ผู้เขียน: admin

เหตุการณ์ปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์สรุปไม่ได้

เมฆรังสี

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าการอุตสากรรมการบินจะทำให้มนุษย์ได้รับรังสีในปริมาณที่เทียบเท่ากับการฉายรังสีเอกซเรย์และทางนาซา ได้มีการค้นพบเมฆรังสีใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถระบุที่มาได้ โดยมีปริมาณรังสี ที่มากกว่าปกติถึงสองเท่า นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเมฆรังสีนี้ น่าจะเกิดจากการที่พายุแม่เหล็กโลกจึงทำให้แถบแม่เหล็กรังสีแวนแอลเลน

ปล่อยอิเล็คตรอนออกมาและได้เกิดการปะทะกับไนโตรเจนและออกซิเจนอะตอมทำให้เกิดการกระจายตัวของรังสีทุติยภูมิและรังสีตติยภูมิเช่นเดียวกันกับรังสีแกมมา จากการค้นพบในครั้งนี้หลยาคนตระหนักว่าทางสายการบินควรจะหลีกเลี่ยงเมฆรังสีเหล่านั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและผู้โดยสาร

จุดเย็นใหญ่ของดาวพฤหัสบดี

นับตั้งแต่ในช่วงสมัยศตวรรษที่17นักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตเห็นจุดใหญ่บนดาวพฤหัสบดีที่เรียกกันในปัจจุบันว่าจุดแดงใหญ่แต่เมื่อไม่นานมานี้นักดาราศาสตร์นามว่า ทอม สแตลลาร์ด ได้มีการยืนยันว่าจุดปริศนาใหม่ที่เรียกว่า “จุดเย็นใหญ่” นั้นมันมีอยู่จริงจากคำอธิบายของ สแตลลาร์ด ได้พบว่าชั้นบรรยากาศในบริเวณนั้นได้บ่งบอกว่ามันได้มีความหนาวเยย็นเป็นบริเวณ

ที่มีความหนาวเย็นโดยพื้นที่ประมาณ1.1ล้านตารางไมล์และจากการเฝ้าสังเกตพบว่ามีช่วงหนึ่งที่จุดนั้นหายไปและมันจะกลับมาปรากฎอีกครั้งในตำแหน่งเดิม โดยเชื่อว่าปรากฎการณ์นี้ เกิดจากสนามแม่เหล็กที่ได้ทำปฏิกิริยากับออโรของดาวพฤหัสบดีและปล่อยพลังงานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเองแต่ถึงอย่างไรก็ตามจุดปริศนาใหม่นี้มันก็ยังไม่สามารถที่จะหาคำมาอธิบายได้

เมฆหกเหลี่ยมของดาวเสาร์

ภารกิจในความเสี่ยงของยานแคสซินีของนาซาที่ได้มีการโคจรสำสรวจผ่านวงแหวนของดาวเสาร์ โดยจะต้องฝ่ากลุ่มเมฆที่ความเร็ว124,000กม.ชม. ซึ่งในปัจจุบันเชื้อเพลิงของยานเริ่มจะใกล้หมด จึงได้คาดว่ายานอคสซินีน่าจะถูกทำลายลงที่ดาวเสาร์ในช่วงเดือนกันยายน ปี2017 แต่เมื่อเร็วๆนี้ยานแคสซินีสามารถถ่ายภาพของกลุ่มเมฆ

ที่ได้ก่อตัวเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม ซึ่งล้อมรอบขั้วโลกเหนือของดาวเสาร์ไว้ได้ โดยเมฆเหล่านั้นคาดว่ามันน่าจะเป็นผลจากการทำปฏิกิริยาระหว่างแอมโมเนียที่อยู่ในชั้นบรรยากาศด้านบนกับน้ำแข็งในชั้นบรรยากาศด้านล่างลักษณะหกเหลี่ยมเช่นนี้ มันน่าจะมีความสัมพันธ์กับกระแสลมเจ็ทสรีตมของดาวเสาร์

แต่ที่มาหรือสาเหตุที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมเช่นนั้นก็ยังคงเป็นปริศนา นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์แปลกอีกอย่างหนึ่งนั่นคือมันได้เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมนั้นมันยังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนออกมาจากโทนสีฟ้าให้กลายไปเป็นสีทองได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  sagame เอเชีย

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์เกิดการระเบิดและได้ตกลงมาสู่มหาสมุทรแอตแลยติก

เทปปริศนาในชั้นใต้ดิน

ในปี2015 ทางนาซาก็ได้รับการติดต่อว่าได้มีการพบเทปแม่เหล็กจำนวนหลายร้อยม้วนที่อยู่ภายในบ้านชั้นใต้ดินของชายผู้หนึ่งที่เพนซิลเวเนีย ซึ่งเทปเหล่านั้นมันได้ถูกค้นพบจากเจ้าของบ้านที่ได้เสียชีวิต โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าเทปของนาซา มันได้ไปอยู่กับเขาได้อย่างไร เทปจำนวน325ม้วนและคอมพิวเตอร์อีกจำนวน2เครื่องที่มันได้มีป้ายบอกเอาไว้ว่ามันได้เป็นของศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ด

