Category Archive : ประวัติศาสตร์

สมัยสมเด็จพระนารายณ์

ซึ่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ว่ากันว่าในช่วงนั้นอยุธยาได้เปิดกว้างให้กับชาวต่างชาติหลากหลายรูปแบบเลยอย่างจะเข้ามาตั้งที่อยู่ใช่ไหมเขาก็จะมีชุมชนให้ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นโปรตุเกตฮอลันดาอะไรก็ตามที่อยากจะแผ่แพร่ศาสนาก็แผ่ไปทำให้ความรู้ต่างๆที่มากมายจากฝรั่งได้ไหลเข้ามาและสิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือขนมไทย

นอกจากนี้ก็ได้มีการพัฒนาเกิดขึ้นมาในยุคนี้แหละเกิดขึ้นมาจากยุคชาวแหม่มฝรั่งที่มีชื่อว่ามารีกีมาหรือว่าท้าวทองกีบม้าที่เรารู้จักกันนี่คือเธอจะนำเอาสูตรขนมเข้ามาจากทางยุโรปแต่ก็นำเอามาดัดแปรงใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศไทยและหนึ่งในชาติที่เรามีสัมพันธมิตรที่ดีในยุคนั้นเลย

โดยฝรั่งเศสเองที่พระนารายณ์ได้ส่งพระยาโกษาธิบดีไปเจารจาเป็นความสัมพันธไมตรีและเรื่องที่โด่งดังในยุคนั้นเลยก็คือพระยาโกษาได้ไปคานมาตั้งแต่ปลายห้องของแวร์ทรายยังบัลลังก์ของพระเจ้าหลุยส์ตอที่เข้าเฝ้าและก็ได้สร้างความประทับใจให้กับพระเจ้าหลุยส์เป็นอย่างมาก

เรื่องราวของยุคนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นยุคที่สวยงามสว่างของอยุธยาแต่มันก็ได้มีด้านมืออีกด้านหนึ่งที่เขาไม่ค่อยได้พูดถึงกันในห้องเรียนนั่นก็คือภายในพระราชสำนักเองมันก็ยังมีการตบตีกันอยู่จนกระทั่งทำให้กษัตริย์หลายๆองค์ของอยุธยาในช่วงนั้นต้องย้ายหลบไปอยู่ที่เมืองลพบุรีแล้วในเวลาต่อมาก็จะมีขุนนางคู่หนึ่ง

ซึ่งได้มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่บ้านพูลหลวงที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็ได้เข้ามายึดอำนาจแล้วก็ได้ตั้งพระราชวงศ์ราชพูลหลวงโดยเป็นราชวงศ์สุดท้ายของอยุธยายุคนี้เองก็เป็นยุคที่ฝรั่งโดนลกบทบาทออกไปหมดคือบางพวกก็โดนไล่ให้ออกจากราชอาณาจักรไปเลยหลังจากนั้นก็จะมีการปราบกบฏคือจะพยายามขยายอำนาจไปครอบคุมตามหัวเหมืองต่างๆแต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการวางแผนที่ผิดไปหน่อยเพราะว่าในวังยังมดราม่ากันอยุ่

นอกจากนี้พอเข้าไปครองเอาหัวเมืองใหม่ๆเข้ามาแต่ว่าในพระราชสำนักเองยังไม่เรียบร้อยเลยก็เลยทำให้มีการปกครองของอยุธยากลับมาล่อแล่จนกระทั่งผลก็คือพม่าเข้ามาบุกอีกรอบหนึ่งในช่วงนี้เองเป็นช่วงที่มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้พยายมปกป้องหมู่บ้านของเขานั่นก็คือชาวบ้านบางระจันทร์แต่ว่ากลุ่มเล็กๆแค่นี้จะไปสู้กับกองทัพพม่าได้อย่างไรก็ถูกพม่าโจมตีจนแตกไปเสร็จแล้วเหตุการณ์ต่อมาพม่าได้บุกมาตีอยุธยาทำให้อยุธยาได้พ่ายแพ้ไปอีกรอบ

โดยในรอบนี้จะเป็นรอบที่แบบว่าบ้านเมืองเสียหายหนักมากจนไม่สามารถที่จะฟื้นฟูขึ้นมาได้อีกแล้วแต่ถึงแม้ว่าบ้านเมืองจะไม่เหลือซากอะไรก็มีชายเชื้อชาติจีนผู้หนึ่งเขาได้ขึ้นมากอบกู้สยามแล้วก็ได้ขับไล่ชาวพม่าออกไปและต่อมาชายผู้นี้ก็ได้ตั้งตนขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งธนบุรีมีพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

เหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ใน รวันดา

สำหรับเรื่องประวัติศาสตร์ในสมัยก่อนที่ทุกคนอาจจะรู้กันมาบ้างแล้วและบุคคลในรุ่นหลังยังไม่รู้เราก็อยากจะเอาเรื่องสมัยก่อนมาเล่าให้คนรุ่นหลังได้รับฟังกันให้เป็นความรู้ได้เชิงด้านประวัติศาสตร์และเรื่องราวจะเป็นยังมันน่าสนใจยังไงไปดูกัน

 

