Category Archive : ศิลปะ

ศิลปินหน้าใหม่ที่ในปี2020

ศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองในปี2020 ในปีนี้ถือว่าศิลปินมากหน้าหลายตาที่สร้างผลงานมากมายและมีศิลปินที่มีผลงานที่น่าจับตามองอย่างมากและมีศิลปินหน้าใหม่หลายคนที่น่าในใจเพราะมีผลงานที่ดีและฝีมือในการสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่ธรรดาเลยทีเดียว ถึงแม้ในปี2020นั้นจะมีศิลปินที่สร้างผลงานให้เราออกมาให้ฟังมากมายแต่มีอยู่4ศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดและคิดว่าต้องเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่อนาคตไกลมากๆด้วย เพราะด้วยฝีมือทั้งด้านดนตรีและการร้องต้องยอมรับเลยว่าเป็นศิลปินที่มาสร้างความแปลกใหม่และความฮือฮาให้วงการเพลงอย่างมากในปีนี้

  เริ่มจากศิลปินหน้าใหม่ที่มีชื่อว่า Lil Mosey เป็นศิลปินแร็ปเปอร์ที่ถือว่ามีความสามารถในงานด้านการร้องอย่างมากเพราะเขามีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้นและเป็นศิลปินจากฝั่งอเมริกาและเพลงที่ได้ทำให้เขานั้นได้รับความนิยมก็คือเพลง Live This Wild ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมและขึ้นเป็นเพลงฮิตติชาร์ตอย่างรวดเร็วหลังจากมีการปล่อยซิลเกิ้ลออกมา

ซึ่งเพลงมีความพิเศษเพราะเป็นเพลงแนว Sample สุดสนุกสนานที่มีการสอดแทรกบีทที่ทำให้รู้สึกอยากเต้นเอาไว่ในเพลงได้อย่างลงตัวมากๆและยังมีเพลงฮิตอย่างเพลง Blueberry Faygo ที่ขึ้นเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นแนวเพลงฮิปฮอร์ปผสมอาร์แอนด์บีที่เข้ากันอย่างลงตัวและชวนเคลิ้มให้ฟังมากๆอีกเพลงหนึ่งด้วย

มาต่อที่ศิลปินอีกหนึ่งคนที่เป็รศิลปินที่มีหน้าตาและเสียงขวัญใจชาวไทยคนหนึ่งและเชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคบกับศิลปินคนนี้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ Conan Gray ศิลปินหนุ่มอินดี้ที่เป็นลูกครึ่งไอริช-ญี่ปุ่น ที่อาศัยอยู่ที่เมืองเท็กซัส ด้วยวัยที่อายุเพียง 21 ปีเท่านั้น ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่หน้าจับตามองแต่หนุ่มคนนีนั้นถือว่าได้มีการโลดแล่นในวงการเพลงมาสักระยะหนึ่ง

ได้แล้วแต่เมื่อมีการปล่องซิงเกิ้ลล่าสุดออกมาจากอัลบั้ม Kid Krow ในชื่อเพลง The Story ในแนวเพลงที่เป็นอะคูสติคบรรเลงและผสมผสานกับเสียงของหนุ่ม Canan แล้วนั้นเป็นเพลงที่เพราะและลงตัวมากๆ และยังมีเพลงฮิตติดชาร์ตอย่างเพลง Wish You Were Sober ที่เป็น Sample และมีการทำบีทในเพลงอย่างล้ำและน่าฟังอย่างมากจึงถือว่าเป็นแนงเพลงที่มีความแปลกใหม่ในวงการเพลงเลยทีเดียว และขึ้นเพลงเพลงฮิตฮอตล่าสุดสำหรับอัลบั้มนี้ด้วย

ในปีนี้ถือว่าศิลปินทั้งสองเป็นศิลปินที่น่าสนใจในทั้งเรื่องผลงานการร้อง การดนตรีรวมถึงหน้าตาความหล่อและสไตล์การแต่งตัวด้วย ถือว่าเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่มีอนาคตไกลแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  สูตร บาคาร่า rb88

