Category Archive : ตำนาน

ความเชื่อว่าพญานาคนั้นหน้าตาเป็นเช่นไรและมีคุณสมบัติอย่างไร 

พญานาคสิ่งที่คนไทย นับถือนักรบกันเป็นพญานาคเป็นคนอื่นขนาดยักษ์ใหญ่ และยิ่งมีคนเคยฝันเห็นพญานาคก็ทำให้ยิ่งมีคนพากันเชื่อว่าพญานาคนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆนอกจากนั้นบางครั้งจะมีคนพบเห็นรอยพญานาคทำให้คนยิ่งปักใจเชื่อกัน โดยพญานาคนั้นมีอิทธิฤทธิ์สูงส่งและมักจะให้โชคลาภกับคนที่ทำดีกับพญานาคพญานาคกำลังกายมาเป็นมนุษย์กลายมาเป็นมนุษย์เพื่อมาทดสอบมนุษย์

โดยว่ากันว่าท่านนั้นได้แปลงร่างมาเป็นขอทานโดยจะมาขอเศษเงินจากชาวบ้านแต่ก็ไม่มีใครสนใจให้เลยโดยสุดท้ายก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอนั้นได้สงสารขอทานที่ก็คือพญานาคแปลงกายมาสอนเค้าทำมาหากินสุดท้ายเขาก็มีงานทำได้ในที่สุดหลังจากนั้นจากนั้นก็ได้กำลังกลายเป็นพญานาคเข้าฝันเธอพร้อมกับบอกถึงเลขเด็ดที่กำลังจะออกเธอนั้นก็รู้สึกว่าฝันนั้นมันแปลกประหลาดเกิน

เธอก็ลองไปซื้อหวยได้หลังจากนั้นเธอก็ถูกหวยและหลังจากนั้นชาวบ้านก็เริ่มมีความนับถือในตัวพยายามดึงตัวใหญ่จากนั้นทุกครั้งที่มีหมู่ชาวบ้านก็จะเชื่อว่านี่คือพญานาคจำแลงกายมาและจะไม่ทำร้ายเพราะว่าเชื่อว่าท่านนั้นกำลังกายมาเพื่อมาทดสอบมนุษย์อีกเช่นเคย 

ทุกคนเชื่อกันว่าพญานาคนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์โดยมี ความสามารถพิเศษนั่นก็คือสามารถที่จะจำแลงกายเป็นคนได้โดยจะแปลงเป็นคนแบบไหนก็ได้ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หญิงสาวหรือผู้ชายก็สามารถที่จะกำลังกายได้ตามใจชอบโดยมีความเชื่อกันว่าพญานาคนั้นจะเป็นงูขนาดใหญ่โดย จะมีหงอนอยู่บนหัวของพญานาคนอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าพญานาคคือเจ้านายของงูต่างๆนานาชนิดนอกจากนั้นพญานาคคือเจ้านายของสัตว์มีพิษทุกๆอย่างทุกคนนั้น

จะมีความเชื่อว่าจริงๆแล้วเราไม่ว่าจะเป็นคางคกงูหรือแมงป่องต่างก็ไม่มีพิษแต่ตอนนั้นพญานาคนั้นได้ทำการเอาพิษภายไว้ที่พื้นด้วยหลังจากนั้นสัตว์ทั้งหลายก็พากันมาเล่นที่พิษที่พญานาคได้ทำการคายเอาไว้โดยหลังจากนั้นก็ทำให้พวกมันมีพิษนั่นเอง จากนั้นทุกคนยังมีความเชื่อกันว่าพญานาคนั้นกลัวครุฑเนื่องจากครุฑมักจะจับพญานาคไปกินเป็นอาหารทำให้ชาวบ้านพากันเชื่อว่าหากบ้านใครนั้นมีต้นเล็บครุฑหรือหักบ้านใครมีรูปปั้นของครุฑพญานาคก็จะไม่ให้โชคเรื่องจากพญานาคกลัวว่าหากเข้ามาที่บ้านจะถูกพญาครุฑจับกินเป็นอาหารได้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานของหญิงชราที่อาศัยอยู่ในขวดพลาสติก