เหตุการณ์ที่ 1  สำหรับเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ใน รวันดา เรื่องนี้มันก็ได้เกิดขึ้นที่เรา รวันดา ที่แอฟริกาขึ้นแม้ว่าเพื่อนในส่วนใหญ่แล้วจะยังไม่รู้จักกับสถานที่แห่งนี้กันแต่ความแต่ความที่ไม่น่าที่มันจะเกิดขึ้นก็เป็นการสูญเสียกันเป็นจำนวนมากที่มันได้เกิดขึ้นมาภายในระยะเวลาเพียงแค่100เท่านั้นเองแต่ทว่าในช่วงเวลา100วันนี้ก็มีการสูญเสียผู้คนไปเป็นตัวเลขหลักแสนหลักล้านกันเลยทีเดียว

เหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นมันก็ได้เกิดขึ้นมาในช่วงระหว่างเดือนเมษายนหรือเดือนกรกฎาคมของปี1994ได้เป็นเหตุการณ์ในการสังหารหมู่ที่ได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฮูตูและก็เผ่าพันธุ์ทุตซี่

ซึ่งเหตุการณ์นี้มันก็ได้เริ่มมาจากความดราม่าทางการเมืองนี่แหละอย่างเช่นได้มีคนที่พยายามที่จะรื้อระบอบกษัตริย์ขึ้นมารวมไปถึงการลักลอบนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งรวันดาและชื่อของเธอเราจะขอไม่กล่าวถึงเพราะอ่านไม่ออก

นอกจากนี้เหตุการณ์ในครั้งนี้มันก็ได้รามปรามไปจนได้มีผู้เสียชีวิตราวกว่า70%ของประเทศกันเลยที่เดียวอีกทั้งก็ยังได้มีการข่มขืนทางเพศกันอย่างโหดเหี้ยมที่ได้มีการส่งผลให้หลังจากนั้นก็ได้มีคนได้รับเชื้อHIVอย่างกับโปรโมชั่นลดจากแถมกันเลยทีเดียว

แม้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มันจะได้จบลงไปแล้วแต่มันก็ยังมีปัญหาที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะแก้ไขได้จนกระทั่งทุกวันนี้ก็อย่างเช่นพวกทารกที่เกิดมาพร้อมกับไม่มีพ่อแถมยังมีHIVติดตัวมาอีกแต่มันก็ยังคงเป็นปัญหาที่ทำให้ประเทศของเขาได้ดูดตึงความเจริญเอาไว้

เหตุการณ์ที่ 2สำหรับเหตุการณ์มันฝรั่งในช่วงระหว่างปี1845ถึง1849มันก็จะเป็น4ปีที่ชาวไอซ์แลนด์ต้องพบกับภัยพิบัตินานาราวกับว่าโดนพระเจ้าหันหลังใส่กันเลยทีเดียว

ในช่วงเวลานี้ก็จะมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า  “ ทุกภิกภัยครั้งใหญ่ในไอซ์แลนด์ “ ซึ่งเรื่องราวครั้งนี้มันก็ได้เกิดขึ้นจากสิ่งเดียวเลยนั่นก็คือมันฝรั่งใครจะไปคิดว่าในสิ่งที่มันดูง่ายๆที่ไม่มีพิษไม่มีภัยจะสร้างความวานป่วงให้อย่างมากมาย

จนกระทั่งมันได้เป็นเรื่องราวของชาวไอซ์แลนด์เขายังได้มีการเล่าต่อให้ลูกหลานได้ฟังในยุคนี้กันอยู่เลยคือมันฝรั่งตอนมันได้ถูกนำเอาเข้ามาในยุโรป

ซึ่งได้นำเข้ามาในลักษณะของเครื่องประดับบ้านก็มันเป็นดอกสวยๆคนก็คิดว่ามันคงจะกินไม่ได้หลังจากนั้นมันก็ได้เริ่มแปรสภาพให้กลายมาเป็นอาหารของคนชั้นสูงแล้วก็ได้แพร่ขยายปลูกกันเป็นจำนวนมากจนกระทั่งลากหญ้าที่มันสามารถกินได้ราคาถูกๆ

เนื่องจากในสมัยนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเขาคงจะเลือกมันฝรั่งพันธุ์ไหนกันมาเลือกไม่เป็นหรือว่าดูแลกันไม่เป็นก๋เลยก่อให้เกิดเชื้อโรคเชื้อราขึ้นในมันฝรั่งและมันก็มีความร้ายแรงถึงขนาดที่เป็นยาพิษที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  betbb

ตำนานการทำงานการเมืองที่สุจริตของนายป๋วย

นอกจากนี้ในปี พุทธศักราช2492 นายป๋วยก็ได้เข้ารับราชการแห่งหนึ่งและเข้ารับราชการไทยอีกด้วยจากนั้นการทำงานของนายป๋วยก็ได้เริ่มต้นขึ้นที่กรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังด้วยพลังความรู้และพลังที่ตั้งใจแน่วแน่ ดร.ป๋วย จึงได้เป็นกำลังที่สำคัญได้การจัดหาเงินต่างประเทศมาใช้กับโครงการหลักๆมากมายอันเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและมีบทบาที่สำคัญในการกำหนดนโยบายการเงินและการคลังฟื้นฟูภัยเศรษฐกิจไทยและหลังสงครามในฐานะกรมการบริหารสภาเศรษฐกิจแห่งชาติจากนั้น ดร.ป๋วย ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในปีพุทธศักราช2496แม้ว่าจะได้ดำรงตำแหน่งในช่วงเวลาสั้นๆ

