ไอสไตนส์คิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของความเร็วแสง

ไอสไตนส์คิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของความเร็วแสง

 

ไอสไตนส์ยังไม่ได้หยุดทำการค้นหาเขาได้สร้างผลงานขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้นซึ่งมันได้เป็นสมการชิ้นโบว์แดงอีเท่ากับเอ็มซียกกำลังสอง หากจะให้อธิบายอย่างง่ายมากที่สุดมันได้หมายความว่ามันได้เปลี่ยนไปเป็นพลังงานสะสางและด้านของสะสางนั้นมันสามารถที่จะมาเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อนุภาพของสะสางที่มีความเล็กที่สุดมันจะมีพลังงานจำนวนมหาสาร

ซึ่งมันสามารถที่จะปลดปล่อยได้ด้วยปฏิกิริยานิวเคลียร์เหมือนกับดวงดาวที่สุดสกาวในยามค่ำคืนตั้งแต่ที่คนเรานั้นมองขึ้นไปด้านบนท้องฟ้าผู้คนต่างก็ได้ถามว่าทำไมดวงดาวนั้นมันสามารถส่องแสงออกมาได้

จากนั้น ไอสไตนส์ก็ได้เป็นคนที่ตอบคำถามนี้ให้กับเรามูหรือเอ็มได้เปลี่ยนเป็นอีกมันกลายเป็นพลังงานมันได้เป็นกลไกรของการส่องแสงของดวงดาว สำหรับในปัจจุบันนี้ อีมันได้เท่ากับซียกกำลังสอง มันได้เป็นสมการที่ได้มีชื่อเสียงมากที่สุดต่อมาภายในปีเดียวกันนั้นเขาก็ได้ตีพิมพ์อีกทฤษฎีหนึ่งที่มันสำคัญกว่าและมันได้กลายมาเป็นที่โต้แย้งกันมากกว่าและนั้นก็คือ วิธี สัมพัทธภาพพิเศษ จากนั้นเมื่อไอสไตนส์ได้เข้าสู่ในช่วงของวัยรุ่นตัวเขานั้น

มักจะชอบจินตนาการว่าตัวเองพุ่งไปพร้อมกับลำแสงซึ่งในตอนนี้มันได้ทำให้เขานั้นได้ฝันกลางวันอีกครั้งซึ่งมันก้ได้ทำให้เขานั้นได้ผลิกชีวิตของเขา ในช่วงใบไม้ผลิในปี1905 ไอสไตนส์เขาได้นั่งอยู่บนรถเมล์จากนั้นเขาก็ได้หันกลับมามองหอนาฬิกาชื่อดังที่มันได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเซอร์วิสเซอร์แลนด์จากนั้นเขาก็ได้นึกภาพว่ามันจะเป็นยังไงถ้าหากว่ารถเมล์นั้นมันวิ่งในความเร็วที่เท่ากับแสง สำหรับในจินตนาการของเขาไอสไตนส์ก็ได้มองกลับไปที่หอนาฬิกา

จากนั้นมันจะต้องทำให้ตัวของเขานั้นต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก เมื่อเขาได้พบว่าหากตัวเขานั้นได้มีความเร็วเท่ากับแสงเข็มของนาฬิกานั้นมันจะหยุดเดินไปตลอดกาล จากนั้นไอสไตนส์ก็ยังได้เขียนในภายหลังอีกว่าความคิดของเขานั้นได้เฟื่องฟูออกมาทันใดนั้นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันได้ท่วมไปไม่จบสิ้น ไอสไตนส์เขารู้ว่าเข็มนาฬิกาที่อยู่ด้านหลังมันยังคงเดินตามปกติ

แต่ภายในรถเมล์ความเร็วแสงที่เขานั้นได้นั่งรถเมล์อยู่หากเขานั้นได้มีความเร็วเท่ากับแสง แสงจากนาฬิกามันจะไม่มีวันที่จะตามเขาได้ทันยิ่งเขาวิ่งผ่านอากาศได้เร็วเท่าไหร่เวลาของเขามันก็จะยิ่งช้าลงเท่านั้นภาพดังกล่าวจุดประกายที่มาของทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของเขาซึ่งได้กล่าวว่าเวลาและอวกาศสัมพันกันอย่างเหนียวแน่นหรืออาจจะกล่าวได้ว่าพวกมันได้เป็นสิ่งเดียวกันเส้นใยที่มันบิดตัวได้เรียกว่าการอวกาศ

 

ขอบคุณ  ทางเข้า rb88  ที่ให้การสนับสนุน