ตำนานนี้พึ่งถูกแต่งขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมานนี้แหละค่ะ  ซึ้งเชื่อว่ายังไม่มีใครที่จะรู้จักกับตำนานนี้มากนักค่ะแต่ถึงแม้ตำนานนี้นั้นจะไม่ค่อยมีคนรู้จักเยอะมากนักแต่ตำนานนี้มีคำสอนที่แอบแฝงอยู่ในตำนานนี้ค่ะซึ้งเรื่องราวและคำสอนที่แอบแฝงอยู่จะเป็นอย่างไรกัน ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูกันเลยค่ะ

เรื่องราวมีอยู่ว่า……. มีหญิงสาวคนหนึ่งได้แต่งงานกับขายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งและเมื่อเธอคลอดลูกเธอก็มีลูกสิบคนและเมื่อเธอเลี้ยงลูกเยอะเกินไปก็ทำให้เธอและสามีไม่มีเงินเหลือเลยและแฟนของเธอก็ได้ทำการฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้สินเธอไม่มีอะไรเหลือแล้วแต่เธอก็ยังไม่ทิ้งลูกๆและสุดท้ายลูกของเธอก็โตและแยกย้ายกันไปที่อื่นทิ้งเธอไว้ให้อยู่คนเดียวและไม่เคยคิดที่จะส่งเงินให้หรือก็ไม่คิดจะมาเยี่ยมเลยแม้จะสักกะครั้งเลยค่ะ

และสุดท้ายหญิงชราคนนั้นก็ไม่มีที่ให้อยู่อาศัยโทรไปหาลูกเพื่อที่จะขอตังลูกก็ไม่รับสายเลยสักนิดเธอจึงสิ้นวังและสุดท้ายจึงจำเป็นที่จะต้องไปนอนในป่าลึกเพราะไม่มีที่ให้อยู่อาศัยและก่อนที่เธอจะนอนทุกวันเธอจะขอพรให้เธอมีบ้านอยู่และมีอยู่วันหนึ่งที่นางฟ้าได้เห็นหญิงชราคนนั้นเข้าและให้พรกับหญิงชราคนนั้น

เช้าวันต่อมาหญิงชราคนนั้นได้เห็นขวดพลาสติกที่วางอยู่ที่พื้นแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรและเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ใกล้และเธอก็เผลอเดินเข้าไปในขวดพลาสติกแม้ภายนอกจะเห็นว่าเป็นเพียงขวดพลาสติกธรรมดาแต่ข้างในขวดพลาสติกกับมีเตียงนอนดีๆและเงินวางอยู่ที่โต๊ะเธอมีความสุขมากและใช้เงินทุกวันแต่ถึงแม้ว่าเธอจะมีเงินมากมาย

แต่เธอก็ใช้อย่างประหยัด มีข่าวดังไปทั่วประเทศว่าหญิงชราคนนั้นรวยเมื่อลูกๆของหญิงชราคนนั้นได้ข่าวว่าแม่ของตัวเองรวยทุกคนจึงกลับไปหาแม่หรือหญิงชราคนนั้นและก็ขอเงินจากแม่หญิงชราคนนั้นให้เงินลูกไปและลูกก็รักเธอแต่หลังจากนั้นลูกเธอก็มาขอเงินเธอมีอยู่วันหนึ่งที่เธอนึกได้ว่าลูกๆของเธอเคยไม่สนใจเธอและเธอจึงไม่ให้เงินกับลูกชายของตัวเองและเมื่อไม่ให้เงินเหล่าลูกชายของหญิงชราก็ไม่มาหาเธออีกเลย

และคำสอนของเรื่อนี้คือ เราต้องยอมที่จะเสียสละสักครั้งและหลังจากนั้นเรื่องดีๆก็จะเข้ามา

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ อันดับ1

ตำนานบ้านเขียว ขุนพิทักษ์ อำเภอผักไห่

     ณที่บริเวณริมแม่น้ำแห่งหนึ่งตรงบริเวณริมแม่น้ำน้อยมีบ้านขุนนางเก่าแก่อยู่หลังหนึ่ง ซึ่งที่นี่ชาวบ้านเรียกกันว่าบ้านเขียวขุนพิทักษ์ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้คนไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ข้างเคียง บ้านหลังนี้แลดูน่ากลัวเป็นอย่างมากขนาดนกยังไม่กล้าบินมาเกาะบนหลังคาโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาพบค่ำหรือช่วงเวลาผีตากผ้าอ้อม