ซึ่ง ดร.ป๋วย ก็ได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นข้าราชการที่ดีกล้าแสดงความเห็นและยืนยันความถูกต้องโดยไม่ยอมให้มีการฝ่าฝืนระเบียบราชการใดๆตามคำขอของผู้มีอำนาจจึงได้เป็นเหตุทำให้คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้  ดร.ป๋วย ให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าการและดำรงตำแหน่งได้เพียง7เดือน

นอกจากนี้ด้วยความรู้และความสามารถที่ประจักษ์แจ้ง  ดร.ป๋วย เพียงแค่ครึ่งเดือนหลังจากผู้ปลดออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าการนายเสริม วินิจฉัยกุลผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะนั้นก็ได้ขอให้  ดร.ป๋วย ให้เข้ามาช่วยด้านงานวิชาการในตำแหน่งผู้เชียวชาญประจำธนาคารถึงแม้ว่าตำแหน่งจะเปลี่ยนแปลงไปแต่ประณิธานของ  ดร.ป๋วย ในการยืนยันเพื่อความถูกต้องก็ไม่เคยแปรเปลี่ยน

ผู้มีอำนาจในขณะนั้นต้องการที่จะเปลี่ยนไปใช้บริษัทพิมพ์ธนบัตรของอเมิรกาแห่งหนึ่งหลังจากที่  ดร.ป๋วย ได้รับมอบหมายให้ไปตรวจสอบดูแล้วเห็นว่ามันไม่เหมาะสมท่านจึงยื่นกลางที่จะใช้บริษัทเดิมใช้พิทพ์ธนบัตรต่อไปการตัดสินใจทุกครั้งท่านได้ยึดถือว่า “ในขณะที่ทำงานถ้าไม่พะวงรักษาเก้าอี้มักจะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง”

ซึ่งจากการขัดผมประโยชน์ในครั้งนั้น ดร.ป๋วย ต้องหลบมรสุมทางการเมืองไปทำงานววิจัยที่Chatham House Londonพร้อมกับรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจการคลังประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยจนเมื่อได้เข้าปีพุทธศักราช2501  ดร.ป๋วย ท่านก็ได้กลับมารับใช้แผ่นดินอีกครั้งหนึ่งเป็นการกลับมาในฐานะผู้วางรากฐานให้หน่วยงานเศรษฐกิจของประเทศ

ดร.ป๋วย ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางด้านเศรษฐกิจพร้อมกับถึงง3ตำแหน่งได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณคนแรก ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังคนแรกเมล็ดพันธุ์เม็ดแรก ที่ ดร.ป๋วย ได้โบมเพาะเอาไว้ให้เหล่าเศรษฐกิจของประเทศไทยได้แก่ การออกพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ปีพุทธศักราช2505และนำเทคนิคการนำนโยบายการเงินสำคัญๆเอามาใช้ในธนาคารไม่ว่าจะเป็นอัตราสำรองเงินสดและอัตราส่วนลด

สิ่งสำคัญที่เป็นส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงแก่ระบบธนาคารพาณิชย์ซึ่งเทียบเสมือนน้ำและปุ๋ยในการช่วยบำรุงเมล็ดพันธุ์เศรษฐกิจก็คือการวางตัวและจริยธรรมในการทำงานของดร.ป๋วยท่านกล้าที่จะยืนยันกับอิทธิพลทางการเมือง

ยุคกลางของเรเนซองส์รุ่งเรือง

ซึ่งคนในยุคเรเนซองส์ก็มักจะเก่งกันหลายๆด้านในหนึ่งคนคือเขาจะมีคำที่เรียกว่า “เรเนซองส์แมน” หมายถึงว่าคือคนที่มีความรู้กวางขว้างหลากหลายอย่างเช่น ดาวินชีนี่ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากทุกๆอย่างนั้นได้เกิดขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่นั่นก็คือการเป็นมนุษย์นั้นสูงส่ง

ซึ่งในการคิดแบบนี้เป็นวิธีคิดตามปรัชญาตะวันตกจากยุคกรีกโบราณนั่นเองอย่างไรก็ตาม ยุคเรเนซองส์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในอิตาลีหรือฟลอเรนซ์เท่านั้นแต่คำว่า Renaissance นั้นก็ยังใช้กับอีกหลายๆที่ในยุโรปที่เกิดการเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นEnglish Renaissanceมันก็ได้มีช่วงเวลาที่ได้แตกต่างกันไป

นอกจากนี้แนวคิดที่ได้มีความสำคัญมากๆที่ผลักดันงานต่างๆในยุคเรเนซองส์ก็คือแนวคิดของนักปราชญ์กรีกที่ถูกค้นพบอีกครั้งนั่นคือแนวคิดที่เรียกว่าHumanitasซึ่งได้เป็นแนวคิดของนักปรัชญากรีกProtahorasเขาได้บอกว่าMan is the measure of all things ซึ่งมันได้ถูกตีความว่าความจริงของแต่ละคนมันก็ขึ้นอยู่กับการตีความและการมองโลกของคนๆนั้นมันถือว่าเป็นเรื่องที่ล้ำแบบที่ออกจะถึงขั้นนอกกรีตเลยทีเดียวทั้งในสมัยกรีกที่คำนี้ถูกกล่าวออกมา