ซึ่งก็ได้คาดว่าภายในมันอาจจะมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้อย่างมากมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจของอพอลโลที่มันได้เกิดขึ้นในช่วงปี1961ถึง1972 เทปหลายม้วนได้มีป้ายระบุว่ามนได้เป้นเทปบันทึกภารกิจของยานสำรวจอวกาศไพโอเนียร์8และไพโอเนียร์9แต่ เทปในส่วนที่เหลือกว่า200ม้วนมันไม่ได้มีการระบุใดๆเอาไว้เพราะ

เนื่องจากโดยปกติแล้วที่นาซาจะต้องทำการลบข้อมูลและนำเอาเทปกลับมาใช้ซ้ำแต่บางคนที่ได้เชื่อกันว่าเทปที่มันได้ถูกค้นพบเหล่านี้มันอาจจะมีภาพฟุตเทจของโครงการอพอลโล11ที่มันยังซ่อนอยู่แต่มันก็ยังได้เป้นที่น่าเสียดายที่สภาพของเทปได้มีการเสื่อมสภาพและความเสียหาย ซึ่งหากทำการกู้คืนมันก็อาจจะไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายต่อมาทางนาซา จึงได้ออกมาแถลงการอีกว่า”เทปแม่เหล็กทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ได้นำมานั้นได้มีการทำลายไปเป็นที่เรียบร้อย” 

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์

เนื่องจากในวันที่28มกราคม ปี 1986 ได้มีเหตุการณ์การระเบิดของกระสวยอวกาศชาแลนด์เจอร์ของ นาซา หลังจากที่ได้ปล่อยให้ทะยานให้ขึ้นสู่บนท้องฟ้าได้แค่เพียง73วินาทีก่อนที่มันจะได้ตกลงมาสู่มหาสมุทรแอตแลยติกจากการตรวจสอบซาก เนื่องจากได้มีการพบแอร์แพคแบบฉุกเฉินสามเครื่องที่ได้ถูกเปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งมันก็ได้เป็นการบ่งบอกว่าลูกเรือยังได้มีสติอยู่ในช่วงหนึ่ง

ในขณะเกิดเหตุสำหรับในการค้นพบนี้มันจึงได้ทำให้เกิดข่าวลือที่มีความเกี่ยวข้องกับเทปลับของนาซาที่อาจได้มีการบันทึกเอาไว้ ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้มีการปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งก็ได้มีการอ้าอีกว่าได้มีการถอดข้อความมาจากเทปต้นฉบับและ จากการตรวจสอบได้พบว่าบทสนทนานี้มันได้เป็นของปลอมและทางนาซาเองก็ไม่ขอออกมาแสดงความคิดเห็นที่มีความเกี่ยวข้องกับเทปดังกล่าวเป็นแน่ ซึ่งหลายคนเชื่อว่ามันได้มีเหตุผลมากพอที่เหล่านักบินจะต้องมีการสื่อสารกันในขณะเกิดเหตุระเบิดและนาซาจะต้องมีการบันทึกเทปเสียงดังกล่าวไว้แน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย  sagame666

ตำนานความรักอันไม่สมหวังของสถานที่ขุนน้ำนางนอน 

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับความสวยงามของประเทศไทยนั้นอีกที่นึงที่เราจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่นี่นั้นมีความสวยงามมีต้นไม้อุดมสมบูรณ์และน้ำมันก็มีความสวยงามรวมถึงภูเขานั้นก็เป็นลูกเหมือนกับหญิงสาว

ที่กำลังนอนอยู่ทำให้เกิดตำนานขึ้นมากมายวันนี้เราจะมาเล่าตำนานที่ถูกเล่าขานต่อการเป็นๆผ่านมาหลายปีแล้วตำนานที่กำลังจะกลับก็ยังคงเป็นที่จดจำของมนุษยชาติอยู่และตำนานที่ว่านั้นจะเป็นเช่นไรเดี๋ยวเราจะไปฟังกันเลย

เรื่องราวที่ถูกเล่าขานมานานยังมีอยู่ว่า มีองค์หญิงคนนึงเธอนั้นได้หลงรักกับชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยเป็นเจ้าชายต่างเมืองทั้งสองนั้นรักกันมากตัวเองรักกันมามากกว่า 10 ปีอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กและเป็นเพื่อนเล่นกันจนเมื่ออายุ 16 ปีชายและหญิงได้สารภาพรักกันระหว่างที่ดูได้ในตอนกลางคืนน่าทำให้ฉัน 2 หรือว่าทั้งสองนั้นใจตรงกันมาตลอดหลายปีแล้ว

ตกลงเป็นแฟนกันและบอกว่าหากโตขึ้นเมื่อไหร่จะทำการหมั้นหมายและแต่งงานกันเส้นหลังจากนั้นตอนที่เจ้าหญิงกำลังจะหมั้นหมายกับเจ้าชายเจ้าชายบอกว่าเขานั้นมีประเพณีประจำเดือนประเพณีก็คือเจ้าสาวจะต้องนำสินสอดมาให้ฝ่ายชายก่อนด้วยความรักองค์หญิงจึงไม่สนใจอะไรทั้งนั้นพร้อมกับนำสมบัติทั้งหมดของเธอไปให้กับเจ้าชาย