นั่นก็คือวันที่แสงแดดส่องแสงออกมาเป็นสีเหลืองในช่วงเวลาพบค่ำ ชาวบ้านบริเวณนั้นมีการเล่าขานกันมาว่าที่หน้าต่างชั้นบนของบ้านหลังดังกล่าวนั้น ผู้คนมักจะมองเห็นว่าผู้หญิงสวมชุดสีขาวเปิดหน้าต่างออกมาจากชั้น 2 หรือบางครั้งก็จะมีคนได้ยินเสียงร้องโหยหวนออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว และที่สำคัญทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงชุดขาวหรือแม้แต่การได้ยินเสียงร้องโหยหวน

จากผู้หญิงนั้นจะได้ยินเสียงเปิดปิดประตูเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สำหรับบ้านเขียวขุนพิทักษ์นี้ชาวบ้านเชื่อกันว่าด้านล่างของตัวบ้านนั้นมีห้องใต้ดินอยู่ และต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณเจ้าของบ้านก็คือขุนพิทักษ์นั้นยังคงอยู่ภายในบริเวณบ้านของตนเองและที่สำคัญชาวบ้านเชื่อกันอีกว่าวิญญาณของคุณพิทักษ์นั้นไม่ได้อยู่เพียงลำพังที่บ้านหลังนี้

โดยทุกคนเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นข้าทาสบริวารหรือเพื่อนฝูงก็คงจะอยู่ร่วมกับท่านอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ห่างจากท่านไปไหน  อย่างไรก็ตามมีรายการที่ถ่ายทอดทีวีเกี่ยวกับเรื่องของผีสางเทวดาต่างๆเคยมาถ่ายรายการเพราะต้องการลองดีแต่ก็เคยเจอดีกันไปบ้างแล้วอย่างเช่นรายการคนอวดผีซึ่งในช่วงที่มาทำรายการถ่ายทำกันนั้นทางทีมงานต่างก็พากันเจ็บไข้ได้ป่วยกันเป็นแถวเลยทีเดียวแต่อย่างไรก็ดีตำนานก็คือตำนานนั้นเองเพราะแม้ว่าจะมีชาวบ้านต่างเล่าขานกันว่าบ้านนี้มีผีเยอะมากมาย

แค่ไหนก็ตามแต่แต่ว่าทางการก็ยังเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านของราชการในอดีตซึ่งบ้านหลังนี้มีอายุมาเกิน 100 ปีแล้ว สำหรับตํานานบ้านเขียวขุนพิทักษ์นี้ชาวบ้านบอกว่าถ้าหากใครเดินทางไปเยี่ยมชมบ้านหลังดังกล่าวนั้นจะมีความรู้สึกว่าขณะที่เราเดินเยี่ยมชมความงดงามของตัวบ้านจะรู้สึกเหมือนมีใครเดินตามอยู่ตลอดเวลาพร้อมทั้งรู้สึกว่ามีคนพยายามที่จะแอบมองวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

แต่อย่างไรก็ดีจากประวัติความเป็นมาของบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีความเชื่อถือที่เป็นไปได้ว่าไม่ได้มีใครตายอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวเลยแม้แต่เจ้าของบ้านคือขุนพิทักษ์นั้นท่านก็ไปเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลดังนั้นเชื่อว่าตำนานก็คือตำนานปัจจุบันสถานที่แห่งนี้มีการตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนต่างก็พากันไปเยี่ยมชมความงดงามของบ้านหลังดังกล่าวเพราะหลายคนต่างก็อยากไปค้นหาความจริงว่าจริงๆแล้วบ้านเขียวขุนพิทักษ์นั้นมีผีจริงหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame คาสิโนออนไลน์

