Category Archive : ประวัติและตำนาน

สงครามระหว่างอิรักกับประเทศคูเวต

ไฟไหม้ที่บ่อน้ำมันที่คูเวต 

ในสงครามเริ่มต้นของสงครามที่เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2534มันเป็นเวลาถึง1ปีด้วยกันที่สงครามอ่าวได้มีการเริ่มขึ้นในช่วงหลังๆที่สงครามอิรักได้ส่งคนเข้าไปก่อกวนประเทศคูเวตพวกเขาก็ได้อ้างว่าคูเวตนั้นเป็นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้โดยที่คูเวตนั้นเจาะท่อลอดข้ามพรมแดนเข้าไปที่ทุ่งน้ำมันของรูมาเลียประเทศอิรักและด้วยความที่อิรักนั้นเป็นหนี้มหาสารบวกกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเข้าไปอีกโดยส่วนใหญ่แล้วประเทศอิรักเป็นหนี้ซาอุกับคูเวตก่อนที่อิรักจะกดดันให้สองประเทศนี้ยกหนี้ให้ทั้งหมดสะ

และเมื่อทั้งสงประเทศนี้ได้บอกปฏิเสธไปอิรักก็เลยกล่าวหาคูเวตว่าคูเวตผลิตน้ำในโคต้าของเอเปกมันก็เลยทำให่น้ำมันโลกนั้นได้ลงเหวก่อนที่จะส่งผลให้ประเทศอิรักประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเข้าไปอีกและได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะส่งทหารเข้าไปโจมตีคูเวตเพื่อที่จะยึดครองไปเองเพราะว่าอิรักเขาได้อ้างว่าในครั้งหนึ่งคูเวตนั้นได้เคยเป็นของอิรักมาก่อนเพราะหลังที่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรในปี2475ทีนี้หลังจากที่ได้เสร็จสิ้น

จากสงครามโลกครั้งที่1อังฤกษก็เลยก่อตั้งคูเวตขึ้นมาใหม่มันก็เลยทำให้อิรักคิดว่าคูเวตเป็นผลผลิตจากรัฐจักรวรรดินิยมประเทศอังกฤษก่อนที่ประเทอังกฤษจะเขียนเขตพรมแดนของคูเวตขึ้นมาใหม่โดยท่พวกเขานั้นยังคงระวังทางออกทางทะเลของประเทศอิรักแบบอย่างระวังดังนั้นอิรักก่อเลยไม่ยอมรับที่พรมแดนอังกฤษที่ได้เขียนเอาไว้ให้กับอังกฤษแน่นอนแล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้มันเกิดสงครามเขาก็พยายามเข้าไปเจรจาเป็นมันก็เป็นระยะเวลาที่นานสุดๆที่ได้เข้าไปเจรจา

ก่อนที่อิรักนั้นจะทนไม่ไว้กับเรื่องทั้งหมดเขาก็เลยได้ส่งทหารเข้าไปในประเทศคูเวตกว่า30,000คนและในช่วงเวลานั้นเองCIAก็ได้รู้แบบพอดีเขาก็เลยได้แจ้งข่าวให้กับฝ่ายพันธมิตรของตัวเองก่อนที่เรือรบมหาสารของสหรัสอเมริกาจะเข้าไปปิดอ่าวเปอร์เซียและคอยบอกให้ระวังแต่ถึงอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าประเทศคูเวตกับประเทศอิรักได้มีการเข้าไปเจรจากันแล้ว

แต่ก็ไม่เป็นผลทำให้การเจรจรครั้งนี้ล้มเหลวเมื่อวันที่31กรกฎาคม ในปีพ..2533ซึ่งในภายหลังจากทางชาติพันธมิตรอาหรับกับประเทศอิรักได้เปิดฉากกันไปแล้วนั้นทางประเทศอิรักเองก็ต่อสู้ไม่ไหวและก่อนที่อิรักนั้นจะถอยออกมาจากประเทศคูเวตอิรักนั้นก็ได้มีการวางยาที่ประเทศคูเวตเอาไว้ด้วยการเผาบ่อน้ำมันในประเทศคูเวตกว่า700บ่อซึ่งเป็นการวางเพลิงในวันที่23มกราคมปี2534น้ำมันดิบที่อยู่ในบ่อประมาณ4ร้อยล้านแกลลอนก็ได้โพยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนเรื่องราว  dewabet

