Category Archive : ตำนาน

ตำนานอาถรรพ์ของเมืองลำปางจากแรงอธิษฐานของนางสุชาดา 

สำหรับเรื่องราวอาถรรพ์แรงสาปแช่งของนางสุชาดานั้นว่ากันว่ามีหลักฐานที่สามารถเชื่อได้ว่ามีเรื่องจริง ซึ่งเรื่องราวนี้มีการพูดถึงเกี่ยวกับพระรูปศักดิ์สิทธิ์รูปหนึ่งเรียกว่าองค์พระรูปพระแก้วดอนเต้า ซึ่งในปัจจุบันนี้พระธาตุดอนเต้านั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงในจังหวัดลำปางนั่นเอง สำหรับตำนานของพระนางสุชาดานั้นเริ่มมีหัวว่ามีพระมหาเถระเจ้าองค์หนึ่งมีความต้องการที่อยากจะสร้างพระพุทธรูป

โดยอยากจะได้พระพุทธรูปที่สร้างมาจากไม้แก่นจันทร์แต่อย่างไรก็ตามพระองค์ก็ไม่สามารถหาไม้แก่นจันทร์มาสร้างพระพุทธรูปได้เรื่องราวเรื่องนี้จึงรู้ไปถึงหูพญานาคองค์หนึ่งด้วยความศรัทธาพญานาคจึงได้มีการเสกแก้วมรกตเอาไว้ในแตงโม

ซึ่งแตงโมดังกล่าวนั้นอยู่ภายในบริเวณสวนหลังบ้านของนางสุชาดานั่นเองโดยนางสุชาดาผู้นี้เป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยปกติแล้วนางสุชาดานั้นจะนำแตงโมที่ตนเองปลูกนั้นไปถวายพระสงฆ์ที่วัดอยู่เป็นประจำอยู่แล้วอยู่มาวันหนึ่งนางได้ไปเก็บแตงโมเลยหวังว่าจะนำแตงโมนั้นไปถวายพระที่วัดก็พบว่าเมื่อผ่านมาแล้วก็เจอกับแก้วมรกต และด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาทำให้นางสุชาดานั้นได้นำหินมรกตนี้ไปถวายแก่พระมหาเถระเจ้า ดังนั้นพระมหาเถระเจ้าจึงได้นำหินมรกตที่นางสุชาดานำมาถวายนั้นไป

แกะเป็นพระพุทธรูปแต่ไม่สามารถที่จะแกะได้เนื่องจากว่าหินแก้วมรกตนั้นมีความแข็งเป็นอย่างมากเรื่องจึงทราบถึงหูของพระอินทร์ซึ่งอยู่บนสรวงสวรรค์ ทำให้องค์อินทร์ได้ลงมาช่วยด้วยการแปลงร่างเป็นมนุษย์และเป็นคนอาสาที่จะแกะสลักหินแก้วมรกตให้กลายเป็นพระพุทธรูปเอง และแน่นอนว่าด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระอินทร์นั้นพระองค์ได้เนรมิตแก้วหินหยกให้กลายเป็นพระพุทธรูปที่มีความสวยงดงามมาก และเรื่องราวการนำแก้วหินหยกนี้มาสร้างเป็นพระพุทธรูปก็รู้ไปถึงหูเจ้าเมืองทำให้เจ้าเมืองนั้นไม่พอใจที่นางสุชาดานั้นนำแก้วหินหยกไปถวายพระแทนที่จะนำมาถวายตนเองซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองจึงได้หาทางกลั่นแกล้งพระนางสุชาดาโดยมีการใส่ร้ายว่าพระนางสุชาดากับพระเถระนั้นมีอะไรกัน ด้วยข่าวลือที่ร้ายแรงนี้เองทำให้ฟังพระนางสุชาด

และพระมหาเถระเจ้านั้นถูกสั่งประหารชีวิต และก่อนที่นางสุชาดานั้นจะเสียชีวิตนางได้อธิษฐานว่าถ้าเรื่องข่าวลือนี้เป็นการถูกใส่ร้ายป้ายสีไม่เป็นเรื่องจริงขอให้เลือดของนางนั้นไม่ไหลตกลงดินแต่ให้เลือดนั้นพุ่งขึ้นไปบนอากาศ ซึ่งคำอธิษฐานของนางสุชาดานั้นต้องการที่จะให้ตนเองและพระมหาเถระเจ้านั้นพ้นผิดจากคำครหาต่างๆเหล่านั้นและนางสุชาดายังได้มีการสาปแช่งเจ้าเมืองรวมถึงลูกหลานของเจ้าเมืองทุกๆคนที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองโดยตรงว่าไม่ให้มีความเจริญรุ่งเรือง และถ้าหากลูกหลานของเจ้าเมืองคนไหนที่มีความเชื่อในตัวของพระนางสุชาดาและพระมหาเถระเจ้าว่าไม่มีความผิด

ก็ให้ปลูกต้นขนุนและนำลูกขนุนลูกแรกนั้นไปถวายพระสงฆ์ หลังจากนั้นก็ให้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนางสุชาดาพร้อมทั้งขอให้นางสุชาดาอโหสิกรรมให้ แต่ถ้าหากลูกหลานคนไหนของเจ้าเมืองคิดว่านางนั้นกระทำผิดจริงคำสาปก็จะบังเกิดผลและแน่นอนว่าหลังจากที่นางสุชาดานั้นถูกประหารชีวิตเลือดก็ได้พุ่งขึ้นไปบนอากาศตามที่นางได้ตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้