ตำนาน อาถรรพ์วัดกระซ้าย

อาถรรพ์วัดกระซ้าย มี ผีเจ้าที่เจ้าทาง ผีพระ ผีปู่ย่า ผีตะเคียน ได้ปรากฏให้ชาวบ้านเห็นกันอยู่บ่อยๆ

เหตุการณ์ล่าสุดที่ได้มีพระธุดงค์ที่ได้เข้ามาปักกลดและในตอนแรกที่พระท่านได้บอกว่าจะเข้ามาฝึกสมาธิที่พื้นที่ได้อยู่ข้างกันกับเจดีย์ ซึ่งทางผู้ที่ดูแลก็ได้บอกว่าไม่เป็นไรก็ให้เข้ามาปักกลดได้แต่ในคืนที่พระธุดงค์ได้เข้ามาปักกลดในคืนแรกปรากฏว่าพระธุดงค์ได้บอกว่าในขณะที่พระท่านนั้นกำลังที่จะนั่งสมาธิและได้ไปเจองูที่ได้มีขนาดใหญ่ซึ่งไม่ยอมไปไหนเลย

เหมือนกับว่างูนั้นจะเลื้อยมาเข้ารอบๆกลดที่พระท่านกำลังปักอยู่และพระท่านเองก็ได้นั่งสมาธิจากนั้นก็ได้มีเจ้างูใหญ่ที่กำลังเลื้อยเข้ามาและได้ส่งเสียงการขู่พระธุดงค์ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ตลอดเวลาจากนั้นก็ได้เลื้อยวนอยู่รอบๆกลดจนกระทั่งถึงวันรุ่งเช้าซึ่งสำหรับพระที่ได้ปฏิบัติก็คิดว่าหรือในพื้นที่ตรงนี้เจ้าของนั้นไม่อยากให้เข้ามาอยู่เพราะว่าเจ้างูขนาดใหญ่ได้เลื้อยวนอยู่อย่างงั้น

และพระธุดงค์มองเห็นว่างูตัวใหญ่นั้นไม่ยอมไปไหนเขาก็เลยคิดว่าจะต้องตัดสินใจออกและพระหลายรูปที่ได้เข้ามาปักกลดในสถานที่แห่งนี้สุดท้ายก็อยู่ได้แค่วันเดียวแล้วก็จะต้องกลับเลยซึ่งคนผู้ที่ได้เข้ามาดูแลก็ยังได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ทีมงานอีกว่าพระทุกรูปที่ได้เข้ามาใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้ปฏิบัติธรรมส่วนมากก็จะเข้ามาอยู่ได้

แค่เพียงวันเดียวเท่านั้นหลังจากนั้นก็อยู่ไม่ได้เขายังได้เล่าให้ฟังอีกว่าพระที่ได้เข้ามานั้นจะต้องพบเจอกับงูเจ้าที่เจ้าทางทุกองค์ซึ่งได้เป็นงูใหญ่ตรงที่เป็นจุดที่พระพบเจอกันก็จะเป็นแถวต้นตะเคียนนอกจากนี้เองทางด้านของผู้ที่ได้ดูแลสถานที่ ลุงชะเอม ก็ยังได้บอกว่าชาวบ้านแถวนั้นเองพอตกกลางคืนที่ได้เล่ากันมากก็จะไม่มีใครที่จะกล้าผ่านมาทั้งที่แห่งนี้

ก็ได้เป็นวัดร้างเพราะว่าได้มีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่าพอตกกลางคืนเคยมีคนมองไปเห็นผู้หญิงใส่สไบสีเขียวที่ได้ยืนอยู่ที่ใต้ต้นตะเคียนและที่ชาวบ้านได้เจอกันหนักมากที่สุดก็คือต้นไม้แต่ละต้นนั้นก็จะมีผีปู่ย่าแล้วก็จะมีเจ้าที่เจ้าทางที่หนักที่สุดที่ชาวบ้านเวลาเจอเสร็จแล้วเขาพยายามที่จะวิ่งหนีมักจะไปเจอวิญญาณของพระที่ได้เคยผูกคอตายอยู่ในสถานที่แห่งนี้