เมื่อมันได้ถูกค้นพบอีกครั้งในยุคเรเนซองส์เพราะว่าแนวคิดนี้สวนทางกับทั้งปรัชญาของหลายสำนักในยุคกรีกโบราณและศาสนจักรในยุคกลางก็ล้วนแต่เชื่อกันว่าความจริงมีเพียงแค่หนึ่งเดียวคุณค่าของยุคกลาง คีย์เวิร์ดก็คือ “ความศักดิ์สิทธิ์” หรือว่าDivineชีวิตและร่างกายไม่ใช่ของเราแต่เป็นของพระผู้เป็นเจ้าร่างกายเป็นพียงภาชนะที่ว่างเปล่าใช้บรรจุวิญญาณเอาไว้รอวันกลับไปหาพระเจ้าอีกครั้งนึงแต่การฟื้นฟูวิทยาการเลิกมองว่าชีวิตคือภาชนะแต่มองมนุษย์เป็นสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเองมีความงดงาม

อีกทั้งยังได้มีการหันกลับมาให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์มากขึ้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนยุคนี้จะไม่เอาศาสนาศาสนาจักรก็ยังคงยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลศิลปะในยุคนี้เล่าเรื่องศาสนาเช่นเดิมแต่เรื่องที่เปลี่ยนไปก็คือการให้คุณค่าของชีวิตหรือว่าโฟกัสในเรื่องของความงานเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิงเลยจากยุคก่อน

นอกจากนี้เมื่อศาสนจักรคาธอลิกเป็นนายทุนใหญ่ที่สปอนเซอร์งานศิลปะทางศาสนามากมายและก็ยังได้เป็นงานที่มีความสำคัญมากมาจนถึงปัจจุบัน

เราจะยกตัวอย่างเรื่องนี้ผ่านตัวอย่างงานศิลปะของยุคกลางชิ้นนึงนั้นก็คืองานstained Glass หรือว่ากระสจกสีเป็นภาพพระแม่มารีBlue Virgin ที่อาสนวิหารชาทร์ในฝรั่งเศสได้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่12เราจะเห็นพระแม่มารีนั่งอยู่บนบลังก์มีพระคริสต์ในวัยเด็กนั่งอยู่บนตักทั้งคู่ได้ถูกตั้งไว้ตรงกลางภาพ

ช่วงเริ่มต้นของการเริ่มปฏิวัฒนธรรม

นอกจากนี้นายเหมาเจ๋อตงก็ได้ออกมาเขียนบทความ ถล่มศูนย์บัญชาการซึ่งเยาวชนพิทักษ์แดงจากโรงเรียนทั่วประเทศก็นั่งรถไฟฟรีเข้ามาที่ปักกิ่งเพื่อให้กำลังใจประธานเหมาเจ๋อตงช่วงเวลานี้ได้ถูกเรียกว่าRed Guard Summerเหมาเจ๋อตงก็ได้มอบนโยบายให้เรดการ์ดไปกำจัด4เก่าได้แก่ ความคิดเก่า นิสัยเก่า ธรรมเนียบเก่า และ วัฒนธรรมเก่า ไม่ว่าจะเป็นซากเดนของศักดินา จักรวรรดินิยมตะวันตกและ ทุนนิยม และสำหรับนักเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยใครคือตัวแทนของความคิดเก่า วัฒนธรรมเก่า ระบอบศักดินา และความรู้แบบตะวันตกก็ครูอาจารย์ไง

ในช่วงเริ่มต้นของการเริ่มปฏิวิฒนธรรมเป้าหมายแทรกของเรดการ์ดก็คือครูอาจารย์ 

ซึ่งครูอาจารย์นั้นได้โดนม๊อบเด็กวัยรุ่นลากออกมาทำร้าย ประจาน โกนหัว ตบตีด่าทอ ทำให้อายทำให้ทุกข์ทรมานจนตายบ้างก็ตายด้วยน้ำมือของม๊อบบ้างก็ทนไม่ไหวฆ่าตัวตายไปก็เยอะทั้งหมดนี้ได้เกิดขึ้นในปี1966

การกระทำของเรดการ์ดได้รับการอนุญาตและการสนับสนุนโดยอำนาจรัฐอย่างไม่มีข้อสงสัเพราะว่าได้มีคำสั่งที่ออกมาอย่างชัดเจนออกมาว่าห้ามตำรวจ ทหาร ขัดขวางกิจกรรมของเรดการ์ด เรดการ์ดจะทำอะไรก็ได้เรียกได้ว่าพังพินาศไปโดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ได้มีข้อยกเว้นเพียงเล็กน้อยคือสถานที่และบุคคลบางที่ที่มีการส่งทหารตำรวจไปเฝ้าเช่น พระราชวังต้องห้าม หรืออาจจะเป็นบ้านของมาดามซุนยัตเซนเป็นต้น

หลังจากที่ครูอาจารย์ได้โดนลากออกมาทรมานกลางถนนจนจะหมดประเทศอยู่แล้วเรดการ์ดหันพลังการทำลายล้างไปที่คนที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูทางการเมืองของเหมาเจ๋อตง

ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเริ่มต้นที่หลิวเส้าฉีและเติ้งเสี่ยวผิงผู้นำรัฐบาลที่พยายามปรับปรุงภาวะเศรษฐกิจของประเทศอยู่นั่นเองและยังจำบทความเรื่องถล่มศูนย์บัญชาการได้อยู่ใช่ไหมนั่นแหละทุกคนรู้แฟนคลับรู้ว่าศูนยบัญชาการที่ว่านี่คือ หลิวเส้าฉีและเติ้งเสี่ยวผิง นี่แหละ 

