไม่ขอออกมาแสดงความคิดเห็นที่มีความเกี่ยวข้องกับเทปดังกล่าวเป็นแน่ ซึ่งหลายคนเชื่อว่ามันได้มีเหตุผลมากพอที่เหล่านักบินจะต้องมีการสื่อสารกันในขณะเกิดเหตุระเบิดและนาซาจะต้องมีการบันทึกเทปเสียงดังกล่าวไว้แน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย  sagame666

ตำนานความรักอันไม่สมหวังของสถานที่ขุนน้ำนางนอน 

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับความสวยงามของประเทศไทยนั้นอีกที่นึงที่เราจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่นี่นั้นมีความสวยงามมีต้นไม้อุดมสมบูรณ์และน้ำมันก็มีความสวยงามรวมถึงภูเขานั้นก็เป็นลูกเหมือนกับหญิงสาว

ที่กำลังนอนอยู่ทำให้เกิดตำนานขึ้นมากมายวันนี้เราจะมาเล่าตำนานที่ถูกเล่าขานต่อการเป็นๆผ่านมาหลายปีแล้วตำนานที่กำลังจะกลับก็ยังคงเป็นที่จดจำของมนุษยชาติอยู่และตำนานที่ว่านั้นจะเป็นเช่นไรเดี๋ยวเราจะไปฟังกันเลย

เรื่องราวที่ถูกเล่าขานมานานยังมีอยู่ว่า มีองค์หญิงคนนึงเธอนั้นได้หลงรักกับชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยเป็นเจ้าชายต่างเมืองทั้งสองนั้นรักกันมากตัวเองรักกันมามากกว่า 10 ปีอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กและเป็นเพื่อนเล่นกันจนเมื่ออายุ 16 ปีชายและหญิงได้สารภาพรักกันระหว่างที่ดูได้ในตอนกลางคืนน่าทำให้ฉัน 2 หรือว่าทั้งสองนั้นใจตรงกันมาตลอดหลายปีแล้ว

ตกลงเป็นแฟนกันและบอกว่าหากโตขึ้นเมื่อไหร่จะทำการหมั้นหมายและแต่งงานกันเส้นหลังจากนั้นตอนที่เจ้าหญิงกำลังจะหมั้นหมายกับเจ้าชายเจ้าชายบอกว่าเขานั้นมีประเพณีประจำเดือนประเพณีก็คือเจ้าสาวจะต้องนำสินสอดมาให้ฝ่ายชายก่อนด้วยความรักองค์หญิงจึงไม่สนใจอะไรทั้งนั้นพร้อมกับนำสมบัติทั้งหมดของเธอไปให้กับเจ้าชาย

เพื่อเป็นสินสอดหลังจากนั้นผ่านไป 1 อาทิตย์เธอก็ไม่สามารถที่จะติดต่อเจ้าชายได้รวมถึงสิ่งที่เธอให้เขาไปนั้นฉันก็หาไม่เจอนั่นทำให้เธอเสียใจมากแต่เธอนั้นก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะตามหาเจ้าชาย โดยเธอนั้นได้เดินทางไปทั่วโลกทั่วทุกสารทิศเพื่อที่จะตามหาชายหนุ่มจนเดินทางมาถึงเมืองเวียงจันทน์

แต่งจากนั้นเธอก็เข้าไปถามกับคุณลุงคนนึงซึ่งคุณลุงคนนั้นบอกว่าเขารู้จักชายคนนึงซึ่งมีหน้าตาเหมือนกับเจ้าชายที่องค์หญิงก็บอกมาด้วยหลังจากนั้นทรงถึงรีบถามทันทีว่าเขานั้นทำอะไรอยู่และตอนนี้อาศัยอยู่ที่ไหนชายหนุ่มคนนั้นบอกว่าเขานั้นได้ทำการแต่งงานกับหญิงสาวที่มีความงดงามมากที่สุดของเมืองนี้เรียบร้อยแล้วองค์หญิงเสียใจมากเพราะเธอจำได้ว่าเขานั้นสัญญาว่าจะแต่งงานกับเธอและเธอก็เอาสินสอดให้เขาไปแล้วแต่เขากับหนีไปกับหญิงสาว

และหลังจากนั้นเธอก็ได้แอบปลอมตัวเป็นชายหนุ่มเป็นเหมือนกับชาวนาคนหนึ่งและเข้าไปร่วมงานแต่งงานช่วงเวลาที่เธอเห็นชายหนุ่มกำลังกอดกับภรรยาอยู่นั้นเธอเสียใจมากเธอเดินทางไปที่กลางป่าแห่งหนึ่งหลังจากนั้นนอนลงและตอมใจตายด้วยความเสียใจที่ผิดหวังในความรักโดยผ่านไปสักพักหลายๆปีร่างกายของเธอก็เริ่มปลูกต้นไม้ปกคลุมจนกลายเป็นร่างของหญิงสาว