ได้มาปรากฏตัวให้ได้เห็นกันอยู่บ่อยๆจนทำให้ทุกคนนั้นต่างก็ได้มีความหวาดกลัวกันไปหมดและทั้งหมดนี้ที่ชาบ้านเขาได้เล่าให้ฟังว่าทั้งหมดนี้มันได้มีอาถรรพ์

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าbk8

ไทยชื่อเสียงก้องโลก

ไทยชื่อเสียงก้องโลก ได้รับการยกย่องจากต่างประเทศในการรับมือไข้โควิด 19

ผ่านพ้นมาแล้วเป็นระยะเวลาห้าเดือน ที่ประเทศไทยต้องรับมือกับไข้ไวรัสโควิด19 ที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศไทยและแพร่กระจายไปทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยนั้นจากจำนวนทั้งสิ้น 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีอยู่ 9 จังหวัด ที่ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อไข้ไวรัสตัวนี้แต่อย่างใด ซึ่งได้แก่จังหวัดชัยนาท จังหวัดตราด จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดน่าน จังหวัดพิจิตร จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดระนอง และในเวลานี้มีอีกถึง 44 จังหวัด

ที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไข้ไวรัสตัวนี้มาเกือบ 28 วันแล้ว หากจะย้อนไปดูไทม์ไลน์ของการป้องกันไข้ไวรัสตัวนี้ของรัฐบาลไทยชุดนี้นั้น ได้มีการประกาศพระราชกำหนดเคอร์ฟิว และมีการปิดเมือง ปิดสถานที่มีคนแออัด งดการเรียนการสอน

และให้มีการทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดในระบบขนส่งมวลชน และส่งเสริมให้คนไทยเว้นระยะห่างและใช้หน้ากากผ้ากันมากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดถูกจำกัดวงในที่แคบลง และมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น ทางรัฐบาลไทยได้มีการเน้นหลักการต่างๆ ดังนี้

ให้กลุ่มอาชีพแพทย์และพยาบาลมีส่วนร่วมแนะนำมาตรการกำหนดพฤติกรรม

รัฐบาลได้ประกาศเป็นกฎกติกา ที่มีทั้งข้อบังคับและการขอความร่วมมือ

ได้ให้สื่อมวลชมร่วมช่วยกันสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง

เจ้าหน้าที่ไทยในทุกหน่วยงานร่วมทำงานด้วยความทุ่มเทและใช้หัวใจในการทำงาน

ประชาชนส่วนใหญ่ได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎกติกาที่หมอแนะนำ ให้ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ ออกจากบ้านแต่น้อย ไม่ไปที่มีคนมาก และรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองและผู้อื่น

ได้มีมาตรการดูแลคนไทยที่ได้มีการเดินทางกลับมาจากต่างแดนเป็นอย่างดี ในเรื่องของที่อยู่อาหารการกินและบริการของเจ้าหน้าที่

คนไทยได้มีน้ำใจต่อกัน แบ่งปันคำว่าให้ เป็นหัวใจสำคัญของการช่วยเหลือกัน ทั้งการทำงานเป็นจิตอาสา บริจาคเงิน และบริจาคสิ่งของที่จำเป็นในการป้องกัน และจัดหาอาหารและเครื่องดื่มให้แก่คนที่มีความต้องการ

ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเป็นคนไทย ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ซึ่งทางต่างชาติให้การยอมรับและนับถือหัวใจของคนไทย ซึ่งไม่ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเลวร้ายหรือยากเข็นเพียงใด คนไทยทุกคนในหลายๆครั้งก็จะร่วมแรงร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ให้ผ่านพ้นไปได้ ซึ่งหลายๆประเทศทั่วโลกในขณะนี้ได้นำไปเป็นโมเดล และแบบอย่างที่จะปฏิบัติตามเพื่อเอาชนะวิกฤตินี้ไปให้ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  bk8 fast

งานเลี้ยงของจักรพรรดิเอลากาบาลุส

หากคุณนั้นได้คิดถึงงานเลี้ยงแล้วพวกคุณเองก็อาจจะนิกถึงงานเลี้ยงที่มีความสุขกันใช่หรือไม่การสังสรรค์การที่ได้เจอหน้าผู้คนที่ไม่ได้เห็นมานานหลายเดือนและภาพที่ได้เห็นนั้นก็คือความสุขสนุกสนานกันใช่หรือไม่