หลิวเส้าฉีและเติ้งเสี่ยวผิงก็โดนลากออกมาตบตีด่าทอถุยน้ำลายใส่กลางเมืองกลางถนนเหมือนคนอื่นๆ หลิวเส้าฉีได้ตายในคุกส่วนเติ้งเสี่ยวผิงได้ถูกส่งไปใช้แรงงานหนักลูกชายได้ถูกโยนลงมาจากตึกจนเป็นอัมพาตครึ่งตัว

แม้กระทั่งบิดาของนาย สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีคนปัจจุบันซึ่งก็ได้เป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรคก็ได้ถูงส่งไปใช้แรงงานหนักเช่นกันจนพี่สาวของนายสีทนไม่ได้ได้ฆ่าตัวตายไปเหมือนกับคนที่ถูกPurge เป็นจำนวนมาก

ตั้งแต่Red Guard Summerในปี1966จนถึง1967ประมาณ1ปีเต็มๆที่มีความรุนแรงอย่างน่าสะพรึงกลัวมากๆทั้งที่ไม่เคยเกิดขึนมาก่อนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  bk8

สงครามทหารไทยรุกเข้ายึดตีเชียงตุง

เมื่อวันที่25มกราคม 2485 ประเทศไทยได้ประกาศสงครามกับพันธมิตร โดยอังกฤษก็รีบประกาศสงครามตอบกลับอย่างทันที โดยในวันที่9มีนาคม พ.ศ.2485 ญี่ปุ่นได้ยึดกรุงย่างกุ้งได้เหล่าทหารอังกฤษได้ถอนตัวจากพม่าไปที่อินเดียต่อมา เมื่อวันที่13เมษายน  พ.ศ.2485 ซึ่งมันเป็นววันที่ตรงกับวันสงกรานต์ได้มีเครื่องบินทิ้งระเบิดของญี่ปุ่นแบบมิตซูบิชิจี32mนากาจีม่าจำนวน21ลำเดินทางจากสนามบินลำปางไปทำการทิ้งระเบิดเข้าโจมตีที่เมืองเชียงตุงอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้มีผู้บาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

พลตรีอากาศฟื้นในสถานะผู้บัญชาการบินใหญ่ถมพายัพจึงได้ตำนิผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นว่าวันนี้ได้เป็นวันสงกรานต์และเป็นวันทำบุญตามประเพณีของคนในผู้ภูมิภาคนี้จึงไม่สมควรทำการปฏิบัติการดังกล่าวผู้บัญชาการทางทหารญี่ปุ่นจึงสั่งให้หยุดการปฏิบัติการและได้กล่าวคำขอโทษในวันรุ่งขึ้นผู้บัญชาการใหญ่ถมพายัพและผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นได้เดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อประตูผารวมทั้งกล่าวขอขมาลาโทษในการปฏิบัติการอันโหดร้ายทารุนต่อชาวเชียงตุงโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน

ในวันที่9พฤษภาคม พ.ศ.2485ทหารไทยได้รุนข้ามชายแดนไทยพม่าและเข้าบุกอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเมือง12ปันนาของจีนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หน้าภาคภูมิใจในความเก่งของทหารไทยที่ไม่ค่อยมีใครที่จะพูดถึง

เริ่มต้นทหารช่างต้องตัดถนนอย่างยากลำบากหากใครเคยไปแม่ฮ่องสอนเชียงรายก็น่าจะทราบถึงภูมิประเทศกันเป็นอย่างดีภูเขาภาคเหนือสูงแค่ไหนเทือกเขาในพม่าจึงมีสูงกว่าสองถึงสามเท่าตัวเส้นทางที่ทหารช่างไทยทำเอาไว้ได้กลายมาเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางจากท่าขี้เหล็กไปถึงเมืองลาวจนถึงทุกวันนี้ในช่วงนั้นยังไม่สามารถใช้รถในการลำเรียงได้เพราะเป็นโร่มโคนมากต้องใช้ม้าวัวควายในการลำเรียงแต่วัวควายกับติดโร่มจึงล่มตายไปเป็นจำนวนมากเลยต้องมาใช้ช้างลำเรียง

ตลอดเวลาที่ทหารไทยรุนเข้าไปต้องพบการต่อต้านจากทหารจีนอย่างหนักเราได้รุกผ่านท่าขี้เหล็กไปจนถึงเชียงตุงนครเชียงตุงได้ตั้งอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาสูงมีถนนเข้าไปได้เพียงเส้นเดียวที่มาจากแม่สายอังกฤษจึงสร้างปราการแข็งแกร่งติดอาวุธหนักเอาไว้บนดอยเหมยคุมเส้นทางยุธศาสตร์สายนี้และใช้เป็นที่ตากอากาศของคนอังกฤษด้วยทั้งคุยว่าไม่มีกองทัพใดจะผ่านปราการที่แข็งแกร่งตรงนี้ไปได้