และเมื่อชาวเมืองที่มาดูการประหารชาดาเห็นว่าเลือดของนางสุชาดานั้นพุ่งขึ้นฟ้าจริงก็ทำให้รู้ว่าพระมหาเถระเจ้าและนางสุชาดานั้นไม่ได้มีความผิดทำให้เจ้าเมืองนั้นกลัวว่าคำสาปที่นางสุชาดาสาปเอาไว้นั้นจะเป็นเรื่องจริง แต่ อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเจ้าเมืององค์นั้นก็เจ็บไข้ล้มป่วยและกระอักเลือดออกมาจนตายไปในที่สุดทำให้ชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าเจ้าเมืององค์นั้น

ตายเพราะคำสาปแช่งของพระนางสุชาดานั่นเอง สำหรับสถานที่ที่ใช้ประหารชีวิตพระนางสุชาดาคือวังย่าเฒ่า ซึ่งปัจจุบันนี้สถานที่ดังกล่าวนั้นตั้งอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำวังโดยผู้ที่มีการสร้างคือหลวงปู่เกษมโดยหลวงปู่เกษมนั้นถือได้ว่าสืบเชื้อสายเก่าแก่มาจากเจ้าผู้ครองนครลำปางนั่นเองและเพื่อเป็นการลบคำสาปแช่งของพระนางสุชาดาหลวงปู่เกษมได้มีการให้ลูกหลานได้มีการสร้างสารให้กับพระนางสุชาดาอยู่ภายในบริเวณวัดนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  next88

ประชากรล้มโลก

สำหรับในกรณีที่มีประชากรล้มโลกนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นก็จะน่าจะเดากันไม่อยากก็คือการแกร่งแย้งชิงทรัพย์กร ซึ่งในโลกเราก็จะเห็นกันอยู่แล้วว่าปัจจุบันทรัพย์กรมันก็ยิ่งน้อยลงทุกวันๆในขณะที่มนุษย์คนเราก็ได้มีการเกิดขึ้นมาเรื่อยๆแต่ความต้องการของมนุษย์ก็มีไม่จำกัดอยากจะได้นู้นอยากจะได้นี่ไปลุกล้ำเขตป่าไปฆ่าสัตว์เพื่อเอาหนังหรือไปยิงเสือดำเพื่อที่จะเอาเนื้อเขามากินซึ่งตรงนี้เราได้มองว่าการที่มนุษย์คนเราสามารถเลือกที่จะตายหรือไม่ตายได้

มันเป็นการฝืนธรรมชาติ กฎของธรรมชาติที่โลกสร้างขึ้นหรือพระเจ้ากำกับมาตามความเชื่อของแต่ละบุคคลคือ เราจะต้องเกิด แก่ เจ็บ แล้วก็ตาย เป็นวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆหรือที่เราเรียกกันว่ามนุษย์เราเกิดมาเพื่อสืบพันธุ์และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปให้รุ่นลูกรุ่นหลานทำหน้าที่ให้พัฒนาและวิวัฒนาการเผ่าพนธุ์ตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ

จนถึงจุดสูงสุดอันนี้มันเป็นหลักการที่มนุษย์ต้องทำตามความคิดของเราแล้วถ้าวันหนึ่งเราสามารถควบคุมให้คนไม่ตายได้ด้วยการอะไรก็แล้วแต่ตัดหัวเปลี่ยนชีวิตหรือแม้แต่จะเป็นการแช่แข็งในกรณีต่างๆมันได้มีผลกระทบมาหมดเลยถ้าในกรณีของตัดหัวเปลี่ยนร่างกายแล้วต่อชีวิตได้เราคิดว่ามันจะเกิดยุคมิดของสังคมขึ้นมาที่จะมีการตามล่าร่างกายของคนที่เขาต้องการและเขาไม่อยากตายเขาก็เอาเงินเหล่านี้เอาไปให้กับแพทย์เพื่อเปลี่ยนหัวและเอาร่างกายของคนนั้นมาต่อเป็นร่างกายของเราแทน ซึ่งตรงนี้เขาได้บอกว่าประสบความสำเร็จไปได้แล้วเกินครึ่งเพราะเขาเคยมีการทำการทดลองกับลิงและลิงเปลี่ยนร่างกายได้

แต่อยู่ได้ไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ตายตรงนี้เขาได้บอกว่าประสบความสำเร็จมาแล้วครึ่งหนึ่งและก็ต้องรอดูว่าในอนาคตนั้นมันจะเป็นยังไงและถ้าเกิดถึงกรณีนั้นจริงเราคิดว่ามันจะเกิดยุคที่คนเราจะตามล่าหาร่างกายของคนที่เราต้องการและมันจะเป็นยุคมืดที่น่ากลัวมากๆและในกรณีของการที่ฝืนคืนชีพได้ก็อย่างที่บอกไปว่าประชากรจะล้มโลกและทรัพย์กร

ที่มันได้มีอยู่แล้วน้อยแล้วมันก็จะยิ่งน้อยลงเข้าไปอีกจนมันไม่เหลืออะไรเลยวันหนึ่งก็ต้องเกิดสงครามแย้งชิงทรัพย์กรื่อที่จะเอาตัวรอดได้อยู่ดีซึ่งตรงนี้มันได้เป็นมุมมองของเราที่เราคิดว่าถ้ามนุษย์เราสามารถคืนชีพได้จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเราบ้างซึ่งตรงนี้มันเป็นเพียงแค่มุมมองและแนวคิดเท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน เกม