แต่แท้ที่จริงแล้วมันจะมีใครรู้หรือไม่ว่ามันจะมีงานเลี้ยงที่โหดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความโหด เถื่อน วันนี้เรามาดูงานเลี้ยงที่โครตโหดมากที่สุดในประวัติศาสตร์

งานเลี้ยงจักรพรรดิเอลากาบาลุส

หนึ่งในจักรพรรดิที่สุดอือฉาวจักรพรรดิเอลากาบาลุส องค์นี้ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นจากนั้นก็บริหารบ้านเมืองแค่ไม่กี่ปีเท่านั้นบ้านเมืองกลับได้พังเลอะเทอะไปหมดจึงทำให้มีคนจนเพิ่มมากขึ้นทุกวันและยังได้เป็นที่รู้จักกันดีในอาณาจักรโรมันว่าจักรพรรดิเอลากาบาลุสนั้นชอบจัดปาร์ตี้ ซึ่งได้เป็นความชอบส่วนพระองค์เองที่ชอบจัดปาร์ตี้ทุกวันทุกคืน

โดยที่พระองค์นั้นไม่เคยสนใจเลยว่าบ้านเมืองนั้นมันจะเป็นอย่างไง ส่วนเสด็จแม่ของพระองค์นั้นถึงกับต้องส่ายหัวกันเลยทีเดียวส่วนงานเลี้ยงนั้นเป็นงานที่สุดจะอลังการมากฟุ่มเฟือยสุดๆแม้แต่อาหารที่ได้นำเอามาเลี้ยงแขกนั้นก็แสนจะสุดพิเศษอย่างเช่นสมองนกหรือสัตว์แปลกๆที่คนไม่ค่อยจะนิยมรับประทานกันรวมไปถึงอาหารพิเศษในยามค่ำคืนอย่าเช่นนำเอาอัญมณีผสมลงไปในอาหารอีกด้วยอีกทั้งถั่วนั้น

ก็ยังได้เคลือบไปด้วยทองคำ นอกจากนี้พระองค์เองก็ยังชอบที่จะแกล้งประชาชนที่ได้เข้ามาร่วมงานอีกด้วยเช่นนำเอาอาหารปลอมๆที่ได้ทำมาจากเครื่องปั้นดินเผาเอามาให้แขกกินหากใครไม่กินก็จะต้องตายจากนั้นจึงได้ทำให้แขกนั้นหน้าเสียไปตามๆกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันยังไม่โหดพอแต่สิ่งที่มันมีความโหดมากที่สุดก็คือการปล่อยให้เสือหรือสิงโตให้เข้ามาในงาน

เพื่อทำให้แขกตกใจที่ได้เข้ามางานเลี้ยงในทุกๆวันทุกๆคืนนั้นแขกที่ได้เข้ามาร่วมงานที่นี่ที่จะต้องมีคนตายอย่างแน่นอนและวันดีคืนดีใครที่พูดไม่เข้าหูของพระองค์ก็จะโดยเช่นกันและในท้ายที่สุดแล้วเจ้าชายจักรพรรดิเอลากาบาลุสก็ได้ถูกเหล่าทหารที่ได้รักษาพระองค์ได้นำเอามาตัดหัวไปพร้อมๆกับมารดาของตัวเอง

เนื่องจากว่าพระองค์นั้นไม่ดูแลบ้านเมืองและยังชอบจัดปาร์ตี้ทุกวันทุกคืนอีกด้วยซึ่งก็ได้ทำให้เงินนั้นได้หายไปเรื่อยๆจึงได้ทำให้ประชาชนนั้นได้ทนไม่ไหวก็ได้ก่อจลาจลก่อนที่จะนำเอาศพของพระองค์นั้นได้ถูกลากไปกลางเมืองและนำเอาศพไปทิ้งที่แม่น้ำกลางกรุงโรมซึ่งก็ได้จบชีวิตเพียงวัยแค่19ปี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 slot