เพื่อเป็นสินสอดหลังจากนั้นผ่านไป 1 อาทิตย์เธอก็ไม่สามารถที่จะติดต่อเจ้าชายได้รวมถึงสิ่งที่เธอให้เขาไปนั้นฉันก็หาไม่เจอนั่นทำให้เธอเสียใจมากแต่เธอนั้นก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะตามหาเจ้าชาย โดยเธอนั้นได้เดินทางไปทั่วโลกทั่วทุกสารทิศเพื่อที่จะตามหาชายหนุ่มจนเดินทางมาถึงเมืองเวียงจันทน์

แต่งจากนั้นเธอก็เข้าไปถามกับคุณลุงคนนึงซึ่งคุณลุงคนนั้นบอกว่าเขารู้จักชายคนนึงซึ่งมีหน้าตาเหมือนกับเจ้าชายที่องค์หญิงก็บอกมาด้วยหลังจากนั้นทรงถึงรีบถามทันทีว่าเขานั้นทำอะไรอยู่และตอนนี้อาศัยอยู่ที่ไหนชายหนุ่มคนนั้นบอกว่าเขานั้นได้ทำการแต่งงานกับหญิงสาวที่มีความงดงามมากที่สุดของเมืองนี้เรียบร้อยแล้วองค์หญิงเสียใจมากเพราะเธอจำได้ว่าเขานั้นสัญญาว่าจะแต่งงานกับเธอและเธอก็เอาสินสอดให้เขาไปแล้วแต่เขากับหนีไปกับหญิงสาว

และหลังจากนั้นเธอก็ได้แอบปลอมตัวเป็นชายหนุ่มเป็นเหมือนกับชาวนาคนหนึ่งและเข้าไปร่วมงานแต่งงานช่วงเวลาที่เธอเห็นชายหนุ่มกำลังกอดกับภรรยาอยู่นั้นเธอเสียใจมากเธอเดินทางไปที่กลางป่าแห่งหนึ่งหลังจากนั้นนอนลงและตอมใจตายด้วยความเสียใจที่ผิดหวังในความรักโดยผ่านไปสักพักหลายๆปีร่างกายของเธอก็เริ่มปลูกต้นไม้ปกคลุมจนกลายเป็นร่างของหญิงสาว

ที่เหมือนกับเป็นภูเขาโดยทุกคนนั้นคิดว่าแม่น้ำที่ไหลมานั้นคือน้ำตาที่ไหลรินลงมาจากตาของเธอตอนที่เธอกำลังจะตรอมใจจากพิษความรักที่รุนแรงมากที่สุดในโลก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame mobile

เยอรมันบุกโจมตีโปแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง

มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เกิดขึ้นในสงครามโลกครั้งที่สอง ทำไมเยอรมันถึงใจกล้าขนดนั้นที่จะก่อสงครามขึ้นมาอีกรอบหนึ่งในตอนแรกในส่วนของสนธิสัญญาก็ได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นได้สูญหายดินแดนไปโดนค่อนข้างที่จะเยอะตรงนั้นก็เสียตรงนี้ก็เสียแล้วมันก็ได้มีบางส่วนที่ได้เสียงไปคนที่อยู่ในบริเวณนั้น

มันเป็นคนเยอรมัน Adolf Hitler ก็เลยรู้สึกว่าถึงแม้ว่าที่ตรงนี้มันจะไม่ใช่ที่ขอประเทศฉันแต่คนที่ได้อาศัยอยู่ในนั้นมันได้เป็นคนเยอรมันฉันควรที่จะเข้าไปดูแล ดังนั้นมันก็เลยมีการตีกันเกิดขึ้นAdolf Hitlerก็เลยเริ่มที่จะยึดดินแดนตรงนั้นตรงนี้ที่นี้ได้ยึดดินแดนแล้วประเทศอื่นเขาจะทำยังไง ยกตัวอย่างเช่น เชคโกสโลวาเกีย พอไปยึดมาแล้วและมันได้เกิดอะไรขึ้น ฝรั่งเศส กับ อังกฤษได้เห็นAdolf Hitlerไปยึดก็ได้ใช้วิธีในการต่อต้านก็คือการประนาม

ซึ่งในตอนนั้นLeague of Nations ก็ได้ยึดหลักการที่ว่าเราไม่ควรก่อสงครามอีกการมีความขัดแย้งกันจะทำให้ผู้คนล้มตายเยอะ ประเทศที่ชนะสงครามก็ได้บาดเจ็บมาเยอะจากสงครามที่แล้ว ดังนั้นก็เลยได้ใช้วิธีประนามเอาพอAdolf Hitlerได้ยินคำประนามAdolf Hitlerเองเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาก็เฉยๆ

ซึ่งในช่วงแรกๆ เหมือนอังกฤษจะยังไม่ค่อยเอาจริงสักเท่าไหร่เพราะว่านายกรัฐมนตรียังไม่นิยมสงครามในขณะนั้นก็ยังนิยมกันแบบประนาณเอาแล้วก็ใช้วิธีประมาณว่าไปทำความตกลงกับเยอรมันว่าเราจะยอมให้คุณยึดแค่นี้เราจะไม่ยอให้คุณเข้ามายึดอีกที่เหลือเยอรมันก็ได้ตอบกลับมาว่าได้ฉันจะยอมยึดแค่พื้นที่ตรงจุดนี้และเราจะปล่อยให้ประเทศปลอดภัย