ตำนานความรักอันไม่สมหวังของสถานที่ขุนน้ำนางนอน 

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับความสวยงามของประเทศไทยนั้นอีกที่นึงที่เราจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่นี่นั้นมีความสวยงามมีต้นไม้อุดมสมบูรณ์และน้ำมันก็มีความสวยงามรวมถึงภูเขานั้นก็เป็นลูกเหมือนกับหญิงสาว

ที่กำลังนอนอยู่ทำให้เกิดตำนานขึ้นมากมายวันนี้เราจะมาเล่าตำนานที่ถูกเล่าขานต่อการเป็นๆผ่านมาหลายปีแล้วตำนานที่กำลังจะกลับก็ยังคงเป็นที่จดจำของมนุษยชาติอยู่และตำนานที่ว่านั้นจะเป็นเช่นไรเดี๋ยวเราจะไปฟังกันเลย

เรื่องราวที่ถูกเล่าขานมานานยังมีอยู่ว่า มีองค์หญิงคนนึงเธอนั้นได้หลงรักกับชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยเป็นเจ้าชายต่างเมืองทั้งสองนั้นรักกันมากตัวเองรักกันมามากกว่า 10 ปีอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กและเป็นเพื่อนเล่นกันจนเมื่ออายุ 16 ปีชายและหญิงได้สารภาพรักกันระหว่างที่ดูได้ในตอนกลางคืนน่าทำให้ฉัน 2 หรือว่าทั้งสองนั้นใจตรงกันมาตลอดหลายปีแล้ว

ตกลงเป็นแฟนกันและบอกว่าหากโตขึ้นเมื่อไหร่จะทำการหมั้นหมายและแต่งงานกันเส้นหลังจากนั้นตอนที่เจ้าหญิงกำลังจะหมั้นหมายกับเจ้าชายเจ้าชายบอกว่าเขานั้นมีประเพณีประจำเดือนประเพณีก็คือเจ้าสาวจะต้องนำสินสอดมาให้ฝ่ายชายก่อนด้วยความรักองค์หญิงจึงไม่สนใจอะไรทั้งนั้นพร้อมกับนำสมบัติทั้งหมดของเธอไปให้กับเจ้าชาย

เพื่อเป็นสินสอดหลังจากนั้นผ่านไป 1 อาทิตย์เธอก็ไม่สามารถที่จะติดต่อเจ้าชายได้รวมถึงสิ่งที่เธอให้เขาไปนั้นฉันก็หาไม่เจอนั่นทำให้เธอเสียใจมากแต่เธอนั้นก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะตามหาเจ้าชาย โดยเธอนั้นได้เดินทางไปทั่วโลกทั่วทุกสารทิศเพื่อที่จะตามหาชายหนุ่มจนเดินทางมาถึงเมืองเวียงจันทน์

แต่งจากนั้นเธอก็เข้าไปถามกับคุณลุงคนนึงซึ่งคุณลุงคนนั้นบอกว่าเขารู้จักชายคนนึงซึ่งมีหน้าตาเหมือนกับเจ้าชายที่องค์หญิงก็บอกมาด้วยหลังจากนั้นทรงถึงรีบถามทันทีว่าเขานั้นทำอะไรอยู่และตอนนี้อาศัยอยู่ที่ไหนชายหนุ่มคนนั้นบอกว่าเขานั้นได้ทำการแต่งงานกับหญิงสาวที่มีความงดงามมากที่สุดของเมืองนี้เรียบร้อยแล้วองค์หญิงเสียใจมากเพราะเธอจำได้ว่าเขานั้นสัญญาว่าจะแต่งงานกับเธอและเธอก็เอาสินสอดให้เขาไปแล้วแต่เขากับหนีไปกับหญิงสาว

และหลังจากนั้นเธอก็ได้แอบปลอมตัวเป็นชายหนุ่มเป็นเหมือนกับชาวนาคนหนึ่งและเข้าไปร่วมงานแต่งงานช่วงเวลาที่เธอเห็นชายหนุ่มกำลังกอดกับภรรยาอยู่นั้นเธอเสียใจมากเธอเดินทางไปที่กลางป่าแห่งหนึ่งหลังจากนั้นนอนลงและตอมใจตายด้วยความเสียใจที่ผิดหวังในความรักโดยผ่านไปสักพักหลายๆปีร่างกายของเธอก็เริ่มปลูกต้นไม้ปกคลุมจนกลายเป็นร่างของหญิงสาว

ที่เหมือนกับเป็นภูเขาโดยทุกคนนั้นคิดว่าแม่น้ำที่ไหลมานั้นคือน้ำตาที่ไหลรินลงมาจากตาของเธอตอนที่เธอกำลังจะตรอมใจจากพิษความรักที่รุนแรงมากที่สุดในโลก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame mobile

ตำนานผีเฮี้ยนที่อาคารวิเศษศุภวัฒน์

ตำนานผีเฮี้ยนที่อาคารวิเศษศุภวัฒน์  ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

              เรากำลังจะพูดกันถึงเรื่องอาคารวิเศษศุภวัฒน์ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งอาการเหล่านี้นั้นเป็นอาคารดนตรีไทยราคานี้แต่เดิมเจ้าของก็คือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ท่านทรงชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของดนตรีไทยเป็นอย่างมากจึงได้สร้างอาคารนี้เอาไว้เพื่อเก็บเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆรวมถึงมีเศียรบรมครูมากมายหลายชนิด