ฉะนั้นที่กองพลที่3จะเคลื่อนไปถึงประเทศไทยจึงได้ส่งฝูงบิน10เครื่องเข้าไปถล่มปราการบนดอยเหยมเสียก่อนเมื่อในวันที่17พฤษภาคม จึงทำให้บางส่วนถูกทำลายทหารจีนขวัญกระจายกองทัพพลที่3แบ่งกองกำลังส่วนหนึ่งได้อ้อมไปด้านหลังกำหนดโจมตีพร้อมกันสองด้านแต่การที่จะนำปืนใหญ่ขึ้นไปเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากเพราะเส้นทางสูงชันจึงทำให้ม้าไม่มีกำลังที่จะลากขึ้นไป

 

สนับสนุนโดย  entaplay th

ประวัติสะพานรักสารสิน

           แน่นอนว่าเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวในสมัยโบราณนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะถูกกีดกันจากผู้ใหญ่เพราะคนในสมัยโบราณมักจะถือเอาลาภยศสรรเสริญความร่ำรวยเป็นที่ตั้งเพราะทุกคนก็คงไม่อยากให้ลูกของตนเองนั้นต้องไปเจอกับคนยากจนทั้งๆที่ตัวเองนั้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยรวยพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็กลัวว่าลูกของตนเองนั้นหากไปเจอคู่ครองที่ยากจนแล้วก็จะเกิดความลำบาก

และเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวที่พากันไปโดดสะพานสารสินในก็เช่นเดียวกันเมื่อทั้งคู่นั้นรักกันอย่างมากมายและฝ่ายชายก็เป็นคนนิสัยดีแต่เสียอย่างเดียวที่ครอบครัวของนั้นเป็นคนยากจนในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นเป็นบุคคลที่มีฐานะร่ำรวยและถึงแม้ว่าทั้งคู่จะรักกันมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้

เมื่อพ่อของฝ่ายหญิงนั้นพยายามกีดกันอยู่ตลอดเวลาและพยายามจับคู่ให้กับฝ่ายหญิงให้ได้เจอกับชายหนุ่มที่มีงานนะร่ำรวยเสมอกันและถึงแม้ว่าฝ่ายชายนั้นจะฟันฝ่าอุปสรรคสามารถเข้าไปอยู่ในใจของญาติของฝ่ายหญิงได้หลายคนแล้วแต่อุปสรรคก้อนใหญ่ก็ยังคงเป็นพ่อของฝ่ายหญิงซึ่งยังคงคิดกันอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกเพราะไม่อยากให้คนทั้งคู่นั้น

ได้ครองรักกันจนในที่สุดเมื่อทั้งคู่เห็นแล้วว่าทำอย่างไรพ่อของฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมที่จะปล่อยให้คนทั้งคู่นั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแน่นอนและยังมีการบังคับให้ผู้หญิงนั้นไปแต่งงานกับคนอื่นทำให้ในท้ายที่สุดแล้วคนทั้งคู่นั้นก็ได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในโลกแห่งความตายโดยทั้งคู่ได้มีการมากระโดดสะพานช่วยฆ่าตัวตายไป

พร้อมกันแต่ที่ทำให้หลายคนเศร้าสลดใจกับการฆ่าตัวตายในครั้งนี้และเล่าเรื่องราวจะมาเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้นั่นก็เพราะว่าก่อนที่จะกระโดดลงแม่น้ำฆ่าตัวตายนั้นเขาทั้งคู่ได้มีการใช้ผ้าขาวม้ามามัดที่บริเวณเอวของคนทั้งคู่เอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้คนทั้งคู่นั้นแยกออกจากกันซึ่งถึงแม้ว่าตอนที่กู้ภัยจะไปช่วยเหลืองมศพขึ้นมาจากใต้ท้องน้ำแต่คนทั้งคู่ก็ยังคงสภาพกอดกันแน่น

ทำให้เห็นว่าความรักของคนทั้งคู่นั้นไม่มีอะไรมาพรากจากกันได้แม้แต่ความตายก็ตามจนทำให้เรื่องราวความรักของคนทั้งคู่นั้นกลายเป็นตำนานให้หนุ่มสาวหลายคนได้เอาเป็นเยี่ยงอย่างและถูกนำมาสร้างเป็นชื่อของสะพานที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบันนี้นั่นเองนั่นก็คือสะพานสารสิน

 

สนับสนุนโดย  entaplay แทงบอลออนไลน์

ความลึกลับเรื่องราวลี้ลับของยานอวกาศและสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

สำหรับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของยานอวกาศหรือว่ายูเอฟโอแต่อย่างไรก็ตามหลายคนก็จะคิดว่าก็จะมีลักษณะที่คล้ายกับจานดาวเทียมมีวงกลมตรงกลางและได้เคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งในเรื่องนี้มันก็เป็นการมโนมาตั้งแต่ในอดีตและจนมาถึงขั้นในปัจจุบันนี้และมันก็ยังไม่เคยได้มีใครที่จะพบเจอกันเลยว่าหน้าตาของยานอวกาศนี้มันเป็นยังไง

ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในบ้านเราเองก็มีหลายคนที่ได้จับภาพเป็นมนุษย์ต่างดาวนอกจากนี้พอมาในภายหลังความแตกเพราะสุดท้ายแล้วมันคือภาพจากแอพพลิเคชั่นแอพหนึ่งซึ่งมันเลยเป็นเรื่องที่น่าสร้างความฮือฮ่ากันไปทั่วประเทศเมื่อมันได้เป็นของจริง ซึ่งอย่างไรก็ตามในต่างประเทศเองจะมีสถาบันอวกาศอีกหนึ่งที่เราได้เรียกว่าสถาบันนาซา