ซึ่งในการตกลงทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายถึงประเทศอังกฤษแต่เขาได้หมายถึงประเทศอื่นๆที่ไม่มีปากเสียงอะไรเลยดังนั้นทางเยอรมันได้เข้าไปยึดสถานที่ตรงนัั้นได้จริงๆก็ไม่ได้หยุดและเขาก็ได้ทำการยึดทั้งประเทศอีกต่อไปทางฝั่งอังกฤษก็ได้รู้แล้วว่าทางฝั่งผู้นำของอังกฤษไม่ดอเคไม่เหมาะสมกับในยุคของสงครามเลยก็เลยได้เปลี่ยนผู้นำเป็น Sir Winston Leonard Spencer-Churchillซึ่งถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของอังกฤษกันเลยทีเดียว

เป็นวิรบุรุษของสงครามโลกครั้งที่สองเลยก็ว่าได้จากนั้นอิตาลีได้เห็นตัวอย่างรู้สึกว่าเราก็ไม่พอใจแล้วเยอรมันทำแบบนี้แล้วก็ไม่เห็นมีใครทำนอกจากด่าเล็กๆน้อยๆ หลังจากนั้นเมื่อไม่นานในปี1939ทางฝั่งของเยอรมันก็ได้ใจเป็นอย่างมากจากนั้นก็เลยคิดที่จะเข้าไปบุกโปแลนด์นั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่บุกโปแลนด์ในตอนนั้นก็เพราะว่าดินแดนที่โปแลนด์อยู่นั้นก็มีอยู่หนึ่งส่วนที่ได้เป็นของเยอรมัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน แทงขั้นต่ํา10บาท

ตำนานผีเฮี้ยนที่อาคารวิเศษศุภวัฒน์

ตำนานผีเฮี้ยนที่อาคารวิเศษศุภวัฒน์  ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

              เรากำลังจะพูดกันถึงเรื่องอาคารวิเศษศุภวัฒน์ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งอาการเหล่านี้นั้นเป็นอาคารดนตรีไทยราคานี้แต่เดิมเจ้าของก็คือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ท่านทรงชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของดนตรีไทยเป็นอย่างมากจึงได้สร้างอาคารนี้เอาไว้เพื่อเก็บเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆรวมถึงมีเศียรบรมครูมากมายหลายชนิด

  สำหรับเครื่องดนตรีไทยนั้นในสมัยโบราณจะมีมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นฆ้อง  ระนาด ปี่ ฉิ่ง  ขลุ่ย และยังมีอื่นๆอีกมากมายที่จะได้กล่าวถึงนอกจากจะเคยเป็นที่เก็บดนตรีไทยแล้วยังถูกดัดแปลงมาเป็นหอพักนักศึกษาชายซึ่งปกติแล้วเด็กนักศึกษาส่วนใหญ่เมื่อถึงช่วงเวลากลางคืนก็มักอยากจะออกไปท่องราตรีดังนั้นนักศึกษาที่หอพักนี้ก็เช่นเดียวกันเด็กนักศึกษาชายส่วนใหญ่เมื่อตกเวลาดึกนั้นก็มักจะเป็นประตูหน้าต่างออกมาเพื่อที่จะหนีไปเที่ยวในช่วงเวลากลางคืนดังนั้นจึงมีตำนานเรื่องเล่าถึงหอพักนี้ว่า  นักศึกษาชายที่อาศัยอยู่ในหอพักนี้เคยมีกลุ่มหนึ่งนั้นได้หนีออกไปเที่ยวหลัง

ซึ่งเมื่อพวกเขาปีนหน้าต่างลงมาด้านล่างได้แล้วกำลังจะเดินทางออกนอกประตูของหอพักพวกเขาก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมเสื้อผ้าด้วยชุดสีขาวทั้งชุดในมือนั้นถือดาบขนาดใหญ่ยืนขวางที่ประตูหน้าทางออกเอาไว้แล้วเมื่อพวกเขาเข้าไปมองใกล้ๆก็เห็นว่าใบหน้าดังกล่าวนั้นบูดบึ้งดูน่ากลัวเลยทีเดียว

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าใบหน้าที่พวกเขาเห็นนั้นคือใบหน้าที่มีการคล้ายคลึงกับท่านช่วง  บุนนาค  หรือที่เด็กๆในหอพักด้วยกันว่าเจ้าพ่อซึ่งเป็นเจ้าของอาคารวิเศษศุภวัฒน์แห่งนี้และท่านได้เสียชีวิตไปนานแล้วซึ่งเด็กๆนั้นจำได้จากรูปถ่ายของพ่อที่มีการแขวนตามผนังของหอพักเอาไว้หลายรูปทำให้กลุ่มนักศึกษา ต่างพากันหวาดกลัวและมีการเล่าลือต่อๆกันมา

ซึ่งนับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะหนีเที่ยวอีกเลยนอกจากนี้ในช่วงเวลากลางคืนไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือนักการภารโรงหรือแม้แต่คนงานในมหาวิทยาลัยปากก็มักจะได้ยินเสียงดนตรีไทยในช่วงดึกๆของทุกคืนซึ่งดนตรีไทยนั้นจะเป็นการเล่นดนตรีชุดใหญ่และบางครั้งเมื่อมีคนขึ้นไปดูในอาคารก็เคยเห็นคนรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในห้องดนตรีไทยและเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็พบว่าห้องดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการเปิดประตูเอาไว้และด้านนอกยังมีการคล้องกุญแจไว้อย่างหนาแน่นซึ่งทำให้เสียงเล่าลือเกี่ยวกับเรื่องของความน่ากลัวของอาคารนี้เป็นที่เล่าลือสืบทอดต่อๆกันมา