  สำหรับเครื่องดนตรีไทยนั้นในสมัยโบราณจะมีมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นฆ้อง  ระนาด ปี่ ฉิ่ง  ขลุ่ย และยังมีอื่นๆอีกมากมายที่จะได้กล่าวถึงนอกจากจะเคยเป็นที่เก็บดนตรีไทยแล้วยังถูกดัดแปลงมาเป็นหอพักนักศึกษาชายซึ่งปกติแล้วเด็กนักศึกษาส่วนใหญ่เมื่อถึงช่วงเวลากลางคืนก็มักอยากจะออกไปท่องราตรีดังนั้นนักศึกษาที่หอพักนี้ก็เช่นเดียวกันเด็กนักศึกษาชายส่วนใหญ่เมื่อตกเวลาดึกนั้นก็มักจะเป็นประตูหน้าต่างออกมาเพื่อที่จะหนีไปเที่ยวในช่วงเวลากลางคืนดังนั้นจึงมีตำนานเรื่องเล่าถึงหอพักนี้ว่า  นักศึกษาชายที่อาศัยอยู่ในหอพักนี้เคยมีกลุ่มหนึ่งนั้นได้หนีออกไปเที่ยวหลัง

ซึ่งเมื่อพวกเขาปีนหน้าต่างลงมาด้านล่างได้แล้วกำลังจะเดินทางออกนอกประตูของหอพักพวกเขาก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมเสื้อผ้าด้วยชุดสีขาวทั้งชุดในมือนั้นถือดาบขนาดใหญ่ยืนขวางที่ประตูหน้าทางออกเอาไว้แล้วเมื่อพวกเขาเข้าไปมองใกล้ๆก็เห็นว่าใบหน้าดังกล่าวนั้นบูดบึ้งดูน่ากลัวเลยทีเดียว

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าใบหน้าที่พวกเขาเห็นนั้นคือใบหน้าที่มีการคล้ายคลึงกับท่านช่วง  บุนนาค  หรือที่เด็กๆในหอพักด้วยกันว่าเจ้าพ่อซึ่งเป็นเจ้าของอาคารวิเศษศุภวัฒน์แห่งนี้และท่านได้เสียชีวิตไปนานแล้วซึ่งเด็กๆนั้นจำได้จากรูปถ่ายของพ่อที่มีการแขวนตามผนังของหอพักเอาไว้หลายรูปทำให้กลุ่มนักศึกษา ต่างพากันหวาดกลัวและมีการเล่าลือต่อๆกันมา

ซึ่งนับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะหนีเที่ยวอีกเลยนอกจากนี้ในช่วงเวลากลางคืนไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือนักการภารโรงหรือแม้แต่คนงานในมหาวิทยาลัยปากก็มักจะได้ยินเสียงดนตรีไทยในช่วงดึกๆของทุกคืนซึ่งดนตรีไทยนั้นจะเป็นการเล่นดนตรีชุดใหญ่และบางครั้งเมื่อมีคนขึ้นไปดูในอาคารก็เคยเห็นคนรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในห้องดนตรีไทยและเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็พบว่าห้องดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการเปิดประตูเอาไว้และด้านนอกยังมีการคล้องกุญแจไว้อย่างหนาแน่นซึ่งทำให้เสียงเล่าลือเกี่ยวกับเรื่องของความน่ากลัวของอาคารนี้เป็นที่เล่าลือสืบทอดต่อๆกันมา

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน สมัครฟรี

การล่าแม่มด

สำหรับการล่าแม่มดมนั้นมันไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเฉยๆหรือว่าได้มีใครบัญญัติขึ้นมาโดยมีความหมายที่แน่นอนแต่คำนี้มันคือคำที่มีความหมายตรงตัวและเคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้ว โดยประวัติศาสตร์ที่ได้เขียนเรื่องนี้ค่อนข้างที่จะโหดร้ายและทารุณกรรมมากๆจนเหตุการณ์นี้ได้เป็นหนึ่งในไม่กี่เหตุการณ์ของโลกที่โลกจะต้องตราหน้าว่าเป็นเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายมาก

ที่สุดในโลก โดยตรงส่วนนี้ประวัติศาสตร์ยังได้ถูกเขียนเอาไว้ว่าในยุคกลางของยุโรปที่เราเรียกกันว่า ยุคมืด ในยุคนั้นได้มีการปกครองแบบคริสตจักรเป็นส่วนใหญ่คือถ้าจะให้พูดเข้าใจง่ายๆก็คือกลุ่มคนขลังศาสนานั่นเอง โดยในยุคนั้นแม่มดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแม่มดขาวหรือแม่มดดำถูกประนามว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ชั่วร้ายเป็นคนของซาตานที่จัดการทำลายคริสตจักร

จึงได้ทำให้มีการขับไล่และกวาดล้างแม่มดอย่างเอาเป็นเอาตายจากบรรดาบาทหลวงและคริสตจักรที่ถูกปลุกฝังว่าแม่มดนั้นเป็นคนชั่วและไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติหรืออะไรก็แล้วแต่ยกตัวอย่างเช่นภัยธรรมชาติโรคภัยไข้เจ็บหรือบางทีมีคนตายโดยที่ไร้สาเหตุและเหตุการณ์เหล่านี้มันก็จะถูกโยงว่าเป็นฝีมือของแม่มดและจะมีการระดมตามหาผู้ต้องสงสัยในบริเวณนั้น