ศิลปะที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

ศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันเราในทุกๆวัน บางครั้งเป็นสิ่งที่รับรู้ได้จับต้องได้และบางครั้งก็เป็นสิ่งที่รับรู้ไม่ได้และจีบต้องไม่ได้ เพราะศิลปะเป็นสิ่งที่มีอยู่มากมายรอบตัวเรา จนบางครั้งเราก็ไม่สามารถแยกออกได้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นศิลปะหรือเปล่านั่นเองทำให้เรานั้นไม่สามารถหยิบศิลปะเพื่อมาใช้ผสมผสานกับการใช้ชีวิตประจำวันได้นั่นเอง

ศิลปะโดยส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ มากว่าเหตุผลและตรรกะนั่นเอง ทำให้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรานั้นควรมีการหยิบนำสิ่งที่เป็นศิลปะที่เราสามารถรับรู้ได้มาใช้ผสมผสานให้เกิดสิ่งที่แปลกหรือแตกต่างไปจากเดิมในชีวิตนั่นเอง

การที่เราจะสามารถนำศิลปะมาใช้ผสมผสานร่วมกับีชวิตประจำวันได้นั้นสิ่งแรกที่เราจะต้องเรียนรู้ก็คือการรู้จักและเข้าใจในศิลปะนั้นเสียก่อน ศิลปะมีหลากหลายประเภทแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไปเมื่อเราเรียนรู้แล้วจนเข้าใจว่าศิลปะนั้นคืออะไรหน้าตาเป็นแบบไหน เราทำอย่างนี้เรียกศิลปะหรือไม่หรือเราทำแบบนี้มันใช่ศิลปะนะเป็นต้น เราจะสามารถรู้และจับทางได้โดยอัตโนมัติเลยว่า เมื่อเราทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันนั้นเราสามารถจะนำศิลปะประเภทนี้มาใช้ผสมผสานกับสิ่งที่เรานั้นกำลังทำอยู่

หรือเรานั้นกำลังเผชิญอยู่นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เราได้เป็นตัวแทนในการนำเสนองานสักชิ้นหนึ่งแน่นอนว่าก่อนที่เราจะมีการมาเสนอนั้นเราจะต้องมีการฝึกซ้อมในการนำเสนอสิ่งที่เป็นศิลปะและสามารถนำมาใช้ร่วมผสมผสานกับการนำเสนองานได้นั้นก็คือศิลปะในการพูเพราะการนำเสนองานจะต้องพูดถึงสิ่งต่างๆที่เรากำลังนำเสนิ

การนำศิลปะในการพูดเข้ามาร่วมด้วยนั้นจะสามารถช่วยให้ผู้ฟังมีความสนใจและเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่ด้วยนั่นเอง นอกจากศิลปะการพูดแล้วการนำเสนองานต่างๆก็มารถที่จะหยิบศิลปะการสร้างสรรค์โดยรูปภาพรูปวาดเพราะรูปภาพรูปวาดนั้นเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ดีและเข้าใจที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วศิลปะสามารถนำมาผสมผสานในชีวิตประจำวันให้เกิดความสุขได้อีด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง เล่นดนตี วาดรูป สิ่งเหล่านี้นั้นล้วนเป็นศิลปะทั้งสิ้น ซึ่งการฟังเพลงเป็นศิลปะที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนผ่านความรู้สึกเมื่อเราฟังเพลงแล้วเรารู้สึกตามเพลงนั่นแหละหมาความ่าสมองเรานั้นมีกระบวนการคิและวิเคราะห์ถึงศิลปะแล้วนั่นเอง

การเล่นดนตรก็เช่นกัน เป็นสิ่งที่ช่วยผ่อนตลายอารมณ์และเป็นศิลปะที่สามารถช่วยเยียวยาความรู้สึกต่างๆได้เช่นกันและทำให้เรานั้นรู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย การวาดรูปเป็นศิลปะที่เรานำมาใช้ เรียกว่าศิลปะในศิลปะ เพราะการวาดรูปเป็นเหมือนการระบายอารมณ์ออกทางการวาดรูปนั่นเองเรารับรู้จากความรู้สึกและการมองเห็นและการวาดรูปยังเป็นศิลปะที่สร้างสรรค์อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ศิลปะกับงานฝีมือเป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ศิลปะกับงานฝีมือนั้นบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกได้ว่า เราก็มักจะเหมารวมว่ามันคืองานศิลปะทั้งสิ้น ซึ่งจริงๆแล้วนั้นงานศิลปะกับงานฝีมือมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยศิลปะนั้นจะเน้นการใช้อารมณ์ในการสื่อสารออกมาไม่ว่าจะเป็นรูปภาพผ่านภาพวาด การถ่ายภาพเป็นต้น ส่วนงานฝีมือนั้นถึงแม้จะค่อนข้างมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะโดยตรงแต่งานฝีมือนั้นไม่ได้ใช้อารมณ์ในการสื่อสารออกมานั่นเอง ดังนั้นแล้วความแตกต่างของทั้งสองสิ่งสามารถเห็นได้ชัดจากการสังเกตดังนี้