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน สมัครฟรี

การล่าแม่มด

สำหรับการล่าแม่มดมนั้นมันไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเฉยๆหรือว่าได้มีใครบัญญัติขึ้นมาโดยมีความหมายที่แน่นอนแต่คำนี้มันคือคำที่มีความหมายตรงตัวและเคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้ว โดยประวัติศาสตร์ที่ได้เขียนเรื่องนี้ค่อนข้างที่จะโหดร้ายและทารุณกรรมมากๆจนเหตุการณ์นี้ได้เป็นหนึ่งในไม่กี่เหตุการณ์ของโลกที่โลกจะต้องตราหน้าว่าเป็นเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายมาก

ที่สุดในโลก โดยตรงส่วนนี้ประวัติศาสตร์ยังได้ถูกเขียนเอาไว้ว่าในยุคกลางของยุโรปที่เราเรียกกันว่า ยุคมืด ในยุคนั้นได้มีการปกครองแบบคริสตจักรเป็นส่วนใหญ่คือถ้าจะให้พูดเข้าใจง่ายๆก็คือกลุ่มคนขลังศาสนานั่นเอง โดยในยุคนั้นแม่มดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแม่มดขาวหรือแม่มดดำถูกประนามว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ชั่วร้ายเป็นคนของซาตานที่จัดการทำลายคริสตจักร

จึงได้ทำให้มีการขับไล่และกวาดล้างแม่มดอย่างเอาเป็นเอาตายจากบรรดาบาทหลวงและคริสตจักรที่ถูกปลุกฝังว่าแม่มดนั้นเป็นคนชั่วและไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติหรืออะไรก็แล้วแต่ยกตัวอย่างเช่นภัยธรรมชาติโรคภัยไข้เจ็บหรือบางทีมีคนตายโดยที่ไร้สาเหตุและเหตุการณ์เหล่านี้มันก็จะถูกโยงว่าเป็นฝีมือของแม่มดและจะมีการระดมตามหาผู้ต้องสงสัยในบริเวณนั้น

ซึ่งคนที่ถูกจับและประนามว่าเป็นแม่มดส่วนใหญ่ก็จะเป็นแพะรับบาปทั้งนั้นและที่น่ากลัวไปมากกว่านั้นก็คือแพะรับบาปหรือคนที่ถูกกล่าวหาต่อให้เป็นหญิงแก่ชราที่ใกล้ตายแล้วหรือจะเป็นเด็กน้อยที่เพึ่งเกิดอายุได้เพียงแค่ไม่กี่ขวบ ถ้าถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเมื่อไรก็จะถูกจับตัวนำเอามาประจานก่อนที่จะถูกรุมประชาทัณฑ์ด้วยการเผาทั้งเป็นอย่างโหดเหี้ยม

โดยเป้าหมายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดนั้นส่วนมากเราอาจจะคิดว่าจะต้องเป็นผู้หญิงและเป็นคนแก่ที่มีหน้าตาอัปลักษณ์หรือเด็กที่มีน่าตาผิดแปลกไปแต่จริงๆแล้วมันก็ไม่เสมอไป ผู้หญิงบางคนที่น่าตาดีและความสวยเกิดน่าเกินตาคนอื่นมากเกินไปส่วนมากก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดด้วยเหมือนกันด้วยเหตุผลที่ชาวคริสตจักรอ้างว่าผู้หญิงคนนี้ได้เอาวิญญาณไปแลกกับซาตาน

เพื่อที่ตนนั้นจะได้แปลกกับน่าตาและเรือนร่างที่สวยงามและนี่มันก็เลยต้องทำให้หน้าประวัติศาสตร์จะต้องจารึกเอาไว้ว่าอดีตที่ผ่านมาเคยมีหนึ่งยุคสมัยที่เลวร้ายที่สุดในโลกในอดีตที่ผ่านมาและอยากจะบอกว่าตามหลักฐานที่เราได้ไปค้นมาเขายังได้บันทึกอีกว่าผู้ชายสมัยก่อนได้มีความโหดเหี้ยมและยังชอบทารุณกรรมผู้หญิงอีกโดยผู้ชายเหล่านี้ได้อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิ้ลว่าthou shalt not suffer a witch to live ต่อไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame

ศิลปะที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

ศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันเราในทุกๆวัน บางครั้งเป็นสิ่งที่รับรู้ได้จับต้องได้และบางครั้งก็เป็นสิ่งที่รับรู้ไม่ได้และจีบต้องไม่ได้ เพราะศิลปะเป็นสิ่งที่มีอยู่มากมายรอบตัวเรา จนบางครั้งเราก็ไม่สามารถแยกออกได้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นศิลปะหรือเปล่านั่นเองทำให้เรานั้นไม่สามารถหยิบศิลปะเพื่อมาใช้ผสมผสานกับการใช้ชีวิตประจำวันได้นั่นเอง