เขรมแดงได้ปกครองแผ่นดินกัมพูชา

เขรมแดงได้ปกครองแผ่นดินกัมพูชาจากฝีมือ เขียวสัมพัน และ พล พต

ในปีคริสตศักราช1975และเป็นปีที่เริ่มเปิดฉากความหายะนะครั้งมโอฬารที่สุดของประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์เขรมทันทีที่เขรมแดงได้ครองแผ่นดินกัมพูชาชีวิตของผู้คนพลเมืองก็ตกอยู่ในชะตากรรมเลวร้ายทันทีเพราะผู้นำสูงสุดของเขรมแดงนั้นก็คือ   เขียวสัมพัน ไม่รอช้าที่จะทดลองนำเอาทิศดีที่เขานั้นได้ใฝ่ฝันมานานนับตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาที่กรุงปารีสของฝรั่งเศษออกมาแกะกล่องใช้ทันทีเช่นเดียวกันกับ พล พต ซึ่งเป็นเพื่อนคู่คิดร่วมอุดมการณ์เดียวกันก็กระตือรือร้นที่จะทำตามทิศดีอย่างเร่งด่วนเพราะมองเห็นภาพความเจริญในรูปแบบที่ตัวเองคิดอยู่ลางๆข้างหน้าแท้ที่จริงแล้วมันคือเมฆหมอกของกองกระดูกและกระโหลกของมนุษย์ผู้บริสุทธิ์จำนวนนับล้านที่ต้องผากันสังเวยให้กับความเชื่อมั่นของสองนักเรียนนอกอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

และผู้ที่มีอำนาจเต็มในการสั่งการให้ประชาชนเขรมทั่วประเทศปติบัติตามทิศดีนั่นก็คือ  พล พต เป็นเรื่องที่หน้าอนาจที่ พล พต นั้นสั่งการให้ประชาชนกัมพูชาทั่วประเทศทิ้งบ้านทิ้งทรัพย์สินและจะต้องพากจากคนที่รักในครบครัวของตนเองเพื่อมุ่งหน้าไปทำงานให้กับเขรมแดงทันทีที่มีคำสั่งออกไปไม่ว่าคนแก่เด็กเล็กผู้ใหญ่คนหนุ่มคนสาวคนพิการหรือผู้ผู้ดอยโอกาสทั้งหลายลวดแล้วแต่ไม่มีข้อยกเว้นทุกคนต้องระทิ้งถิ่นฐานบ้านช่องตามคำสั่งของเขรมแดงจากนั้นก็เดินทางไปยันแค้มทำงานตามจุดต่างๆทั่วประเทศ

คงไม่ต้องสงสัยว่าจะมีการต่อต้านหรือไม่เรื่องแบบนี้คำบอกนั้นจะแนกระสุนปืนการทุบตีการการทารุณกรรมการคุกคามทางเพศตลอดจนการสังหารอย่างเลือดเย็นให้เห็นกันชินตาแม้เป็นเพียงการตั้งคำถามว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นคนที่ตั้งคำถามก็ถูกนำตัวไปทรมานหรือไม่ก็ทุบตีจนบาดเจ็บหรือบางครั้งก็ถูกยิงทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างชนิดที่ไม่ต้องมีการอุทธรณ์ปริมาณคนเจ็บและคนที่ถูกสังหารพุ่งขึ้นมาทุกวัน  

เขียวสัมพัน  นั้นได้วางนโยบายให้ชาวเขรมทุกคนต้องระทิ้งถิ่นสถานบ้านช่องปละไปทำงานให้กับ คอมมูน หรือหน่วยกลางซึ่งมีจำนวนคอมมูนละ10,000คนการทำงานก็คือการใช้แรงงานกลางทุ่งนาจากนั้นก็ให้ทุกคนปลูกข้าวทำไร้หรือทำการเกษตรตามที่ระบุเอาไว้แต่ทุกงานที่ทำนั้นลวนแต่เป็นแรงงานที่จะตองใช้แรงงานกันกลางแดดกลางทุ่งทั้งสิ้นคยป่วยคนท้องคนแก่และเด็กที่พึ้วคลอดออกมาใหม่ๆลวนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีอัตตราการตายสูงมากเพราะร่างกายอ่อนเพลียไม่สามารถทนทำงานกลางแดดได้หรือบางทีแม้แต่ผู้ญิงที่พึ้งคลอดใหม่ๆก็ยังจะต้องออกไปทำงานที่กลางทุ่ง