โดยศิลปะนั้นเป็นการแสดงออกจากอารมณ์โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีการสร้างสรรค์งานศิลปะนั้นมักจะไม่มีอารมณ์ที่คงที่เพราะผลงานที่ถูกถ่ายทอดออกมานั้นมักจะเกิดจากความอ่อนไหวทางด้านอารมณ์ของศิลปินคนนั้นนั่นเอง โดยสิ่งที่สามารถสื่อสารออกมาทางศิลปะได้นั้นไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปผ่านกระดาษาด้วยดินสอหรือสี และบนภาพวาดส่วนใหญ่นั้นจะเป็นสิ่งที่ผู้วาดได้นึกคิดและเกิดจากอารมณ์ส่วนลึกของผู้ที่สร้างสรรค์ออกมา ซึ่งจะแตกต่างจากงานฝีมือถึงแม้งานฝีมือจะมีการใช้ศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้อง

แต่งานฝีมือนั้นเน้นการใช้ความนิ่งและความชำนาญโดยส่วนใหญ่และไม่มีการต้องใช้อารมณ์หรือความอ่อนไหวทางด้านจิตใจในการสร้างสรรค์หรือผลิตชิ้นงานที่เป็นงานฝีมือขึ้นมานั่นเอง ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่างานศิลปะกับงานฝีมือนั้นมีความแตกต่างกันย่างเห็นได้ชัดเจน

ศิลปะเป็นสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์นั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ซึ่งเกิดจากพรสวรรค์และมีพรแสวงในการที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมานั่นเอง แต่งานฝีมือเกิดจากการอดทนและหมั่นเพียรพยายามในการสร้างสรรค์ ถึงแม้ทั้งงานศอิลปะและงานฝีมือนั้นจะต้องใช้ความอดทนในการฝึกฝนทั้งคู่แต่ศิลปะเป็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่สามารถเลียนแบบได้อย่างงานฝีมือนั่นเอง

ศิลปะจะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อผู้ชมหรือผู้ใช้ศิลปะนั้นจะต้องมีอารมณืหรือเจตนารมณ์ในการเสพศิลปะจริงๆจึงจะสามารถใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการผ่อนคลาย ส่วนงานฝีมือนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกมากนักโดยส่วนใหญ่จะเน้นใช้งานมากกว่าการใช้สร้างความรู้สึกต่อผู้ใช้ ดังนั้นแล้วนี่ก็เป็นอีกสิ่งที่สามารถแยกระหว่างงานศิลปะกับงานฝีมืออกจากกันอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน

ศิลปะไม่สามารถสร้างได้ในจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ถ้าหากเป็นสิลปะที่มีการถ่ายทอดมาจากอารมณ์ที่แท้จริงนั้นจะไม่สามารถสร้างจำวนได้ซึ่งก็อาจจะเป็นศิลปะชิ้นเดียวบนโลกนั่นเองและงานฝีมือนั้นสามารถสร้างจำนวนได้มากมาย เพราะเป็นการใช้ฝีมือมากกว่าความคิดสร้างสรรค์ สรุปได้ก็คือทั้งสองมีความแตกต่างกันโดยศิลปะเป็นสิ่งที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกในการใช้งานและการสร้างสรรค์ส่วนงานฝีมือนั้นเน้นการใช้งานจากความต้องการเป็นต้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ไอสไตนส์คิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของความเร็วแสง

 