ศิลปะโดยส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ มากว่าเหตุผลและตรรกะนั่นเอง ทำให้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรานั้นควรมีการหยิบนำสิ่งที่เป็นศิลปะที่เราสามารถรับรู้ได้มาใช้ผสมผสานให้เกิดสิ่งที่แปลกหรือแตกต่างไปจากเดิมในชีวิตนั่นเอง

การที่เราจะสามารถนำศิลปะมาใช้ผสมผสานร่วมกับีชวิตประจำวันได้นั้นสิ่งแรกที่เราจะต้องเรียนรู้ก็คือการรู้จักและเข้าใจในศิลปะนั้นเสียก่อน ศิลปะมีหลากหลายประเภทแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไปเมื่อเราเรียนรู้แล้วจนเข้าใจว่าศิลปะนั้นคืออะไรหน้าตาเป็นแบบไหน เราทำอย่างนี้เรียกศิลปะหรือไม่หรือเราทำแบบนี้มันใช่ศิลปะนะเป็นต้น เราจะสามารถรู้และจับทางได้โดยอัตโนมัติเลยว่า เมื่อเราทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันนั้นเราสามารถจะนำศิลปะประเภทนี้มาใช้ผสมผสานกับสิ่งที่เรานั้นกำลังทำอยู่

หรือเรานั้นกำลังเผชิญอยู่นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เราได้เป็นตัวแทนในการนำเสนองานสักชิ้นหนึ่งแน่นอนว่าก่อนที่เราจะมีการมาเสนอนั้นเราจะต้องมีการฝึกซ้อมในการนำเสนอสิ่งที่เป็นศิลปะและสามารถนำมาใช้ร่วมผสมผสานกับการนำเสนองานได้นั้นก็คือศิลปะในการพูเพราะการนำเสนองานจะต้องพูดถึงสิ่งต่างๆที่เรากำลังนำเสนิ

การนำศิลปะในการพูดเข้ามาร่วมด้วยนั้นจะสามารถช่วยให้ผู้ฟังมีความสนใจและเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่ด้วยนั่นเอง นอกจากศิลปะการพูดแล้วการนำเสนองานต่างๆก็มารถที่จะหยิบศิลปะการสร้างสรรค์โดยรูปภาพรูปวาดเพราะรูปภาพรูปวาดนั้นเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ดีและเข้าใจที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วศิลปะสามารถนำมาผสมผสานในชีวิตประจำวันให้เกิดความสุขได้อีด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง เล่นดนตี วาดรูป สิ่งเหล่านี้นั้นล้วนเป็นศิลปะทั้งสิ้น ซึ่งการฟังเพลงเป็นศิลปะที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนผ่านความรู้สึกเมื่อเราฟังเพลงแล้วเรารู้สึกตามเพลงนั่นแหละหมาความ่าสมองเรานั้นมีกระบวนการคิและวิเคราะห์ถึงศิลปะแล้วนั่นเอง

การเล่นดนตรก็เช่นกัน เป็นสิ่งที่ช่วยผ่อนตลายอารมณ์และเป็นศิลปะที่สามารถช่วยเยียวยาความรู้สึกต่างๆได้เช่นกันและทำให้เรานั้นรู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย การวาดรูปเป็นศิลปะที่เรานำมาใช้ เรียกว่าศิลปะในศิลปะ เพราะการวาดรูปเป็นเหมือนการระบายอารมณ์ออกทางการวาดรูปนั่นเองเรารับรู้จากความรู้สึกและการมองเห็นและการวาดรูปยังเป็นศิลปะที่สร้างสรรค์อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ศิลปะกับงานฝีมือเป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ศิลปะกับงานฝีมือนั้นบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกได้ว่า เราก็มักจะเหมารวมว่ามันคืองานศิลปะทั้งสิ้น ซึ่งจริงๆแล้วนั้นงานศิลปะกับงานฝีมือมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยศิลปะนั้นจะเน้นการใช้อารมณ์ในการสื่อสารออกมาไม่ว่าจะเป็นรูปภาพผ่านภาพวาด การถ่ายภาพเป็นต้น ส่วนงานฝีมือนั้นถึงแม้จะค่อนข้างมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะโดยตรงแต่งานฝีมือนั้นไม่ได้ใช้อารมณ์ในการสื่อสารออกมานั่นเอง ดังนั้นแล้วความแตกต่างของทั้งสองสิ่งสามารถเห็นได้ชัดจากการสังเกตดังนี้

โดยศิลปะนั้นเป็นการแสดงออกจากอารมณ์โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีการสร้างสรรค์งานศิลปะนั้นมักจะไม่มีอารมณ์ที่คงที่เพราะผลงานที่ถูกถ่ายทอดออกมานั้นมักจะเกิดจากความอ่อนไหวทางด้านอารมณ์ของศิลปินคนนั้นนั่นเอง โดยสิ่งที่สามารถสื่อสารออกมาทางศิลปะได้นั้นไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปผ่านกระดาษาด้วยดินสอหรือสี และบนภาพวาดส่วนใหญ่นั้นจะเป็นสิ่งที่ผู้วาดได้นึกคิดและเกิดจากอารมณ์ส่วนลึกของผู้ที่สร้างสรรค์ออกมา ซึ่งจะแตกต่างจากงานฝีมือถึงแม้งานฝีมือจะมีการใช้ศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้อง