ซึ่งทางนาซาเขาได้คิดวิธีการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวให้ได้แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ซึ่งในเรื่อง้หล่านี้หลายๆคนก็ได้เชื่อกันว่ามันอาจจะเป็นเพราะว่าดาวของเรานั้นได้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วเกินไปโดยใช้การเคลื่อนที่ของสนามแม่เหล็ก ซึ่งมันก็ได้ทำให้เรานั้นได้มองไม่เห็นหรือว่ามองไม่ทันนั่นเองถ้าหากว่าการเคลื่อนที่แบบนี้มันมีอยู่จริงแบบนี้ก็แสดงว่าอีกดวงหนึ่งมันจะต้องเจริญเติบโต

อย่างมากเลยทีเดียวและ ต่อมาจะมาพูดถึงในเรื่องของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าหรือหลายๆคนก็อาจจะเรียกว่าสามเหลี่ยมปีศาจเพราะมันได้เป็นบริเวณที่มีการสัญจรไปมาระหว่างเรือและเรือบินอย่างหนาแน่นกันเลยและที่ สำคัญมันก็ไม่น่าจะมีอะไรแต่มันก็มีเมื่อวันดีคืนดีได้มีเรือที่ได้สัญจรไปมาและปรากฎว่าอยู่ดีๆเรือและก็ลูกเรือหายไปหมดทั้งที่วันนี้มันไม่มีปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ

เลยท้องฟ้าก็นิ่งอากาศก็ดีและนอกจากนี้มันก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาอีกในปี1945ที่ผ่านมานี่เองได้มีนักบินและเครื่องบินจำนวน14ลำได้หายไปเลยจากนั้นก็ไม่สามารถที่จะติดต่อได้ทั้งที่ในวันนั้นก็ไม่ได้มีพายุอะไรก็ไม่มีคลื่นก็สงบและก่อนที่จะหายไปก็ไม่ได้มีการขอความช่วยเหลือแต่อย่างใดและจนมาถึงทุกวันนี้พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่ามันได้หายไปไหน

ซึ่งหลายๆคนก็เชื่อว่ามันน่าจะเป็นประตูมิติที่มันน่าจะเชื่อต่อกันหรือว่ามันอาจจะมีการรักพาตัวจากมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้ สำหรับเรื่องสโตนเฮนจ์มันก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าใครที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมาและได้สร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไร

 

สนับสนุนโดย  next88 slot

เหตุการณ์ปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์สรุปไม่ได้

เมฆรังสี

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าการอุตสากรรมการบินจะทำให้มนุษย์ได้รับรังสีในปริมาณที่เทียบเท่ากับการฉายรังสีเอกซเรย์และทางนาซา ได้มีการค้นพบเมฆรังสีใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถระบุที่มาได้ โดยมีปริมาณรังสี ที่มากกว่าปกติถึงสองเท่า นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเมฆรังสีนี้ น่าจะเกิดจากการที่พายุแม่เหล็กโลกจึงทำให้แถบแม่เหล็กรังสีแวนแอลเลน

ปล่อยอิเล็คตรอนออกมาและได้เกิดการปะทะกับไนโตรเจนและออกซิเจนอะตอมทำให้เกิดการกระจายตัวของรังสีทุติยภูมิและรังสีตติยภูมิเช่นเดียวกันกับรังสีแกมมา จากการค้นพบในครั้งนี้หลยาคนตระหนักว่าทางสายการบินควรจะหลีกเลี่ยงเมฆรังสีเหล่านั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและผู้โดยสาร

จุดเย็นใหญ่ของดาวพฤหัสบดี

นับตั้งแต่ในช่วงสมัยศตวรรษที่17นักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตเห็นจุดใหญ่บนดาวพฤหัสบดีที่เรียกกันในปัจจุบันว่าจุดแดงใหญ่แต่เมื่อไม่นานมานี้นักดาราศาสตร์นามว่า ทอม สแตลลาร์ด ได้มีการยืนยันว่าจุดปริศนาใหม่ที่เรียกว่า “จุดเย็นใหญ่” นั้นมันมีอยู่จริงจากคำอธิบายของ สแตลลาร์ด ได้พบว่าชั้นบรรยากาศในบริเวณนั้นได้บ่งบอกว่ามันได้มีความหนาวเยย็นเป็นบริเวณ

ที่มีความหนาวเย็นโดยพื้นที่ประมาณ1.1ล้านตารางไมล์และจากการเฝ้าสังเกตพบว่ามีช่วงหนึ่งที่จุดนั้นหายไปและมันจะกลับมาปรากฎอีกครั้งในตำแหน่งเดิม โดยเชื่อว่าปรากฎการณ์นี้ เกิดจากสนามแม่เหล็กที่ได้ทำปฏิกิริยากับออโรของดาวพฤหัสบดีและปล่อยพลังงานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเองแต่ถึงอย่างไรก็ตามจุดปริศนาใหม่นี้มันก็ยังไม่สามารถที่จะหาคำมาอธิบายได้