ประวัติศาสตร์ยึดครองอำนาจ

การเปิดฉากยึดครองอำนาจจาก เขียวสำพันธุ์ที่ได้รัยการสนับสนุนจาก จีนใหญ่

ในความเป็นหนุ่มที่อยากเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้าในแบบที่พวกเขานั้นต้องการหรือตามที่ได้วางทัศดีเอาไว้และเขานั้นก็ได้เห็นค้อยตามเขียวสำพันธุ์แถบทุกประเด็น ทัศดีของเขียวสำพันธุ์คือ รบล้างกฎเกณฑ์ และเรื่องราวทุกอย่างที่ชาติตะวันตกเคยวางลากฐานปกครองกัมพูชาเอาไว้รวมทั้งยุติการแสวงหาผลประโยช์นในทุกทางกัมพูชาจะเจริญรุ่งเรืองถ้าปกครองประเทศในรูปแบบของชนบทนั่นกก็คือไม่มีเมืองใหญ่ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมไม่มีการใช้ระบบเงินตรา

และไม่ต้องการให้ศึกษากับประชาชนเจอเห็นได้ว่าทัศดีของเขียวสำพันธุ์นั้นเป็นทัศดีที่สุดโต่งคอมนิสยิ่งกว่าคอมนิสรวมทั้งเป็นทัศดีที่แปลกระดับที่หาความเจริญใส่ประเทศไม่ได้แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ก่อกำเนิดจากความคิดของคนหนุ่มชาวเขรมในช่วงยุคศตวรรษที่50

ซึ่งในยุคนั้นเป็นยุคที่นิยมซ้ายไปจากหนุ่มๆนักเรียนนอกเขรมโดยแท้เมื่อทัศดีของเขียวสำพันธุ์ส่อเคาความเป็นจริงเรื่องทัศดีการปกครองประเทศคนหนุ่มอย่างเขียวสำพันธุ์ในยุคศตวรรษที่50นั้นมันเป็ยเพียงแค่ลมปากถ้าหากว่าเขียวสำพันธุ์ไม่มีโอกาสได้พบปะกับ พล พต อีกครั้งในเขรมเมื่อมีการสารต่อระบบความคิดครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งสองเห็นทางที่จะสานฝันในด้านการเปลี่ยนแปรงการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ในขณะนั้นให้เป็นไปตามรูปแบบที่ต้องการตามที่ได้เคยพูดถึงเอาไว้เมื่อคาวได้สัมมนากันที่ฝรั่งเศษ

โดยการหาผู้สนับสนุนอย่างจริงจังเมื่อคิดอยากจะเป็นซ้ายสุดอย่างนั้นแล้วจะมีใครเหล่าที่จะสนับสนุนพวกเขาได้ดีเท่ากับจีนแดงหรือจีนแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ทางฝังคอมนิสเต็มตัวทั้งสองไม่ผิดหวังเมื่อได้รับการหช่วยเหลือจากพรรคคอมนิสจีนอย่างเต็มตัวและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในทุกวิถีทางเพราะระยะนั้นจีนแดงต้องการหาสมัครพวกให้ได้มากที่สุด พล พต และเขียวสำพันธุ์กับพลพรรคที่มีความคิดในแนวเดียวกันได้เปิดฉากสู่รบกับกองกำลังปกครองประเทศของกัมพูชาในรูปแบบกองโจนมานานหลายปีเมื่อจะเป็นการสู้รบที่บางครั้งก็จะดูเหมือนจะไม่มีความหวัง

แต่ท้ายที่สุดเมื่อรัฐบาลกัมพูชาได้อ่อนแอลงไปเรื่อยๆฝ่ายกองกำลังจากเขียวสำพันธุ์ก็สามารถเปิดล้อมรัฐบาลของประธานาธิบดีลอนดอนได้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของจีนแผ่นดินใหญ่นั้นมีส่วนเป็นอย่างมากในการกำชัยชนะและทำให้กรุงพนมเปญซึ่งเป็นเมืองหลวงของกัมพูชามีธงของพรรคเขรมแดงปักอยู่ทั่วไปนั่นหมายถึงชัยชนะของเขียวสำพันธุ์และพล พตปีนั้นเป็นปีคริสตศักราช1975และเป็นปีที่เริ่มเปิดศึกความหายณะครั้งมโอลานที่สุดของประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์เขรม