แต่งานฝีมือนั้นเน้นการใช้ความนิ่งและความชำนาญโดยส่วนใหญ่และไม่มีการต้องใช้อารมณ์หรือความอ่อนไหวทางด้านจิตใจในการสร้างสรรค์หรือผลิตชิ้นงานที่เป็นงานฝีมือขึ้นมานั่นเอง ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่างานศิลปะกับงานฝีมือนั้นมีความแตกต่างกันย่างเห็นได้ชัดเจน

ศิลปะเป็นสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์นั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ซึ่งเกิดจากพรสวรรค์และมีพรแสวงในการที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมานั่นเอง แต่งานฝีมือเกิดจากการอดทนและหมั่นเพียรพยายามในการสร้างสรรค์ ถึงแม้ทั้งงานศอิลปะและงานฝีมือนั้นจะต้องใช้ความอดทนในการฝึกฝนทั้งคู่แต่ศิลปะเป็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่สามารถเลียนแบบได้อย่างงานฝีมือนั่นเอง

ศิลปะจะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อผู้ชมหรือผู้ใช้ศิลปะนั้นจะต้องมีอารมณืหรือเจตนารมณ์ในการเสพศิลปะจริงๆจึงจะสามารถใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการผ่อนคลาย ส่วนงานฝีมือนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกมากนักโดยส่วนใหญ่จะเน้นใช้งานมากกว่าการใช้สร้างความรู้สึกต่อผู้ใช้ ดังนั้นแล้วนี่ก็เป็นอีกสิ่งที่สามารถแยกระหว่างงานศิลปะกับงานฝีมืออกจากกันอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน

ศิลปะไม่สามารถสร้างได้ในจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ถ้าหากเป็นสิลปะที่มีการถ่ายทอดมาจากอารมณ์ที่แท้จริงนั้นจะไม่สามารถสร้างจำวนได้ซึ่งก็อาจจะเป็นศิลปะชิ้นเดียวบนโลกนั่นเองและงานฝีมือนั้นสามารถสร้างจำนวนได้มากมาย เพราะเป็นการใช้ฝีมือมากกว่าความคิดสร้างสรรค์ สรุปได้ก็คือทั้งสองมีความแตกต่างกันโดยศิลปะเป็นสิ่งที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกในการใช้งานและการสร้างสรรค์ส่วนงานฝีมือนั้นเน้นการใช้งานจากความต้องการเป็นต้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ประวัติหลวงพ่อดำอินทสโรวัดตาลบำรุงกิจ 

          ที่จังหวัดปทุมธานีมีวัดที่ชื่อวัดตาลบำรุงกิจที่วัดแห่งนี้มีหลวงพ่อที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากชื่อหลวงพ่อดำ  อินทสโร ซึ่งประวัติของหลวงพ่อดำนั้นท่านเกิดในวันอาทิตย์โดยท่านเกิดในปี พ.ศ 2385  หลวงพ่อดำนั้นท่านเกิดที่จังหวัดราชบุรีที่บ้านคลอง  ซึ่งหลวงพ่อดำนั้นมีพ่อชื่อว่าปริกมีแม่ชื่อว่าเหมในสมัยที่ท่านยังไม่ได้บวชเรียนนั้นหลวงพ่อดำนั้นท่านมีนิสัยใจคอจิตใจกล้าหาญเป็นอย่างมาก 

หลังจากที่หลวงพ่อดำโตขึ้นมาหน่อยพ่อของหลวงพ่อดำนั้นก็ได้พาหลวงพ่อดำไปฝากเรียนวิชาอาคมอยู่ที่วัดตาลเนื่องจากที่วัดแห่งนั้นมีหลวงพ่อเล็กซึ่งจำพรรษาอยู่ที่นั่นและท่านเป็นญาติกันกับพ่อของหลวงพ่อดำนั่นเอง พระอาจารย์ใดพรุ่งนี้เป็นอาจารย์ที่ดูดมากทำให้เด็กๆที่มาเรียนหนังสือด้วยต่างพากันเกรงกลัว

อย่างไรก็ตามหลวงพ่อดำนั้นเป็นที่ชื่นชอบของพระอาจารย์เล็กเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าหลวงพ่อดำในสมัยที่เรียนวิชาอาคมกับพระอาจารย์เล็กนั้นตั้งใจขยันศึกษาเล่าเรียนจึงทำให้พระอาจารย์เล็กนั้นถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มีอยู่ทั้งหมดให้กับหลวงพ่อดำ และเมื่อท่านอายุได้ 16 ปีท่านจึงได้บวชเป็นเณร และหลังจากที่อายุครบพอที่จะสามารถบวชเป็นพระได้ท่านก็ยังคงบวชอยู่ที่วัดตาลนั้นเองโดยมีหลวงพ่อแดง  วัดจันทคามเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ 

และหลังจากพี่หลวงพ่อดำบทเรียนแล้วก็ยังคงศึกษาวิชาทางธรรมอยู่ที่วัดตาลจนอยู่มาวันหนึ่งท่านได้มีการออกธุดงค์  โดยการออกธุดงค์ในครั้งนั้นหลวงพ่อดำได้ไปกับพระอาจารย์อ้น โดยหลวงพ่อดำนั้นได้มีการออกธุดงค์ไปทั่วตามจังหวัดต่างๆจนทั่วประเทศไทยซึ่งในการเดินธุดงค์ไปแต่ละที่นั้นท่านก็ได้ไปเจอพระอาจารย์เก่งและได้ศึกษาเล่าเรียนกับอาจารย์เหล่านั้นจนสำเร็จวิชาแตกฉาน และในระหว่างที่หลวงพ่อดำนั้นเดินธุดงค์ไปที่จังหวัดไหนก็แล้ว