เรืออับปางลงเพราะถูกหลอกจากนางเงือกสามพี่น้อง

เนื่องจากเรื่องท้องท้องทะเลแล้วก็ยังได้มีเรื่องราวมากมายตั้งแต่สมัยยุคโบราณ ซึ่งมันอาจจะเป็นในส่วนของการผจญภัยเล่าที่เกี่ยวกับความลับมากมายที่ได้กล่าวคานกันมาถึงปัจจุบัน

การเดินทางข้ามมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ซึ่งก็ได้ทำให้เหล่าที่ชื่นชอบการเดินเรือก็ต้องพบเจอกับพายุ ที่ได้มีคลื่นทะเลที่แรง มันจึงได้ทำให้บรรดาเรือต่างๆอับปางจมลงอยู่ใต้ท้องทะเลมหาสมุทร ความอาถรรพ์ของบรรดาเรือที่ได้อับปางจมลงไปก็ยังได้เป็นสิ่งที่ได้บอกกล่าวต่อนักเดินเรือ จนมันได้กลายมาเป็นเรื่องราวที่น่าตะลึ่งในปัจจุบันและวันนี้เราจะพบคุณไปพบกับเรือลึกลับที่มันยังคงแล่นอยู่บนท้องทะเลโดยที่ไม่มีลูกเรือ

เรือThe Caleuche

สำหรับเรือลำนี้ยังได้เป็นเรืองที่ได้มีชื่อเสียงในตำนานที่ชอบทำให้เห็นอยู่แถวหมู่เกาะชีโลเอที่ได้อยู่ฝั่งตอนใต้ของประเทศชิลี ซึ่งตามตำนานของคนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นได้เล่าว่าเรือThe Caleucheที่มีความบึกลับลำนี้ มันได้เกิดขึ้นมาจากดวงวิญญาณของคนที่ได้เสียชีวิตในท้องทะเล

เนื่องจากสาเหตุนั้นมันก็ได้เกิดขึ้นมาจากได้มีสามพี่น้องที่เป็นนางเงือกที่ได้ทำการหลอกล่อจึงได้ทำให้เรือที่อยู่บนทะเลนั้นถึงต้องอับปางจมทะเล จึงได้ทำให้เหล่าดวงวิญญาณเหล่านี้ไม่ได้ไปเกิดซักที่จากนั้นก็ได้มีการรวมตัวของเหล่าดวงวิญญาณจากนั้นมาก็ได้กลายมาเป็นเรือผีที่ได้มีความลึกลับแห่งนี้ นอกจากนี้ก็ยังได้มีบางตำนานยังได้ออกมาเล่าอีกว่าเรือThe Caleucheลำนี้มักจะชอบปรากฎให้เห็นว่ามันได้เป็นเรือโบราณที่มันได้มีขนาดที่ใหญ่

ทั้งยังได้มีความสวยงามตระการตาที่บนเรือนั้นยังได้เต็มไปด้วยเพลงและแสงไฟต่างๆรวมไปถึงเสียงของผู้คนที่ได้หัวเราะกันเป็นจำนวนมาก สำหรับเรือThe Caleucheที่ได้ออกมาให้เห็นแล้วเรือThe Caleucheมันก็จะหายไปในทันทีหรืออาจจะจมอยู่ใต้ท้องทะเลลึกทั้งนี้เรื่องราวที่ได้มีการเล่ามาจากในตำนานนั้น

มันก็ยังได้เป็นที่สงสัยอยู่ดีว่าทำให้เรือดังกล่าวนี้ถึงยังได้คงวนเวียนอยู่ในท้องทะเลแห่งนี้ทำไมถึงไม่ได้ไปเกิดกันซักทีนอกจากนี้อย่างไรก็ตามเรือดังกล่าวลำนี้มันก็ยังคงได้เป็นเรื่องราวที่ทำให้นักเดินเรือทั้งหลายต่างก็ได้ขนลุกไปตามๆกันจนไม่อยากที่จะเดินเรือไปยังสถานที่แห่งนั้นเพราะถ้าหากเดินเรือไปที่แห่งนั้นอาจจะถูกหลอกจากนางเงือกสามตนนั้นทำให้เรืออับปางจมลงในท้องทะเลอีกลำก็เป็นได้

 

สนับสนุนโดย  9luck