ซึ่งคนที่ถูกจับและประนามว่าเป็นแม่มดส่วนใหญ่ก็จะเป็นแพะรับบาปทั้งนั้นและที่น่ากลัวไปมากกว่านั้นก็คือแพะรับบาปหรือคนที่ถูกกล่าวหาต่อให้เป็นหญิงแก่ชราที่ใกล้ตายแล้วหรือจะเป็นเด็กน้อยที่เพึ่งเกิดอายุได้เพียงแค่ไม่กี่ขวบ ถ้าถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเมื่อไรก็จะถูกจับตัวนำเอามาประจานก่อนที่จะถูกรุมประชาทัณฑ์ด้วยการเผาทั้งเป็นอย่างโหดเหี้ยม

โดยเป้าหมายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดนั้นส่วนมากเราอาจจะคิดว่าจะต้องเป็นผู้หญิงและเป็นคนแก่ที่มีหน้าตาอัปลักษณ์หรือเด็กที่มีน่าตาผิดแปลกไปแต่จริงๆแล้วมันก็ไม่เสมอไป ผู้หญิงบางคนที่น่าตาดีและความสวยเกิดน่าเกินตาคนอื่นมากเกินไปส่วนมากก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดด้วยเหมือนกันด้วยเหตุผลที่ชาวคริสตจักรอ้างว่าผู้หญิงคนนี้ได้เอาวิญญาณไปแลกกับซาตาน

เพื่อที่ตนนั้นจะได้แปลกกับน่าตาและเรือนร่างที่สวยงามและนี่มันก็เลยต้องทำให้หน้าประวัติศาสตร์จะต้องจารึกเอาไว้ว่าอดีตที่ผ่านมาเคยมีหนึ่งยุคสมัยที่เลวร้ายที่สุดในโลกในอดีตที่ผ่านมาและอยากจะบอกว่าตามหลักฐานที่เราได้ไปค้นมาเขายังได้บันทึกอีกว่าผู้ชายสมัยก่อนได้มีความโหดเหี้ยมและยังชอบทารุณกรรมผู้หญิงอีกโดยผู้ชายเหล่านี้ได้อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิ้ลว่าthou shalt not suffer a witch to live ต่อไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame

ความเชื่อว่าพญานาคนั้นหน้าตาเป็นเช่นไรและมีคุณสมบัติอย่างไร 

พญานาคสิ่งที่คนไทย นับถือนักรบกันเป็นพญานาคเป็นคนอื่นขนาดยักษ์ใหญ่ และยิ่งมีคนเคยฝันเห็นพญานาคก็ทำให้ยิ่งมีคนพากันเชื่อว่าพญานาคนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆนอกจากนั้นบางครั้งจะมีคนพบเห็นรอยพญานาคทำให้คนยิ่งปักใจเชื่อกัน โดยพญานาคนั้นมีอิทธิฤทธิ์สูงส่งและมักจะให้โชคลาภกับคนที่ทำดีกับพญานาคพญานาคกำลังกายมาเป็นมนุษย์กลายมาเป็นมนุษย์เพื่อมาทดสอบมนุษย์

โดยว่ากันว่าท่านนั้นได้แปลงร่างมาเป็นขอทานโดยจะมาขอเศษเงินจากชาวบ้านแต่ก็ไม่มีใครสนใจให้เลยโดยสุดท้ายก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอนั้นได้สงสารขอทานที่ก็คือพญานาคแปลงกายมาสอนเค้าทำมาหากินสุดท้ายเขาก็มีงานทำได้ในที่สุดหลังจากนั้นจากนั้นก็ได้กำลังกลายเป็นพญานาคเข้าฝันเธอพร้อมกับบอกถึงเลขเด็ดที่กำลังจะออกเธอนั้นก็รู้สึกว่าฝันนั้นมันแปลกประหลาดเกิน

เธอก็ลองไปซื้อหวยได้หลังจากนั้นเธอก็ถูกหวยและหลังจากนั้นชาวบ้านก็เริ่มมีความนับถือในตัวพยายามดึงตัวใหญ่จากนั้นทุกครั้งที่มีหมู่ชาวบ้านก็จะเชื่อว่านี่คือพญานาคจำแลงกายมาและจะไม่ทำร้ายเพราะว่าเชื่อว่าท่านนั้นกำลังกายมาเพื่อมาทดสอบมนุษย์อีกเช่นเคย 

ทุกคนเชื่อกันว่าพญานาคนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์โดยมี ความสามารถพิเศษนั่นก็คือสามารถที่จะจำแลงกายเป็นคนได้โดยจะแปลงเป็นคนแบบไหนก็ได้ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หญิงสาวหรือผู้ชายก็สามารถที่จะกำลังกายได้ตามใจชอบโดยมีความเชื่อกันว่าพญานาคนั้นจะเป็นงูขนาดใหญ่โดย จะมีหงอนอยู่บนหัวของพญานาคนอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าพญานาคคือเจ้านายของงูต่างๆนานาชนิดนอกจากนั้นพญานาคคือเจ้านายของสัตว์มีพิษทุกๆอย่างทุกคนนั้น

จะมีความเชื่อว่าจริงๆแล้วเราไม่ว่าจะเป็นคางคกงูหรือแมงป่องต่างก็ไม่มีพิษแต่ตอนนั้นพญานาคนั้นได้ทำการเอาพิษภายไว้ที่พื้นด้วยหลังจากนั้นสัตว์ทั้งหลายก็พากันมาเล่นที่พิษที่พญานาคได้ทำการคายเอาไว้โดยหลังจากนั้นก็ทำให้พวกมันมีพิษนั่นเอง จากนั้นทุกคนยังมีความเชื่อกันว่าพญานาคนั้นกลัวครุฑเนื่องจากครุฑมักจะจับพญานาคไปกินเป็นอาหารทำให้ชาวบ้านพากันเชื่อว่าหากบ้านใครนั้นมีต้นเล็บครุฑหรือหักบ้านใครมีรูปปั้นของครุฑพญานาคก็จะไม่ให้โชคเรื่องจากพญานาคกลัวว่าหากเข้ามาที่บ้านจะถูกพญาครุฑจับกินเป็นอาหารได้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานของหญิงชราที่อาศัยอยู่ในขวดพลาสติก