แต่ท่านก็จะช่วยประชาชนชาวบ้านแถวนั้นด้วยการแสดงพระธรรมเทศนารวมถึงการทำให้ชาวบ้านนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงงานเป็นที่นิยมของคนทั่วไปและเป็นพระที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการช่วยเหลือชาวบ้านจนในที่สุดเมื่อท่านบวชจำพรรษาถึง 80 พรรษาแล้ววัดตาลก็ได้ว่างลงไม่มีเจ้าอาวาสคอยดูแลชาวบ้านและทางเจ้าคณะอำเภอจึงได้มีการมาเชิญหลวงพ่อดำไปประจำเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดตาลบำรุงกิจนั่นเอง

ซึ่งหลังจากที่ท่านมาประจำอยู่ที่วัดตาลท่านก็ทำนุบำรุงรักษาวัดให้มีความเจริญรุ่งเรือง และประชาชนต่างก็ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อดำซึ่งถ้าหากหลวงพ่อดำขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านคนไหนทุกคนก็จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

ความเชื่อว่าพญานาคนั้นหน้าตาเป็นเช่นไรและมีคุณสมบัติอย่างไร 

พญานาคสิ่งที่คนไทย นับถือนักรบกันเป็นพญานาคเป็นคนอื่นขนาดยักษ์ใหญ่ และยิ่งมีคนเคยฝันเห็นพญานาคก็ทำให้ยิ่งมีคนพากันเชื่อว่าพญานาคนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆนอกจากนั้นบางครั้งจะมีคนพบเห็นรอยพญานาคทำให้คนยิ่งปักใจเชื่อกัน โดยพญานาคนั้นมีอิทธิฤทธิ์สูงส่งและมักจะให้โชคลาภกับคนที่ทำดีกับพญานาคพญานาคกำลังกายมาเป็นมนุษย์กลายมาเป็นมนุษย์เพื่อมาทดสอบมนุษย์

โดยว่ากันว่าท่านนั้นได้แปลงร่างมาเป็นขอทานโดยจะมาขอเศษเงินจากชาวบ้านแต่ก็ไม่มีใครสนใจให้เลยโดยสุดท้ายก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอนั้นได้สงสารขอทานที่ก็คือพญานาคแปลงกายมาสอนเค้าทำมาหากินสุดท้ายเขาก็มีงานทำได้ในที่สุดหลังจากนั้นจากนั้นก็ได้กำลังกลายเป็นพญานาคเข้าฝันเธอพร้อมกับบอกถึงเลขเด็ดที่กำลังจะออกเธอนั้นก็รู้สึกว่าฝันนั้นมันแปลกประหลาดเกิน

เธอก็ลองไปซื้อหวยได้หลังจากนั้นเธอก็ถูกหวยและหลังจากนั้นชาวบ้านก็เริ่มมีความนับถือในตัวพยายามดึงตัวใหญ่จากนั้นทุกครั้งที่มีหมู่ชาวบ้านก็จะเชื่อว่านี่คือพญานาคจำแลงกายมาและจะไม่ทำร้ายเพราะว่าเชื่อว่าท่านนั้นกำลังกายมาเพื่อมาทดสอบมนุษย์อีกเช่นเคย 

ทุกคนเชื่อกันว่าพญานาคนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์โดยมี ความสามารถพิเศษนั่นก็คือสามารถที่จะจำแลงกายเป็นคนได้โดยจะแปลงเป็นคนแบบไหนก็ได้ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หญิงสาวหรือผู้ชายก็สามารถที่จะกำลังกายได้ตามใจชอบโดยมีความเชื่อกันว่าพญานาคนั้นจะเป็นงูขนาดใหญ่โดย จะมีหงอนอยู่บนหัวของพญานาคนอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าพญานาคคือเจ้านายของงูต่างๆนานาชนิดนอกจากนั้นพญานาคคือเจ้านายของสัตว์มีพิษทุกๆอย่างทุกคนนั้น

จะมีความเชื่อว่าจริงๆแล้วเราไม่ว่าจะเป็นคางคกงูหรือแมงป่องต่างก็ไม่มีพิษแต่ตอนนั้นพญานาคนั้นได้ทำการเอาพิษภายไว้ที่พื้นด้วยหลังจากนั้นสัตว์ทั้งหลายก็พากันมาเล่นที่พิษที่พญานาคได้ทำการคายเอาไว้โดยหลังจากนั้นก็ทำให้พวกมันมีพิษนั่นเอง จากนั้นทุกคนยังมีความเชื่อกันว่าพญานาคนั้นกลัวครุฑเนื่องจากครุฑมักจะจับพญานาคไปกินเป็นอาหารทำให้ชาวบ้านพากันเชื่อว่าหากบ้านใครนั้นมีต้นเล็บครุฑหรือหักบ้านใครมีรูปปั้นของครุฑพญานาคก็จะไม่ให้โชคเรื่องจากพญานาคกลัวว่าหากเข้ามาที่บ้านจะถูกพญาครุฑจับกินเป็นอาหารได้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8