ไอสไตนส์ยังไม่ได้หยุดทำการค้นหาเขาได้สร้างผลงานขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้นซึ่งมันได้เป็นสมการชิ้นโบว์แดงอีเท่ากับเอ็มซียกกำลังสอง หากจะให้อธิบายอย่างง่ายมากที่สุดมันได้หมายความว่ามันได้เปลี่ยนไปเป็นพลังงานสะสางและด้านของสะสางนั้นมันสามารถที่จะมาเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อนุภาพของสะสางที่มีความเล็กที่สุดมันจะมีพลังงานจำนวนมหาสาร

ซึ่งมันสามารถที่จะปลดปล่อยได้ด้วยปฏิกิริยานิวเคลียร์เหมือนกับดวงดาวที่สุดสกาวในยามค่ำคืนตั้งแต่ที่คนเรานั้นมองขึ้นไปด้านบนท้องฟ้าผู้คนต่างก็ได้ถามว่าทำไมดวงดาวนั้นมันสามารถส่องแสงออกมาได้

จากนั้น ไอสไตนส์ก็ได้เป็นคนที่ตอบคำถามนี้ให้กับเรามูหรือเอ็มได้เปลี่ยนเป็นอีกมันกลายเป็นพลังงานมันได้เป็นกลไกรของการส่องแสงของดวงดาว สำหรับในปัจจุบันนี้ อีมันได้เท่ากับซียกกำลังสอง มันได้เป็นสมการที่ได้มีชื่อเสียงมากที่สุดต่อมาภายในปีเดียวกันนั้นเขาก็ได้ตีพิมพ์อีกทฤษฎีหนึ่งที่มันสำคัญกว่าและมันได้กลายมาเป็นที่โต้แย้งกันมากกว่าและนั้นก็คือ วิธี สัมพัทธภาพพิเศษ จากนั้นเมื่อไอสไตนส์ได้เข้าสู่ในช่วงของวัยรุ่นตัวเขานั้น

มักจะชอบจินตนาการว่าตัวเองพุ่งไปพร้อมกับลำแสงซึ่งในตอนนี้มันได้ทำให้เขานั้นได้ฝันกลางวันอีกครั้งซึ่งมันก้ได้ทำให้เขานั้นได้ผลิกชีวิตของเขา ในช่วงใบไม้ผลิในปี1905 ไอสไตนส์เขาได้นั่งอยู่บนรถเมล์จากนั้นเขาก็ได้หันกลับมามองหอนาฬิกาชื่อดังที่มันได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเซอร์วิสเซอร์แลนด์จากนั้นเขาก็ได้นึกภาพว่ามันจะเป็นยังไงถ้าหากว่ารถเมล์นั้นมันวิ่งในความเร็วที่เท่ากับแสง สำหรับในจินตนาการของเขาไอสไตนส์ก็ได้มองกลับไปที่หอนาฬิกา

จากนั้นมันจะต้องทำให้ตัวของเขานั้นต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก เมื่อเขาได้พบว่าหากตัวเขานั้นได้มีความเร็วเท่ากับแสงเข็มของนาฬิกานั้นมันจะหยุดเดินไปตลอดกาล จากนั้นไอสไตนส์ก็ยังได้เขียนในภายหลังอีกว่าความคิดของเขานั้นได้เฟื่องฟูออกมาทันใดนั้นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันได้ท่วมไปไม่จบสิ้น ไอสไตนส์เขารู้ว่าเข็มนาฬิกาที่อยู่ด้านหลังมันยังคงเดินตามปกติ

แต่ภายในรถเมล์ความเร็วแสงที่เขานั้นได้นั่งรถเมล์อยู่หากเขานั้นได้มีความเร็วเท่ากับแสง แสงจากนาฬิกามันจะไม่มีวันที่จะตามเขาได้ทันยิ่งเขาวิ่งผ่านอากาศได้เร็วเท่าไหร่เวลาของเขามันก็จะยิ่งช้าลงเท่านั้นภาพดังกล่าวจุดประกายที่มาของทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของเขาซึ่งได้กล่าวว่าเวลาและอวกาศสัมพันกันอย่างเหนียวแน่นหรืออาจจะกล่าวได้ว่าพวกมันได้เป็นสิ่งเดียวกันเส้นใยที่มันบิดตัวได้เรียกว่าการอวกาศ

 

ขอบคุณ  ทางเข้า rb88  ที่ให้การสนับสนุน