ตำนานนี้พึ่งถูกแต่งขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมานนี้แหละค่ะ  ซึ้งเชื่อว่ายังไม่มีใครที่จะรู้จักกับตำนานนี้มากนักค่ะแต่ถึงแม้ตำนานนี้นั้นจะไม่ค่อยมีคนรู้จักเยอะมากนักแต่ตำนานนี้มีคำสอนที่แอบแฝงอยู่ในตำนานนี้ค่ะซึ้งเรื่องราวและคำสอนที่แอบแฝงอยู่จะเป็นอย่างไรกัน ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูกันเลยค่ะ

เรื่องราวมีอยู่ว่า……. มีหญิงสาวคนหนึ่งได้แต่งงานกับขายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งและเมื่อเธอคลอดลูกเธอก็มีลูกสิบคนและเมื่อเธอเลี้ยงลูกเยอะเกินไปก็ทำให้เธอและสามีไม่มีเงินเหลือเลยและแฟนของเธอก็ได้ทำการฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้สินเธอไม่มีอะไรเหลือแล้วแต่เธอก็ยังไม่ทิ้งลูกๆและสุดท้ายลูกของเธอก็โตและแยกย้ายกันไปที่อื่นทิ้งเธอไว้ให้อยู่คนเดียวและไม่เคยคิดที่จะส่งเงินให้หรือก็ไม่คิดจะมาเยี่ยมเลยแม้จะสักกะครั้งเลยค่ะ

และสุดท้ายหญิงชราคนนั้นก็ไม่มีที่ให้อยู่อาศัยโทรไปหาลูกเพื่อที่จะขอตังลูกก็ไม่รับสายเลยสักนิดเธอจึงสิ้นวังและสุดท้ายจึงจำเป็นที่จะต้องไปนอนในป่าลึกเพราะไม่มีที่ให้อยู่อาศัยและก่อนที่เธอจะนอนทุกวันเธอจะขอพรให้เธอมีบ้านอยู่และมีอยู่วันหนึ่งที่นางฟ้าได้เห็นหญิงชราคนนั้นเข้าและให้พรกับหญิงชราคนนั้น

เช้าวันต่อมาหญิงชราคนนั้นได้เห็นขวดพลาสติกที่วางอยู่ที่พื้นแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรและเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ใกล้และเธอก็เผลอเดินเข้าไปในขวดพลาสติกแม้ภายนอกจะเห็นว่าเป็นเพียงขวดพลาสติกธรรมดาแต่ข้างในขวดพลาสติกกับมีเตียงนอนดีๆและเงินวางอยู่ที่โต๊ะเธอมีความสุขมากและใช้เงินทุกวันแต่ถึงแม้ว่าเธอจะมีเงินมากมาย

แต่เธอก็ใช้อย่างประหยัด มีข่าวดังไปทั่วประเทศว่าหญิงชราคนนั้นรวยเมื่อลูกๆของหญิงชราคนนั้นได้ข่าวว่าแม่ของตัวเองรวยทุกคนจึงกลับไปหาแม่หรือหญิงชราคนนั้นและก็ขอเงินจากแม่หญิงชราคนนั้นให้เงินลูกไปและลูกก็รักเธอแต่หลังจากนั้นลูกเธอก็มาขอเงินเธอมีอยู่วันหนึ่งที่เธอนึกได้ว่าลูกๆของเธอเคยไม่สนใจเธอและเธอจึงไม่ให้เงินกับลูกชายของตัวเองและเมื่อไม่ให้เงินเหล่าลูกชายของหญิงชราก็ไม่มาหาเธออีกเลย

และคำสอนของเรื่อนี้คือ เราต้องยอมที่จะเสียสละสักครั้งและหลังจากนั้นเรื่องดีๆก็จะเข้ามา

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ อันดับ1

ตำนานบ้านเขียว ขุนพิทักษ์ อำเภอผักไห่

     ณที่บริเวณริมแม่น้ำแห่งหนึ่งตรงบริเวณริมแม่น้ำน้อยมีบ้านขุนนางเก่าแก่อยู่หลังหนึ่ง ซึ่งที่นี่ชาวบ้านเรียกกันว่าบ้านเขียวขุนพิทักษ์ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้คนไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ข้างเคียง บ้านหลังนี้แลดูน่ากลัวเป็นอย่างมากขนาดนกยังไม่กล้าบินมาเกาะบนหลังคาโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาพบค่ำหรือช่วงเวลาผีตากผ้าอ้อม

นั่นก็คือวันที่แสงแดดส่องแสงออกมาเป็นสีเหลืองในช่วงเวลาพบค่ำ ชาวบ้านบริเวณนั้นมีการเล่าขานกันมาว่าที่หน้าต่างชั้นบนของบ้านหลังดังกล่าวนั้น ผู้คนมักจะมองเห็นว่าผู้หญิงสวมชุดสีขาวเปิดหน้าต่างออกมาจากชั้น 2 หรือบางครั้งก็จะมีคนได้ยินเสียงร้องโหยหวนออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว และที่สำคัญทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงชุดขาวหรือแม้แต่การได้ยินเสียงร้องโหยหวน