ที่เหมือนกับเป็นภูเขาโดยทุกคนนั้นคิดว่าแม่น้ำที่ไหลมานั้นคือน้ำตาที่ไหลรินลงมาจากตาของเธอตอนที่เธอกำลังจะตรอมใจจากพิษความรักที่รุนแรงมากที่สุดในโลก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame mobile

เยอรมันบุกโจมตีโปแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง

มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เกิดขึ้นในสงครามโลกครั้งที่สอง ทำไมเยอรมันถึงใจกล้าขนดนั้นที่จะก่อสงครามขึ้นมาอีกรอบหนึ่งในตอนแรกในส่วนของสนธิสัญญาก็ได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นได้สูญหายดินแดนไปโดนค่อนข้างที่จะเยอะตรงนั้นก็เสียตรงนี้ก็เสียแล้วมันก็ได้มีบางส่วนที่ได้เสียงไปคนที่อยู่ในบริเวณนั้น

มันเป็นคนเยอรมัน Adolf Hitler ก็เลยรู้สึกว่าถึงแม้ว่าที่ตรงนี้มันจะไม่ใช่ที่ขอประเทศฉันแต่คนที่ได้อาศัยอยู่ในนั้นมันได้เป็นคนเยอรมันฉันควรที่จะเข้าไปดูแล ดังนั้นมันก็เลยมีการตีกันเกิดขึ้นAdolf Hitlerก็เลยเริ่มที่จะยึดดินแดนตรงนั้นตรงนี้ที่นี้ได้ยึดดินแดนแล้วประเทศอื่นเขาจะทำยังไง ยกตัวอย่างเช่น เชคโกสโลวาเกีย พอไปยึดมาแล้วและมันได้เกิดอะไรขึ้น ฝรั่งเศส กับ อังกฤษได้เห็นAdolf Hitlerไปยึดก็ได้ใช้วิธีในการต่อต้านก็คือการประนาม

ซึ่งในตอนนั้นLeague of Nations ก็ได้ยึดหลักการที่ว่าเราไม่ควรก่อสงครามอีกการมีความขัดแย้งกันจะทำให้ผู้คนล้มตายเยอะ ประเทศที่ชนะสงครามก็ได้บาดเจ็บมาเยอะจากสงครามที่แล้ว ดังนั้นก็เลยได้ใช้วิธีประนามเอาพอAdolf Hitlerได้ยินคำประนามAdolf Hitlerเองเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาก็เฉยๆ

ซึ่งในช่วงแรกๆ เหมือนอังกฤษจะยังไม่ค่อยเอาจริงสักเท่าไหร่เพราะว่านายกรัฐมนตรียังไม่นิยมสงครามในขณะนั้นก็ยังนิยมกันแบบประนาณเอาแล้วก็ใช้วิธีประมาณว่าไปทำความตกลงกับเยอรมันว่าเราจะยอมให้คุณยึดแค่นี้เราจะไม่ยอให้คุณเข้ามายึดอีกที่เหลือเยอรมันก็ได้ตอบกลับมาว่าได้ฉันจะยอมยึดแค่พื้นที่ตรงจุดนี้และเราจะปล่อยให้ประเทศปลอดภัย

ซึ่งในการตกลงทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายถึงประเทศอังกฤษแต่เขาได้หมายถึงประเทศอื่นๆที่ไม่มีปากเสียงอะไรเลยดังนั้นทางเยอรมันได้เข้าไปยึดสถานที่ตรงนัั้นได้จริงๆก็ไม่ได้หยุดและเขาก็ได้ทำการยึดทั้งประเทศอีกต่อไปทางฝั่งอังกฤษก็ได้รู้แล้วว่าทางฝั่งผู้นำของอังกฤษไม่ดอเคไม่เหมาะสมกับในยุคของสงครามเลยก็เลยได้เปลี่ยนผู้นำเป็น Sir Winston Leonard Spencer-Churchillซึ่งถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของอังกฤษกันเลยทีเดียว

เป็นวิรบุรุษของสงครามโลกครั้งที่สองเลยก็ว่าได้จากนั้นอิตาลีได้เห็นตัวอย่างรู้สึกว่าเราก็ไม่พอใจแล้วเยอรมันทำแบบนี้แล้วก็ไม่เห็นมีใครทำนอกจากด่าเล็กๆน้อยๆ หลังจากนั้นเมื่อไม่นานในปี1939ทางฝั่งของเยอรมันก็ได้ใจเป็นอย่างมากจากนั้นก็เลยคิดที่จะเข้าไปบุกโปแลนด์นั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่บุกโปแลนด์ในตอนนั้นก็เพราะว่าดินแดนที่โปแลนด์อยู่นั้นก็มีอยู่หนึ่งส่วนที่ได้เป็นของเยอรมัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน แทงขั้นต่ํา10บาท