เมฆหกเหลี่ยมของดาวเสาร์

ภารกิจในความเสี่ยงของยานแคสซินีของนาซาที่ได้มีการโคจรสำสรวจผ่านวงแหวนของดาวเสาร์ โดยจะต้องฝ่ากลุ่มเมฆที่ความเร็ว124,000กม.ชม. ซึ่งในปัจจุบันเชื้อเพลิงของยานเริ่มจะใกล้หมด จึงได้คาดว่ายานอคสซินีน่าจะถูกทำลายลงที่ดาวเสาร์ในช่วงเดือนกันยายน ปี2017 แต่เมื่อเร็วๆนี้ยานแคสซินีสามารถถ่ายภาพของกลุ่มเมฆ

ที่ได้ก่อตัวเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม ซึ่งล้อมรอบขั้วโลกเหนือของดาวเสาร์ไว้ได้ โดยเมฆเหล่านั้นคาดว่ามันน่าจะเป็นผลจากการทำปฏิกิริยาระหว่างแอมโมเนียที่อยู่ในชั้นบรรยากาศด้านบนกับน้ำแข็งในชั้นบรรยากาศด้านล่างลักษณะหกเหลี่ยมเช่นนี้ มันน่าจะมีความสัมพันธ์กับกระแสลมเจ็ทสรีตมของดาวเสาร์

แต่ที่มาหรือสาเหตุที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมเช่นนั้นก็ยังคงเป็นปริศนา นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์แปลกอีกอย่างหนึ่งนั่นคือมันได้เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมนั้นมันยังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนออกมาจากโทนสีฟ้าให้กลายไปเป็นสีทองได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  sagame เอเชีย

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์เกิดการระเบิดและได้ตกลงมาสู่มหาสมุทรแอตแลยติก

เทปปริศนาในชั้นใต้ดิน

ในปี2015 ทางนาซาก็ได้รับการติดต่อว่าได้มีการพบเทปแม่เหล็กจำนวนหลายร้อยม้วนที่อยู่ภายในบ้านชั้นใต้ดินของชายผู้หนึ่งที่เพนซิลเวเนีย ซึ่งเทปเหล่านั้นมันได้ถูกค้นพบจากเจ้าของบ้านที่ได้เสียชีวิต โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าเทปของนาซา มันได้ไปอยู่กับเขาได้อย่างไร เทปจำนวน325ม้วนและคอมพิวเตอร์อีกจำนวน2เครื่องที่มันได้มีป้ายบอกเอาไว้ว่ามันได้เป็นของศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ด

ซึ่งก็ได้คาดว่าภายในมันอาจจะมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้อย่างมากมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจของอพอลโลที่มันได้เกิดขึ้นในช่วงปี1961ถึง1972 เทปหลายม้วนได้มีป้ายระบุว่ามนได้เป้นเทปบันทึกภารกิจของยานสำรวจอวกาศไพโอเนียร์8และไพโอเนียร์9แต่ เทปในส่วนที่เหลือกว่า200ม้วนมันไม่ได้มีการระบุใดๆเอาไว้เพราะ

เนื่องจากโดยปกติแล้วที่นาซาจะต้องทำการลบข้อมูลและนำเอาเทปกลับมาใช้ซ้ำแต่บางคนที่ได้เชื่อกันว่าเทปที่มันได้ถูกค้นพบเหล่านี้มันอาจจะมีภาพฟุตเทจของโครงการอพอลโล11ที่มันยังซ่อนอยู่แต่มันก็ยังได้เป้นที่น่าเสียดายที่สภาพของเทปได้มีการเสื่อมสภาพและความเสียหาย ซึ่งหากทำการกู้คืนมันก็อาจจะไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายต่อมาทางนาซา จึงได้ออกมาแถลงการอีกว่า”เทปแม่เหล็กทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ได้นำมานั้นได้มีการทำลายไปเป็นที่เรียบร้อย” 

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์

เนื่องจากในวันที่28มกราคม ปี 1986 ได้มีเหตุการณ์การระเบิดของกระสวยอวกาศชาแลนด์เจอร์ของ นาซา หลังจากที่ได้ปล่อยให้ทะยานให้ขึ้นสู่บนท้องฟ้าได้แค่เพียง73วินาทีก่อนที่มันจะได้ตกลงมาสู่มหาสมุทรแอตแลยติกจากการตรวจสอบซาก เนื่องจากได้มีการพบแอร์แพคแบบฉุกเฉินสามเครื่องที่ได้ถูกเปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งมันก็ได้เป็นการบ่งบอกว่าลูกเรือยังได้มีสติอยู่ในช่วงหนึ่ง

ในขณะเกิดเหตุสำหรับในการค้นพบนี้มันจึงได้ทำให้เกิดข่าวลือที่มีความเกี่ยวข้องกับเทปลับของนาซาที่อาจได้มีการบันทึกเอาไว้ ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้มีการปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งก็ได้มีการอ้าอีกว่าได้มีการถอดข้อความมาจากเทปต้นฉบับและ จากการตรวจสอบได้พบว่าบทสนทนานี้มันได้เป็นของปลอมและทางนาซาเองก็ไม่ขอออกมาแสดงความคิดเห็นที่มีความเกี่ยวข้องกับเทปดังกล่าวเป็นแน่ ซึ่งหลายคนเชื่อว่ามันได้มีเหตุผลมากพอที่เหล่านักบินจะต้องมีการสื่อสารกันในขณะเกิดเหตุระเบิดและนาซาจะต้องมีการบันทึกเทปเสียงดังกล่าวไว้แน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย  sagame666