จากผู้หญิงนั้นจะได้ยินเสียงเปิดปิดประตูเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สำหรับบ้านเขียวขุนพิทักษ์นี้ชาวบ้านเชื่อกันว่าด้านล่างของตัวบ้านนั้นมีห้องใต้ดินอยู่ และต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณเจ้าของบ้านก็คือขุนพิทักษ์นั้นยังคงอยู่ภายในบริเวณบ้านของตนเองและที่สำคัญชาวบ้านเชื่อกันอีกว่าวิญญาณของคุณพิทักษ์นั้นไม่ได้อยู่เพียงลำพังที่บ้านหลังนี้

โดยทุกคนเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นข้าทาสบริวารหรือเพื่อนฝูงก็คงจะอยู่ร่วมกับท่านอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ห่างจากท่านไปไหน  อย่างไรก็ตามมีรายการที่ถ่ายทอดทีวีเกี่ยวกับเรื่องของผีสางเทวดาต่างๆเคยมาถ่ายรายการเพราะต้องการลองดีแต่ก็เคยเจอดีกันไปบ้างแล้วอย่างเช่นรายการคนอวดผีซึ่งในช่วงที่มาทำรายการถ่ายทำกันนั้นทางทีมงานต่างก็พากันเจ็บไข้ได้ป่วยกันเป็นแถวเลยทีเดียวแต่อย่างไรก็ดีตำนานก็คือตำนานนั้นเองเพราะแม้ว่าจะมีชาวบ้านต่างเล่าขานกันว่าบ้านนี้มีผีเยอะมากมาย

แค่ไหนก็ตามแต่แต่ว่าทางการก็ยังเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านของราชการในอดีตซึ่งบ้านหลังนี้มีอายุมาเกิน 100 ปีแล้ว สำหรับตํานานบ้านเขียวขุนพิทักษ์นี้ชาวบ้านบอกว่าถ้าหากใครเดินทางไปเยี่ยมชมบ้านหลังดังกล่าวนั้นจะมีความรู้สึกว่าขณะที่เราเดินเยี่ยมชมความงดงามของตัวบ้านจะรู้สึกเหมือนมีใครเดินตามอยู่ตลอดเวลาพร้อมทั้งรู้สึกว่ามีคนพยายามที่จะแอบมองวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

แต่อย่างไรก็ดีจากประวัติความเป็นมาของบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีความเชื่อถือที่เป็นไปได้ว่าไม่ได้มีใครตายอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวเลยแม้แต่เจ้าของบ้านคือขุนพิทักษ์นั้นท่านก็ไปเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลดังนั้นเชื่อว่าตำนานก็คือตำนานปัจจุบันสถานที่แห่งนี้มีการตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนต่างก็พากันไปเยี่ยมชมความงดงามของบ้านหลังดังกล่าวเพราะหลายคนต่างก็อยากไปค้นหาความจริงว่าจริงๆแล้วบ้านเขียวขุนพิทักษ์นั้นมีผีจริงหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame คาสิโนออนไลน์

ตำนาน อาถรรพ์วัดกระซ้าย

อาถรรพ์วัดกระซ้าย มี ผีเจ้าที่เจ้าทาง ผีพระ ผีปู่ย่า ผีตะเคียน ได้ปรากฏให้ชาวบ้านเห็นกันอยู่บ่อยๆ

เหตุการณ์ล่าสุดที่ได้มีพระธุดงค์ที่ได้เข้ามาปักกลดและในตอนแรกที่พระท่านได้บอกว่าจะเข้ามาฝึกสมาธิที่พื้นที่ได้อยู่ข้างกันกับเจดีย์ ซึ่งทางผู้ที่ดูแลก็ได้บอกว่าไม่เป็นไรก็ให้เข้ามาปักกลดได้แต่ในคืนที่พระธุดงค์ได้เข้ามาปักกลดในคืนแรกปรากฏว่าพระธุดงค์ได้บอกว่าในขณะที่พระท่านนั้นกำลังที่จะนั่งสมาธิและได้ไปเจองูที่ได้มีขนาดใหญ่ซึ่งไม่ยอมไปไหนเลย

เหมือนกับว่างูนั้นจะเลื้อยมาเข้ารอบๆกลดที่พระท่านกำลังปักอยู่และพระท่านเองก็ได้นั่งสมาธิจากนั้นก็ได้มีเจ้างูใหญ่ที่กำลังเลื้อยเข้ามาและได้ส่งเสียงการขู่พระธุดงค์ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ตลอดเวลาจากนั้นก็ได้เลื้อยวนอยู่รอบๆกลดจนกระทั่งถึงวันรุ่งเช้าซึ่งสำหรับพระที่ได้ปฏิบัติก็คิดว่าหรือในพื้นที่ตรงนี้เจ้าของนั้นไม่อยากให้เข้ามาอยู่เพราะว่าเจ้างูขนาดใหญ่ได้เลื้อยวนอยู่อย่างงั้น

และพระธุดงค์มองเห็นว่างูตัวใหญ่นั้นไม่ยอมไปไหนเขาก็เลยคิดว่าจะต้องตัดสินใจออกและพระหลายรูปที่ได้เข้ามาปักกลดในสถานที่แห่งนี้สุดท้ายก็อยู่ได้แค่วันเดียวแล้วก็จะต้องกลับเลยซึ่งคนผู้ที่ได้เข้ามาดูแลก็ยังได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ทีมงานอีกว่าพระทุกรูปที่ได้เข้ามาใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้ปฏิบัติธรรมส่วนมากก็จะเข้ามาอยู่ได้

