ตำนานผีเฮี้ยนที่อาคารวิเศษศุภวัฒน์

ตำนานผีเฮี้ยนที่อาคารวิเศษศุภวัฒน์

ตำนานผีเฮี้ยนที่อาคารวิเศษศุภวัฒน์  ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

              เรากำลังจะพูดกันถึงเรื่องอาคารวิเศษศุภวัฒน์ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งอาการเหล่านี้นั้นเป็นอาคารดนตรีไทยราคานี้แต่เดิมเจ้าของก็คือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ท่านทรงชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของดนตรีไทยเป็นอย่างมากจึงได้สร้างอาคารนี้เอาไว้เพื่อเก็บเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆรวมถึงมีเศียรบรมครูมากมายหลายชนิด

  สำหรับเครื่องดนตรีไทยนั้นในสมัยโบราณจะมีมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นฆ้อง  ระนาด ปี่ ฉิ่ง  ขลุ่ย และยังมีอื่นๆอีกมากมายที่จะได้กล่าวถึงนอกจากจะเคยเป็นที่เก็บดนตรีไทยแล้วยังถูกดัดแปลงมาเป็นหอพักนักศึกษาชายซึ่งปกติแล้วเด็กนักศึกษาส่วนใหญ่เมื่อถึงช่วงเวลากลางคืนก็มักอยากจะออกไปท่องราตรีดังนั้นนักศึกษาที่หอพักนี้ก็เช่นเดียวกันเด็กนักศึกษาชายส่วนใหญ่เมื่อตกเวลาดึกนั้นก็มักจะเป็นประตูหน้าต่างออกมาเพื่อที่จะหนีไปเที่ยวในช่วงเวลากลางคืนดังนั้นจึงมีตำนานเรื่องเล่าถึงหอพักนี้ว่า  นักศึกษาชายที่อาศัยอยู่ในหอพักนี้เคยมีกลุ่มหนึ่งนั้นได้หนีออกไปเที่ยวหลัง

ซึ่งเมื่อพวกเขาปีนหน้าต่างลงมาด้านล่างได้แล้วกำลังจะเดินทางออกนอกประตูของหอพักพวกเขาก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมเสื้อผ้าด้วยชุดสีขาวทั้งชุดในมือนั้นถือดาบขนาดใหญ่ยืนขวางที่ประตูหน้าทางออกเอาไว้แล้วเมื่อพวกเขาเข้าไปมองใกล้ๆก็เห็นว่าใบหน้าดังกล่าวนั้นบูดบึ้งดูน่ากลัวเลยทีเดียว

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าใบหน้าที่พวกเขาเห็นนั้นคือใบหน้าที่มีการคล้ายคลึงกับท่านช่วง  บุนนาค  หรือที่เด็กๆในหอพักด้วยกันว่าเจ้าพ่อซึ่งเป็นเจ้าของอาคารวิเศษศุภวัฒน์แห่งนี้และท่านได้เสียชีวิตไปนานแล้วซึ่งเด็กๆนั้นจำได้จากรูปถ่ายของพ่อที่มีการแขวนตามผนังของหอพักเอาไว้หลายรูปทำให้กลุ่มนักศึกษา ต่างพากันหวาดกลัวและมีการเล่าลือต่อๆกันมา

ซึ่งนับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะหนีเที่ยวอีกเลยนอกจากนี้ในช่วงเวลากลางคืนไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือนักการภารโรงหรือแม้แต่คนงานในมหาวิทยาลัยปากก็มักจะได้ยินเสียงดนตรีไทยในช่วงดึกๆของทุกคืนซึ่งดนตรีไทยนั้นจะเป็นการเล่นดนตรีชุดใหญ่และบางครั้งเมื่อมีคนขึ้นไปดูในอาคารก็เคยเห็นคนรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในห้องดนตรีไทยและเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็พบว่าห้องดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการเปิดประตูเอาไว้และด้านนอกยังมีการคล้องกุญแจไว้อย่างหนาแน่นซึ่งทำให้เสียงเล่าลือเกี่ยวกับเรื่องของความน่ากลัวของอาคารนี้เป็นที่เล่าลือสืบทอดต่อๆกันมา

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน สมัครฟรี