ประวัติศาสตร์โลกในกัมพูชาที่มีคนตายเกือบครึ่งประเทศ

ประวัติศาสตร์โลกในกัมพูชาที่มีคนตายเกือบครึ่งประเทศเป็นฝีมือของสองนักศึกษา

ปัจจุบันถ้าเอิญถึงทุ่งสังหาร หากแต่ทุ่งสังหารนั้นเป็นเรื่องจริงที่ชาวเขรมได้ตายลงเป้นจำนวนหลายจุดหลายตำแหน่งบนแผ่นดินเขรมหรือกัมพูชาจำนวนศพที่ได้หากันตายไปทั่วทุ่งสังหารนั้นหลายต่อหลายจุดกระจายไปทั่วกัมพูชานั้นมียอดรวมสูงมากมายเป็นประวัติการถึงกว่า2,000,000และเหตุการณ์นั้นเหตุการณ์สังหารโหดเหลือเชื่อที่ได้เกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์มนุษย์จริงๆในช่วงปีคริสตศักราช1975ถึงปีคริสตศักราช1979โดยที่ทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของการกระทำของเขรมแดงผู้ที่ทำการสังหารโหดนั้นแน่นอนว่าต้องเป็นผู้นำของเขนรมแดงทั้งสิ้นแต่ผู้ที่มีอำนาจสั่งการสังหารอย่างแท้จริงนั้นก็คือ พล พต

 

  ซึ่งรั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในช่วงของปีดังกล่าวส่วนผู้ที่รู้เห็นและทำหน้าที่เป็นหัวหน้าใหญ่หรือประธานใหญ่ในเขรมแดงในเวลานั้นก็คือเขียวสัมพันซึ่งไม่อาจปฏิเสธการู้เห็นความตายของชาวเขรมผู้บริสุทธิ์ถึง3,000,000คนไปได้เป็นเรื่องที่หน้าเศร้าใจที่เห็นตัวเลขระดับล้างเผ่าพันธุ์ไปอย่างมากมายถึงระดับล้านเช่นนั้น

 

แต่ยิ่งหน้ารันทศเข้าไปอีกเมื่อรับรู้ว่าเวลาดั่งกล่าวนั้นมีประชาชนชาวกัมพูชทั้งประเทศในราว9,000,000คนเท่านั้นเมื่อนับจำนวนผู้ตายที่มีมากมายกว่า2,000,000คนเอาไปเปรียบเทียบทำให้โลกหดหู่เมื่อรับรู้ว่าความตายจากน้ำมือเขรมนั้นแถบจะทำให้คนมากมายราวเกือบครึ่งประเทศต้องสิ้นรมในช่วงเวลาเพียงแค่4ปีที่เขรมแดงมีอำนาจครองประเทศเท่านั้นก่อนตายเกือบครึ่งประเทศนั้นมูลเหตุสำคัญมาจากนักเรียนนอกสองคนในช่วงศตวรรษที่50นั้นเขียวสำพันธุ์เป็นหนุ่มเขรมที่ได้ทุนไปเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงปารีสของฝรั่งเศษและมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ พล พต   หนุ่มเขรมอีกคน

 

ซึ่งได้รับทุนการศึกษาทางด้านอีเล็กทอร์นิคในกรุงปารีสด้วยเช่นกันทั้งสองถูกชตากันตั้งแต่แรกและมีความเห็นสอดคล้องกันหลายต่อหลายเรื่องแต่เรื่องที่หน้าสนใจและสามารถพูดคุยกันได้นานๆก็คือเรื่องราวทางการเมืองยุคนั้นนักศึกษาเขรมที่อยู่ในฝรั่งเศษมักจะสนใจการเมืองที่เอียงมาทางซ้ายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคมนิยม หรือ เรื่องการปฏิรูปในสไตล์คอมนิสลวดแล้วเป็นของหวานที่แปลรูปด้วยความหวังให้นักศึกษาจากแดนไกลพากันใส่ใจมากที่สุด เขียวสำพันธุ์ กับ พล พต ก็ไม่ต่างอะไรจากนักศึกษาชาวกัมพูชารายอื่นๆ

 