แค่เพียงวันเดียวเท่านั้นหลังจากนั้นก็อยู่ไม่ได้เขายังได้เล่าให้ฟังอีกว่าพระที่ได้เข้ามานั้นจะต้องพบเจอกับงูเจ้าที่เจ้าทางทุกองค์ซึ่งได้เป็นงูใหญ่ตรงที่เป็นจุดที่พระพบเจอกันก็จะเป็นแถวต้นตะเคียนนอกจากนี้เองทางด้านของผู้ที่ได้ดูแลสถานที่ ลุงชะเอม ก็ยังได้บอกว่าชาวบ้านแถวนั้นเองพอตกกลางคืนที่ได้เล่ากันมากก็จะไม่มีใครที่จะกล้าผ่านมาทั้งที่แห่งนี้

ก็ได้เป็นวัดร้างเพราะว่าได้มีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่าพอตกกลางคืนเคยมีคนมองไปเห็นผู้หญิงใส่สไบสีเขียวที่ได้ยืนอยู่ที่ใต้ต้นตะเคียนและที่ชาวบ้านได้เจอกันหนักมากที่สุดก็คือต้นไม้แต่ละต้นนั้นก็จะมีผีปู่ย่าแล้วก็จะมีเจ้าที่เจ้าทางที่หนักที่สุดที่ชาวบ้านเวลาเจอเสร็จแล้วเขาพยายามที่จะวิ่งหนีมักจะไปเจอวิญญาณของพระที่ได้เคยผูกคอตายอยู่ในสถานที่แห่งนี้

ได้มาปรากฏตัวให้ได้เห็นกันอยู่บ่อยๆจนทำให้ทุกคนนั้นต่างก็ได้มีความหวาดกลัวกันไปหมดและทั้งหมดนี้ที่ชาบ้านเขาได้เล่าให้ฟังว่าทั้งหมดนี้มันได้มีอาถรรพ์

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าbk8

ไทยชื่อเสียงก้องโลก

ไทยชื่อเสียงก้องโลก ได้รับการยกย่องจากต่างประเทศในการรับมือไข้โควิด 19

ผ่านพ้นมาแล้วเป็นระยะเวลาห้าเดือน ที่ประเทศไทยต้องรับมือกับไข้ไวรัสโควิด19 ที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศไทยและแพร่กระจายไปทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยนั้นจากจำนวนทั้งสิ้น 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีอยู่ 9 จังหวัด ที่ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อไข้ไวรัสตัวนี้แต่อย่างใด ซึ่งได้แก่จังหวัดชัยนาท จังหวัดตราด จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดน่าน จังหวัดพิจิตร จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดระนอง และในเวลานี้มีอีกถึง 44 จังหวัด

ที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไข้ไวรัสตัวนี้มาเกือบ 28 วันแล้ว หากจะย้อนไปดูไทม์ไลน์ของการป้องกันไข้ไวรัสตัวนี้ของรัฐบาลไทยชุดนี้นั้น ได้มีการประกาศพระราชกำหนดเคอร์ฟิว และมีการปิดเมือง ปิดสถานที่มีคนแออัด งดการเรียนการสอน

และให้มีการทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดในระบบขนส่งมวลชน และส่งเสริมให้คนไทยเว้นระยะห่างและใช้หน้ากากผ้ากันมากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดถูกจำกัดวงในที่แคบลง และมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น ทางรัฐบาลไทยได้มีการเน้นหลักการต่างๆ ดังนี้

ให้กลุ่มอาชีพแพทย์และพยาบาลมีส่วนร่วมแนะนำมาตรการกำหนดพฤติกรรม

รัฐบาลได้ประกาศเป็นกฎกติกา ที่มีทั้งข้อบังคับและการขอความร่วมมือ

ได้ให้สื่อมวลชมร่วมช่วยกันสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง

เจ้าหน้าที่ไทยในทุกหน่วยงานร่วมทำงานด้วยความทุ่มเทและใช้หัวใจในการทำงาน

ประชาชนส่วนใหญ่ได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎกติกาที่หมอแนะนำ ให้ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ ออกจากบ้านแต่น้อย ไม่ไปที่มีคนมาก และรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองและผู้อื่น

ได้มีมาตรการดูแลคนไทยที่ได้มีการเดินทางกลับมาจากต่างแดนเป็นอย่างดี ในเรื่องของที่อยู่อาหารการกินและบริการของเจ้าหน้าที่

คนไทยได้มีน้ำใจต่อกัน แบ่งปันคำว่าให้ เป็นหัวใจสำคัญของการช่วยเหลือกัน ทั้งการทำงานเป็นจิตอาสา บริจาคเงิน และบริจาคสิ่งของที่จำเป็นในการป้องกัน และจัดหาอาหารและเครื่องดื่มให้แก่คนที่มีความต้องการ

ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเป็นคนไทย ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ซึ่งทางต่างชาติให้การยอมรับและนับถือหัวใจของคนไทย ซึ่งไม่ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเลวร้ายหรือยากเข็นเพียงใด คนไทยทุกคนในหลายๆครั้งก็จะร่วมแรงร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ให้ผ่านพ้นไปได้ ซึ่งหลายๆประเทศทั่วโลกในขณะนี้ได้นำไปเป็นโมเดล และแบบอย่างที่จะปฏิบัติตามเพื่อเอาชนะวิกฤตินี้ไปให้ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  bk8 fast