พวกเขาสนใจเรื่องเหล่านี้มากโดยเฉพาะเขียวสำพันธุ์นั้นถึงกับปรับแต่งวิชานิติศาสตร์ที่เรียนมาให้มีทัศดีและการกระทำที่สามารถนำไปปรับใช้ในการปกครองกัมพูชาด้วยช้ำไปเขามีความหวังว่าถ้ามีโอกาสได้จัดระบบการปกครองประเทศเมื่อใดก็จะวางรูปแบบให้เป็นไปตามที่เขาวางแผน

ประวัติและตำนานที่น่าสนใจ

เจเรนิโม นักรบผู้กล้าแห่งอินเดียชแดง

ด้วยการไม่ยินยอดที่จะทอดทิ้งแผ่นดินและผู้คนที่เขารัก เจเรนิโม จึงยอดทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปกป้อกจากสิ่งเหล่านี้และด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องเสียสละเป็นอย่างมากเขามีชีวิตอยู่ด้วยการหลบหนีจากการไล่ล่าของกองกำลังสหรัฐที่ตั้งใจที่จะทำให้กลุ่มคนที่จะยอดเสียศักดิ์ศรีโดยการจับผู้นำที่ไม่เกรงกลัวใครการปกป้อกพื้นดินของเขาในที่สุดก็ไม่สามารถทำสำเร็จแต่การต่อสู้เพื่ออิสระภาพ

ได้กลายให้เขามาเป็นตำนาน เจเรนิโม นักรบคนสุดท้าย รูปประพันสันฐานที่ดูโหดร้ายปรากฏออกมาให้เห็นจากจมูกที่ใหญ่โตและหนาหน้าผากที่ตากและมีรอยย่นครางที่ใหญ่และแข็งแรงตาทั้งสองที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและมีประกายซ้อนอยู่เบี้ยงหลังและปากซึ่งเป็นส่วนที่โดนเด็ดที่สุดของเขาโดยริมฝีปากที่บางและเรียวบางจนแถบไม่มีส่วนโค้งมนเลยผู้สืบข่าวปี1886ยังมีรายละเอียดอีกมากเกี่ยวกับชนพื้นเมืองคนอเมริกาผู้นี่มากกว่า

คนอื่นใดในปนะวัติศาสตร์ของอเมริกาตะวันตกเฉียงใต้และความจริงต่างๆก็ดูสับสนวุ่นวายราวกับนิยายและทำให้แยกชายผู้นี้ออกไปจากเรื่องราวลึกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เจเรนิโม เกิดในชนเผ่าอาปาเช่ และเขาได้กลายมาเป็นหนึ่งในนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดียแดงในเขตตะวันตกเพราะเป็นที่จดจำได้ดีและพฤติกรรมการต่อสู่ที่โหดร้ายและความสามารถของเขาได้การต่อสู้กับกองกำลังสหรัฐพร้อมกับกลุ่มของเขาเพียงแค่36คนชื่อเสียงของเขาในด้านไหวพริบความกล้าหารและความโหดเฮียมได้กลายมาเป็นลักษณ์

เพื่อการต่อสู่เพื่ออิสระภาพของชนเผ่าอินเดียแดง การที่เราคิดว่า เจเรนิโม เป็นใครนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายมันยากที่จะคิดว่าจะมีใครสามารถแถบทั้งหมดที่มนุษย์นั้นพึ้งจะมีพวกเขาส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบเท่านั้นแต่ที่เน้นหนักจริงๆมันตกอยู่กับนักรบผู้นี้ผู้ที่ดหดร้ายเป็นนักฆ่าผู้ปกป้องอีกหลายชีวิต เจเรนิโม มีชื่อเสียงมากเป็นเวลาร่วม4ศตวรรษในการทำสงครามและได้รับชัยชนะในศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าและตามตำนานที่พวกอาปาเช่เล่าว่าความลับที่จะนำเขาไปสู่ความสำเร็จ

ก็คือพรสวรรค์พิเศษเขาเป็นคนที่มีพลังพิเศษเป็นอย่างมากในแบบที่คนให้ความเคราพนับถือซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนของเขาสำหรับพลังอานาจพิเศษบางอย่างเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่ได้แสดงออกมาโดยความสามารถในการรับรู้สิ่งต่างๆได้เร็วมากเป็นพิเศษและความสามารถในการพยากรด้วยถือได้ว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก