ตำนานไร่ผีสิง ในเมือง Los Angeles 

ตำนานไร่ผีสิง ในเมือง Los Angeles 

           สำหรับเรื่องเล่าตำนานไล่ผีสิงในเมือง Los Angeles นี้เป็นเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตที่ผ่านมาซึ่งที่ไร่แห่งนี้นั้นเป็นบ้านของครอบครัวหนึ่งซึ่งเธอนั้นได้มีลูกจ้างเอาไว้สำหรับทำไร่อยู่หลายคนทีเดียวและแน่นอนว่าลูกจ้างส่วนใหญ่นั้นก็จะเป็นคนผิวดำหรือเป็นคนชนเผ่าชาวอินเดียแดงซึ่งในสมัยนั้นเป็นยุคล่าอาณานิคมของคนผิวดำอย่างไรก็ตามบ้านหลังดังกล่าวนี้

ได้มีเรื่องเล่าขานกันมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับเรื่องการก่อคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นและมีผู้พบศพคนเสียชีวิตมากกว่า 10 ขึ้นไปที่สำคัญที่บ้านหลังนี้ยังมีเรื่องเล่าถึงอดีตเจ้าของบ้านที่ได้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวโดยเรื่องเล่านั้นมีการเล่ากันมาว่าที่บ้านหลังนี้ได้มีการจ้างสาวใช้คนหนึ่งซึ่งเธอเป็นหญิงผิวดำแต่ด้วยนิสัยของเธอนั้นที่ชอบสอดรู้สอดเห็น

และมักจะชอบแอบฟังเวลาที่เจ้านายมีการคุยกันว่าเป็นเรื่องอะไรจนทำให้เจ้านายนั้นเกิดความไม่พอใจในที่สุดจึงได้มีการลงโทษสาวใช้คนดังกล่าวด้วยการตัดหูเธอทิ้งและนี่เองที่เป็นต้นเหตุของการฆาตกรรมเกิดขึ้นเมื่อสาวใช้คนดังกล่าวนั้นเกิดความอาฆาตแค้นและไม่พอใจเจ้านายของเธอที่ทำร้ายร่างกายเธอด้วยการตัดของเธอทิ้งเธอจึงวางแผนฆาตกรรมคนทั้งครอบครัวด้วยการใส่ยาพิษลงไปในเคสซึ่งแน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวนั้นกินเค้กชิ้นนี้ของสาวใช้กันหมด

และทุกคนก็ตายอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวดังนั้นดวงวิญญาณของทุกคนที่เสียชีวิตภายในบ้านหลังนี้จึงคอยหลอกหลอนผู้คนไปทั่วเมื่อมีใครผ่านไปผ่านมาก็มักจะเห็นคนในครอบครัวนี้เดินอยู่ในบ้านหลังนี้กันอยู่เป็นประจำส่วนสาวใช้ที่ก่อเหตุฆาตกรรมเจ้านายตนเองนั้นก็ถูกเจ้าหน้าที่ทางการจับตัวไปดำเนินคดีโดยได้รับโทษด้วยการแขวนคอตายอย่างไรก็ตามเมื่อไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวแล้วทางญาติของผู้เสียชีวิตจึงได้มีการเปลี่ยนจากบ้านไร่มาเป็นโรงแรมแต่ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแบบไหนก็ตาม

วิญญาณเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวซึ่งทำให้เวลาที่นักท่องเที่ยวมาเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ต่างก็จะได้ยินเสียงเหมือนกับคนเดินไปมาอยู่ตลอดเวลาและบางครั้งก็ยังคงมีคนพบเห็นหญิงสาวชุดขาวสามารถเดินทะลุประตูได้โดยที่เธอนั้นไม่ได้เปิดประตูหรือบางคนก็ได้ยินเสียงคนเดินโดยเหมือนกับมีการลากโซ่ไปด้วยและแน่นอนว่าเรื่องเล่าเหล่านี้ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันทำให้โรงแรมแห่งนี้กลายเป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงแรมผีสิงที่มีความเฮี้ยนที่สุดในลอสแองเจลิสเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย  entaplay login

ประวัติสะพานรักสารสิน

           แน่นอนว่าเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวในสมัยโบราณนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะถูกกีดกันจากผู้ใหญ่เพราะคนในสมัยโบราณมักจะถือเอาลาภยศสรรเสริญความร่ำรวยเป็นที่ตั้งเพราะทุกคนก็คงไม่อยากให้ลูกของตนเองนั้นต้องไปเจอกับคนยากจนทั้งๆที่ตัวเองนั้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยรวยพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็กลัวว่าลูกของตนเองนั้นหากไปเจอคู่ครองที่ยากจนแล้วก็จะเกิดความลำบาก

และเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวที่พากันไปโดดสะพานสารสินในก็เช่นเดียวกันเมื่อทั้งคู่นั้นรักกันอย่างมากมายและฝ่ายชายก็เป็นคนนิสัยดีแต่เสียอย่างเดียวที่ครอบครัวของนั้นเป็นคนยากจนในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นเป็นบุคคลที่มีฐานะร่ำรวยและถึงแม้ว่าทั้งคู่จะรักกันมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้

เมื่อพ่อของฝ่ายหญิงนั้นพยายามกีดกันอยู่ตลอดเวลาและพยายามจับคู่ให้กับฝ่ายหญิงให้ได้เจอกับชายหนุ่มที่มีงานนะร่ำรวยเสมอกันและถึงแม้ว่าฝ่ายชายนั้นจะฟันฝ่าอุปสรรคสามารถเข้าไปอยู่ในใจของญาติของฝ่ายหญิงได้หลายคนแล้วแต่อุปสรรคก้อนใหญ่ก็ยังคงเป็นพ่อของฝ่ายหญิงซึ่งยังคงคิดกันอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกเพราะไม่อยากให้คนทั้งคู่นั้น

ได้ครองรักกันจนในที่สุดเมื่อทั้งคู่เห็นแล้วว่าทำอย่างไรพ่อของฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมที่จะปล่อยให้คนทั้งคู่นั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแน่นอนและยังมีการบังคับให้ผู้หญิงนั้นไปแต่งงานกับคนอื่นทำให้ในท้ายที่สุดแล้วคนทั้งคู่นั้นก็ได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในโลกแห่งความตายโดยทั้งคู่ได้มีการมากระโดดสะพานช่วยฆ่าตัวตายไป

พร้อมกันแต่ที่ทำให้หลายคนเศร้าสลดใจกับการฆ่าตัวตายในครั้งนี้และเล่าเรื่องราวจะมาเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้นั่นก็เพราะว่าก่อนที่จะกระโดดลงแม่น้ำฆ่าตัวตายนั้นเขาทั้งคู่ได้มีการใช้ผ้าขาวม้ามามัดที่บริเวณเอวของคนทั้งคู่เอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้คนทั้งคู่นั้นแยกออกจากกันซึ่งถึงแม้ว่าตอนที่กู้ภัยจะไปช่วยเหลืองมศพขึ้นมาจากใต้ท้องน้ำแต่คนทั้งคู่ก็ยังคงสภาพกอดกันแน่น

ทำให้เห็นว่าความรักของคนทั้งคู่นั้นไม่มีอะไรมาพรากจากกันได้แม้แต่ความตายก็ตามจนทำให้เรื่องราวความรักของคนทั้งคู่นั้นกลายเป็นตำนานให้หนุ่มสาวหลายคนได้เอาเป็นเยี่ยงอย่างและถูกนำมาสร้างเป็นชื่อของสะพานที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบันนี้นั่นเองนั่นก็คือสะพานสารสิน

 

สนับสนุนโดย  entaplay แทงบอลออนไลน์

ศิลปินหน้าใหม่ที่ในปี2020

ศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองในปี2020 ในปีนี้ถือว่าศิลปินมากหน้าหลายตาที่สร้างผลงานมากมายและมีศิลปินที่มีผลงานที่น่าจับตามองอย่างมากและมีศิลปินหน้าใหม่หลายคนที่น่าในใจเพราะมีผลงานที่ดีและฝีมือในการสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่ธรรดาเลยทีเดียว ถึงแม้ในปี2020นั้นจะมีศิลปินที่สร้างผลงานให้เราออกมาให้ฟังมากมายแต่มีอยู่4ศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดและคิดว่าต้องเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่อนาคตไกลมากๆด้วย เพราะด้วยฝีมือทั้งด้านดนตรีและการร้องต้องยอมรับเลยว่าเป็นศิลปินที่มาสร้างความแปลกใหม่และความฮือฮาให้วงการเพลงอย่างมากในปีนี้

  เริ่มจากศิลปินหน้าใหม่ที่มีชื่อว่า Lil Mosey เป็นศิลปินแร็ปเปอร์ที่ถือว่ามีความสามารถในงานด้านการร้องอย่างมากเพราะเขามีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้นและเป็นศิลปินจากฝั่งอเมริกาและเพลงที่ได้ทำให้เขานั้นได้รับความนิยมก็คือเพลง Live This Wild ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมและขึ้นเป็นเพลงฮิตติชาร์ตอย่างรวดเร็วหลังจากมีการปล่อยซิลเกิ้ลออกมา

ซึ่งเพลงมีความพิเศษเพราะเป็นเพลงแนว Sample สุดสนุกสนานที่มีการสอดแทรกบีทที่ทำให้รู้สึกอยากเต้นเอาไว่ในเพลงได้อย่างลงตัวมากๆและยังมีเพลงฮิตอย่างเพลง Blueberry Faygo ที่ขึ้นเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นแนวเพลงฮิปฮอร์ปผสมอาร์แอนด์บีที่เข้ากันอย่างลงตัวและชวนเคลิ้มให้ฟังมากๆอีกเพลงหนึ่งด้วย

มาต่อที่ศิลปินอีกหนึ่งคนที่เป็รศิลปินที่มีหน้าตาและเสียงขวัญใจชาวไทยคนหนึ่งและเชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคบกับศิลปินคนนี้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ Conan Gray ศิลปินหนุ่มอินดี้ที่เป็นลูกครึ่งไอริช-ญี่ปุ่น ที่อาศัยอยู่ที่เมืองเท็กซัส ด้วยวัยที่อายุเพียง 21 ปีเท่านั้น ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่หน้าจับตามองแต่หนุ่มคนนีนั้นถือว่าได้มีการโลดแล่นในวงการเพลงมาสักระยะหนึ่ง

ได้แล้วแต่เมื่อมีการปล่องซิงเกิ้ลล่าสุดออกมาจากอัลบั้ม Kid Krow ในชื่อเพลง The Story ในแนวเพลงที่เป็นอะคูสติคบรรเลงและผสมผสานกับเสียงของหนุ่ม Canan แล้วนั้นเป็นเพลงที่เพราะและลงตัวมากๆ และยังมีเพลงฮิตติดชาร์ตอย่างเพลง Wish You Were Sober ที่เป็น Sample และมีการทำบีทในเพลงอย่างล้ำและน่าฟังอย่างมากจึงถือว่าเป็นแนงเพลงที่มีความแปลกใหม่ในวงการเพลงเลยทีเดียว และขึ้นเพลงเพลงฮิตฮอตล่าสุดสำหรับอัลบั้มนี้ด้วย

ในปีนี้ถือว่าศิลปินทั้งสองเป็นศิลปินที่น่าสนใจในทั้งเรื่องผลงานการร้อง การดนตรีรวมถึงหน้าตาความหล่อและสไตล์การแต่งตัวด้วย ถือว่าเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่มีอนาคตไกลแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  สูตร บาคาร่า rb88

ถ้ำอัคตัน ตูนิชิ มัคนาลที่กลายเป็นสุสานคริสตัลและรูปภาพแกะสลักในสมัยยุคกลาง

หญิงสาวคริสตัล

ในปี1989ในป่าลึกอันห่างไกลที่ได้ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ของภูเขาเทเปอร์ ซึ่งได้เป็นเขตอนุรักษ์ของประเทศเบลีช ที่ได้มีการค้นพบถ้ำที่ได้มีชื่อว่า อัคตัน ตูนิชิ มัคนาล ที่แปลว่า ถ้ำสุสานคริสตัล ซึ่งภายในนั้นก็ยังได้มีอุโมงค์ที่ค่อนข้างที่จะซับซ้อนที่มีระยะทางยาวกว่า4.8กิโลเมตรและภายในห้องหลักของถ้ำยังสามารถที่จะพบซากกระดูกของมนุษย์อีกมากมายมีทั้งกระดูกของเด็กไปจนถึงของผู้ใหญ่ ซึ่งก็ได้เชื่ออีกว่าพื้นที่ตรงนี้ได้มีมาตั้งแต่ในช่วงระหว่างปีคริสตศักราช700ถึง900กะโหลกเกือบทั้งหมดก็ได้ปรากฎถึงการถูกทำร้ายที่ศรีษะอีกทั้งยังได้มีการพบกระโหลกของเด็กที่ยังได้มีลักษณะที่ดูคล้ายกับเอเลี่ยนอีกด้วย

โครงกระดูกของเด็กสาวอายุราวๆประมาณ18ปีที่ได้ถูกพบอยู่ภายในห้องที่อยู่ในสุดของถ้ำซึ่งก็ได้พบในสภาพที่ขาของเธอนั้นได้ถูกแยกออกจากกันและกระดูกสันหลังบางส่วนได้ถูกทำลาย ซึ่งต่อมากลายเป็นที่สนใจของผู้คน เนื่องจากกระดูกของพวกเธอนั้นได้ถูกเคลือบไปด้วยแคลไซต์มันจึงทำให้สามารถมันสะท้อนแสงได้ เมื่อได้มีแสงตกกระทบและนั่นมันก็ได้เป็นชื่อที่มาของ หญิงสาวคริสตัล ตามความเชื่อของชาวมายา ถ้ำนั้นมันได้เป็นทางเข้าสู่นรก และเป็นที่อาศัยของเหล่าปีศาจที่จะส่งผลให้เจ็บไข้ได้ป่วยและได้เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายชาวพื้นเมืองได้เชื่อว่า ถ้ำนั้นได้ถูกต้องคำสาปและได้มีวิญญาณได้สิงสถิตอยู่

ถ้ำรอยสตัน

ในปี1742ขณะที่คนงานในเมืองรอยสตัน ประเทศอังกฤษที่กำลังทำงานอยู่นั้นพวกเขาก็ได้กับเจอกับปากทางเข้าถ้ำโดยบังเอิญ ซึ่งได้นำไปสู่การค้นพบถ้ำ ที่ได้ถูกสร้างขึ้นซ่อนอยู่ใต้เมือง ซึ่งภายในถ้ำที่ต่อมาได้ถูกเรียกกันในชื่อ ถ้ำรอยสตันที่ได้พบภาพแกะสลักในสมัยยุคกลาง อยู่บนผนัง ซึ่งมันก็ยังคงเป็นปริศนามานาหลายศตวรรษโดยขนาดของถ้ำได้มีขนาดความสูงประมาณ8เมตรและยังได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ5เมตร

ถึงแม้จะยังไม่มีใครรู้ที่มาของมันแต่ทางนักโบราณคดีได้ประมาณการเอาไว้ว่ามันน่าจะมีอายุถึง800ปีเลยทีเดียว ซึ่งภาพแกะสลักส่วนใหญ่นั้น เกี่ยวกับทางศาสนาเช่นภาพของเหล่านักบุญไปจนถึงรูปภาพของพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขนและท่ามกลางความคิดเห็นของนักประวัติศาสตร์หนึ่งในทฤษฎีที่เป็นที่นิยมที่สุดได้เชื่อว่า ถ้ำนั้นยังได้ถูกให้เป็นที่สำนักงานใหญ่ของเหล่าอัศวินเทมพลาร์ในช่วงต้นยุคศตวรรษที่13เพื่อการรับมือในช่วงของสงครามครูเสดและเชื่อว่าจะต้องมีการซ่อนความลับที่มีความเกี่ยวเนื่องกับตำนาน จอดศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึ่งพระเยซูใช้ในพระกระยาหารมื้อสุดท้าย

 

สนับสนุนโดย  entaplay

นิโคลา เทสลา ทำไมถึงไม่ค่อยมีคนพูดถึงในยุคสมัยก่อน

 ทอมัสเอดิสัน ได้เป็นผู้คิดค้นกระแสไฟฟ้าตรงและใช้กระแสไฟฟ้าตรงพร้อมกับผดันว่ากระแสไฟฟ้าตรงจะเปลี่ยนโลกแต่ถ้าเราได้พูดถึงเรื่องของกระแสไฟฟ้าสลับที่ในยุคนั้นยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับและมันก็ยังได้เป็นเรื่องที่ฝันเฟื่องแต่มันก็ยังได้มีอยู่อีกหนึ่งคนที่คิดว่าประแสไฟฟ้าสลับจะเป็นพลังงานในอนาคตและได้เป็นพลังงานสะอาดและคนทั่วโลกจะต้องใช้คนๆนั้นก็คือ นิโคลา เทสลา นั่นเอง

ซึ่งตรงนี้ตอนที่เราได้ไปค้นหาข้อมุลมาจริงๆเรายังมีความตกใจอยู่นิดหน่อยผู้คนส่วนใหญ่จะพูดถึง เอดิสัน ทอมัสเอดิสัน ว่ามีผลงานต่างๆมากมายแต่ได้มีผู้คนที่ได้พูด เทสลา มากทั้งๆที่งกระแสไฟฟ้าที่เราได้ใช้กันอยู่ในปปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ90%มันได้เป็นกระแสไฟฟ้าสลับไปทั้งหมดเลยและทำไมถึงไม่มีใครที่จะพูดถึง นิโคลา เทสลา กันเลย

ตรงนี้เราจะต้องอธิบายย้อนความกลับไปในประวัติเมื่อประมาณในปี1800โดยข้อมูลที่เราได้ไปหามาตรงนี้นั้นเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่า นิโคลา เทสลา เขาได้เป็นเด็กที่ได้มีความพิเศษมาตั้งแต่เกิดด้วยความสามารถที่เขาได้เป็นเด็กอัจฉริยะทางด้านวิทยาศาสตร์ทั้งเรื่องของการประดิษฐ์ทั้งเรื่องของความจำว่ากันว่าเวลาที่เขาได้เปิดดูหนังสือหรือว่าเขาได้อ่านข้อความไหนก็แล้วแต่ที่ได้มีความเกี่ยวข้องทางวิทยาศาสตร์เขาได้อ่านหนังสือเล่มเดียวที่เป็นเล่มที่หนามากเขาสามารถจำได้ทุกตรารางนิ้วจำได้ทุกภาพ

และสามารถอธิบายได้ทั้งหมดเลยตั้งแต่อายุของเขายังน้อยๆอยู่เลยแต่ด้วยความสามารถมากมายตรงนี้เขาก็จะต้องแลกมาด้วยความผิดปกติทางสมองบางอย่างหรือถ้าเราจะให้พูดเข้าใจง่ายๆเลยก็คือ นิโคลา เทสลา  เขาได้เป็นเด็กพิเศษนั่นเองและในเวลาต่อมาที่นิโคลา เทสลา เขาได้โตขึ้นเขาก็ได้มีความฝันที่เขานั้นอยากจะไปทำงานกับทอมัสเอดิสัน

เพราะเขาได้มองว่าทอมัสเอดิสันไม่ได้เป็นคนที่เรียนเก่งหรือไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายแต่เขาได้เป็นคนที่ฉลาดและเก่งมากเพราะทอมัสเอดิสัน สามารถที่ประดิษฐิ์สิ่งของต่างๆได้และยังได้เป็นผู้ที่คิดค้นอะไรหลายๆอย่างได้โดยที่เขาไม่ได้มีความเก่งมาตั้งแต่เกิดแต่เขาได้มีความพยายามเขาก็เลยได้ชื่นชม ทอมัสเอดิสัน มากเขาก็เลย

ที่จะมีความประสงค์ที่จะรวมงานเมื่อเขาได้โตขึ้นมานั่นเองและในช่วงเวลาต่อมาที่ นิโคลา เทสลา ได้อยู่ในช่วงวัยทำงานเขาก็ได้ทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งก่อนที่เขาจะลาออกเพื่อที่เขาจะไปสมัครงานที่บริษัทของทอมัสเอดิสันและปรากฎว่าทอมัสเอดิสันเขาก็ได้เห็นถึงความสามารถของนิโคลา เทสลา เขาก็เลยได้ตอบตกลงให้นิโคลา เทสลา ได้เข้ามาทำงานในบริษัทของเขาอย่างเร็วไว้

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล next88

ความลึกลับเรื่องราวลี้ลับของยานอวกาศและสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

สำหรับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของยานอวกาศหรือว่ายูเอฟโอแต่อย่างไรก็ตามหลายคนก็จะคิดว่าก็จะมีลักษณะที่คล้ายกับจานดาวเทียมมีวงกลมตรงกลางและได้เคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งในเรื่องนี้มันก็เป็นการมโนมาตั้งแต่ในอดีตและจนมาถึงขั้นในปัจจุบันนี้และมันก็ยังไม่เคยได้มีใครที่จะพบเจอกันเลยว่าหน้าตาของยานอวกาศนี้มันเป็นยังไง

ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในบ้านเราเองก็มีหลายคนที่ได้จับภาพเป็นมนุษย์ต่างดาวนอกจากนี้พอมาในภายหลังความแตกเพราะสุดท้ายแล้วมันคือภาพจากแอพพลิเคชั่นแอพหนึ่งซึ่งมันเลยเป็นเรื่องที่น่าสร้างความฮือฮ่ากันไปทั่วประเทศเมื่อมันได้เป็นของจริง ซึ่งอย่างไรก็ตามในต่างประเทศเองจะมีสถาบันอวกาศอีกหนึ่งที่เราได้เรียกว่าสถาบันนาซา

ซึ่งทางนาซาเขาได้คิดวิธีการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวให้ได้แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ซึ่งในเรื่อง้หล่านี้หลายๆคนก็ได้เชื่อกันว่ามันอาจจะเป็นเพราะว่าดาวของเรานั้นได้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วเกินไปโดยใช้การเคลื่อนที่ของสนามแม่เหล็ก ซึ่งมันก็ได้ทำให้เรานั้นได้มองไม่เห็นหรือว่ามองไม่ทันนั่นเองถ้าหากว่าการเคลื่อนที่แบบนี้มันมีอยู่จริงแบบนี้ก็แสดงว่าอีกดวงหนึ่งมันจะต้องเจริญเติบโต

อย่างมากเลยทีเดียวและ ต่อมาจะมาพูดถึงในเรื่องของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าหรือหลายๆคนก็อาจจะเรียกว่าสามเหลี่ยมปีศาจเพราะมันได้เป็นบริเวณที่มีการสัญจรไปมาระหว่างเรือและเรือบินอย่างหนาแน่นกันเลยและที่ สำคัญมันก็ไม่น่าจะมีอะไรแต่มันก็มีเมื่อวันดีคืนดีได้มีเรือที่ได้สัญจรไปมาและปรากฎว่าอยู่ดีๆเรือและก็ลูกเรือหายไปหมดทั้งที่วันนี้มันไม่มีปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ

เลยท้องฟ้าก็นิ่งอากาศก็ดีและนอกจากนี้มันก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาอีกในปี1945ที่ผ่านมานี่เองได้มีนักบินและเครื่องบินจำนวน14ลำได้หายไปเลยจากนั้นก็ไม่สามารถที่จะติดต่อได้ทั้งที่ในวันนั้นก็ไม่ได้มีพายุอะไรก็ไม่มีคลื่นก็สงบและก่อนที่จะหายไปก็ไม่ได้มีการขอความช่วยเหลือแต่อย่างใดและจนมาถึงทุกวันนี้พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่ามันได้หายไปไหน

ซึ่งหลายๆคนก็เชื่อว่ามันน่าจะเป็นประตูมิติที่มันน่าจะเชื่อต่อกันหรือว่ามันอาจจะมีการรักพาตัวจากมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้ สำหรับเรื่องสโตนเฮนจ์มันก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าใครที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมาและได้สร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไร

 

สนับสนุนโดย  next88 slot

ตำนานถ้ำระฆังจังหวัดลพบุรีประตูแห่งเมืองลับแล 

 

              สำหรับที่จังหวัดลพบุรีนั้นเป็นสถานที่เก่าแก่แห่งหนึ่งซึ่งมีเรื่องราวต่างๆมากมายเกี่ยวกับเรื่องของเรื่องลี้ลับตามสถานที่ต่างๆ และหนึ่งในสถานที่ที่มีการพูดถึงเรื่องลี้ลับกันมากนั่นก็คือถ้ำระฆังซึ่งถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในบริเวณวัด ถ้ำตะโกพุทธโสภา ซึ่งวัดแห่งนี้อยู่ในอำเภอท่าวุ้งจังหวัดลพบุรี โดยที่ตั้งแห่งนี้เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าภายในบริเวณถ้ำนั้น

เป็นสถานที่ที่สามารถเดินทางไปสู่เมืองลับแลได้โดยมีเรื่องเล่าที่น่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้ โดยมีการเข้าถึงตำนานของถ้ำระฆังแห่งนี้ว่าในสมัยโบราณนั้นชาวบ้านสามารถเดินทางเข้าไปในถ้ำตะโกเพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับชาวเมืองลับแลได้ แต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านได้บอกกล่าวถึงเรื่องราวที่น่าหวาดกลัวว่าทุกคืนในช่วงที่มีพระจันทร์เต็มดวงนั้น

พวกเขามักจะได้ยินเสียงดนตรีแว่วออกมาจากภายในถ้ำโดยเสียงดนตรีที่ได้ยินนั้นมักจะเป็นเสียงดนตรีที่มีความเย็นยะเยือกและน่าหวาดกลัว และชวนขนลุกมีเรื่องเล่ากันว่าในสมัยอดีตนั้นชาวบ้าน เขาสมอคอนและชาวเมืองลับแลต่างก็สนิทสนมและติดต่อสื่อสารกัน และติดต่อไปมาหาสู่กันได้ซึ่งภายในบริเวณถ้ำระฆังนั้นก็มีพวกข้าวของเครื่องใช้สวยงามอยู่ภายในถ้ำเป็นจำนวนมาก

และเมื่อถึงงานบุญเมื่อไหร่ชาวบ้านก็มักจะไปยืนข้าวของเครื่องใช้ของชาวเมืองลับแลเพื่อมาใช้ในงานบุญสม่ำเสมอ ซึ่งต่อมานั้นเมื่อมีการยืมข้าวของไปแล้วปรากฏว่าชาวบ้านนั้นมักจะไม่ค่อยคืนเข้าของที่ยืมไปทำให้ชาวเมืองลับแลนั้นเกิดความไม่พอใจ และนับตั้งแต่มีเรื่องบาดหมางกันเรื่องของการยิงเข้าของนั้นชาวเมืองลับแลและชาวสมอคอนก็ไม่ติดต่อสื่อสาร

และไปมาหาสู่กันอีกเลย ชาวบ้านช่วยกันว่าหลังจากที่เมืองลับแลนั้นได้มีการปิดประตูไม่ยอมสื่อสารกับชาวบ้านมันสมอคอนแต่เมื่อใดที่เกิดวันพระเกิดขึ้นก็มักจะได้ยินเสียงการเล่นดนตรีหรือแม้แต่การเห็นแสงสีที่เป็นแสงส่องสว่างสดใสลอยออกมาจากภายในถ้ำระฆังซึ่งบางคนก็มองว่าเป็นการที่ชาวเมืองลับแลนั้นได้มีการจัดงานการละเล่นกันอยู่ภายในเมืองลับแล

แต่บางคนก็มองว่าแสงไฟที่สาดส่องบริเวณรอบๆถ้ำระฆังนั้นน่าจะเป็นแสงจากพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าโดยมักจะเห็นกันแค่เพียงในช่วงวันเพ็ญเท่านั้น และสำหรับทุกคืนวันพระประตูเมืองของชาวเมืองลับแลนั้นก็จะเปิดเพื่อให้ชาวเมืองลับแลนั้นได้ออกมาเดินเล่นท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์ และปัจจุบันนี้ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเมืองลับแลก็ยังคงมีพูดถึงกันอยู่อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88

พลังจิตมีอยู่ในตัวของทุกคนอยู่แล้ว

ถ้าเอาความหมายของพลังจิตถ้าจะเอาตามหลักวิทยาศาสตร์เขาได้บอกว่าพลังจิตจริงๆแล้วเราทุกคนมีอยู่ในตัวอยู่แล้วแต่ปัจจุบันมนุษย์เราสามารถนำเอาพลังจิตตรงนั้นมาเศษเสี้ยวเพียงเล็กน้อยจากที่มันเคยมีอยู่ในสมองของเราทั้งหมดเพียงแค่ประมาณ1%หรือมันอาจจะไม่ถึง1%เลยด้วยซ้ำและเขายังได้บอกอีกด้วยว่าขนาดบุคคลในประวัติศาสตร์หรือนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง ไอน์สไตน์

เขายังได้ใช้สมองเพียงแค่2-4%หรือมันอาจจะไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันน้อยมากๆและเขายังได้บอกอีกว่าพลังจิตที่รุนแรงและมีพลังมากที่สุดเขาเรียกกันว่า “จิตใต้สำนึก” ซึ่งจิตใต้สำนึกเราสามารถมองได้อยู่สองอย่างก็คือตามหลักจิตวิทยา หรือ วิทยาศาสตร์ ถ้าตามหลักจิตวิทยาแล้วนั้นเราจะต้องขอบอกเบื้องต้นก่อนว่ามนุษย์หรือคนเราทั่วไปเราจะมีอยู่ทั้งสิ้นสามจิตก็คือ จิตสำนึก จิตใต้สำนึก จิตไร้สำนึก ซึ่งสามจิตนี้มันจะมีบทบาทที่แตกต่างกันออกไปอย่างจิตสำนึกทุกคนเราจะมีกันอยู่แล้ว

เวลาเราจะนึกคิดเวลาเราจะทำอะไรเราก็จะนึกคิดก่อนที่เราจะทำส่วนจิตใต้สำนึกมันคือสิ่งที่เราอดอยู่ในใจแต่เราไม่สามารถพูดหรือทำมัมนออกมาได้อาจจะด้วยเรื่องของกฎหมายหรือมันอาจจะด้วยเรื่องของสิ่งต่างๆที่เราไม่สามารถที่จะทำได้มันเลยถูกเก็บเอาไว้ตรงนั้นส่วนจิตไร้สำนึกในความหมายของจิตวิทยามันเป็นจิตที่โดนกดเอาไว้รวมประสบการณ์ในอดีตตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันเก็บทุกอย่างเอาไว้โดยที่บางทีตัวเราไม่ได้คิดมันคือประสบการณ์ตัวเราทั้งชีวิตที่ผ่านมาถูกบีบถูกกดไว้โดยที่เราไม่รู้ตัวแต่ถ้าวันใดวันหนึ่งจิตตรงนั้นมันได้ถูกปลดปล่อยออกมา

เราก็อาจจะปล่อยสัญชาตญาณดิบหรือเราอาจจะอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงออกไปไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายจิตใจหรือว่ารูปร่างก็เป็นได้อันนี้ก็คือทางด้ายจิตวิทยาส่วนทางด้านวิทยาศาสตร์เขามองว่าจิตไร้สำนึกมันคือพลังที่ไร้ขอบเขตและเป็นพลังที่ถูกเก็บเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของสมองและมนุษย์เราได้ดึงเอามาใช้กันอยู่ทุกคนอยู่แล้วแต่ถูกดึงเอามาใช้เพียงไม่ถึง1%

คือมันน้อยมาๆแต่ตรงจุดที่มันไม่ถึง1%นี้มันเลยไม่มีผลกระทบอะไรต่อร่างงกายหรือมันอาจจะไม่ส่งผลทำให้เห็นอย่างชัดเจนและตรงนี้เขาเลยบอกว่าถ้าเราสามารถดึงเอามันออกมาใช้ได้หรือเร่งปฏิกิริยาให้สมองของเราทำงานปล่อยพลังตรงนั้นออกมาได้เขาคาดว่าเราอาจจะค้นพบพลังงานแบบใหม่เลยก็ว่าได้

ซึ่งตรงนี้มันได้มีผลการทดลองที่เราได้ไปอ่านจากเว็บต่างประเทศมาแต่ว่าการทดลองนี้มันได้ไปสอดคล้องกับคำที่เขาบอกว่าถ้ามนุษย์เราสามารถเพิ่มปฏิกิริยาของสมองไปถึงจุดหนึ่งได้เราจะเกิดพลังงานได้รูปแบบใหม่ขึ้นมา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ติดต่อ rb88

ตำนานอาถรรพ์ของเมืองลำปางจากแรงอธิษฐานของนางสุชาดา 

สำหรับเรื่องราวอาถรรพ์แรงสาปแช่งของนางสุชาดานั้นว่ากันว่ามีหลักฐานที่สามารถเชื่อได้ว่ามีเรื่องจริง ซึ่งเรื่องราวนี้มีการพูดถึงเกี่ยวกับพระรูปศักดิ์สิทธิ์รูปหนึ่งเรียกว่าองค์พระรูปพระแก้วดอนเต้า ซึ่งในปัจจุบันนี้พระธาตุดอนเต้านั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงในจังหวัดลำปางนั่นเอง สำหรับตำนานของพระนางสุชาดานั้นเริ่มมีหัวว่ามีพระมหาเถระเจ้าองค์หนึ่งมีความต้องการที่อยากจะสร้างพระพุทธรูป

โดยอยากจะได้พระพุทธรูปที่สร้างมาจากไม้แก่นจันทร์แต่อย่างไรก็ตามพระองค์ก็ไม่สามารถหาไม้แก่นจันทร์มาสร้างพระพุทธรูปได้เรื่องราวเรื่องนี้จึงรู้ไปถึงหูพญานาคองค์หนึ่งด้วยความศรัทธาพญานาคจึงได้มีการเสกแก้วมรกตเอาไว้ในแตงโม

ซึ่งแตงโมดังกล่าวนั้นอยู่ภายในบริเวณสวนหลังบ้านของนางสุชาดานั่นเองโดยนางสุชาดาผู้นี้เป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยปกติแล้วนางสุชาดานั้นจะนำแตงโมที่ตนเองปลูกนั้นไปถวายพระสงฆ์ที่วัดอยู่เป็นประจำอยู่แล้วอยู่มาวันหนึ่งนางได้ไปเก็บแตงโมเลยหวังว่าจะนำแตงโมนั้นไปถวายพระที่วัดก็พบว่าเมื่อผ่านมาแล้วก็เจอกับแก้วมรกต และด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาทำให้นางสุชาดานั้นได้นำหินมรกตนี้ไปถวายแก่พระมหาเถระเจ้า ดังนั้นพระมหาเถระเจ้าจึงได้นำหินมรกตที่นางสุชาดานำมาถวายนั้นไป

แกะเป็นพระพุทธรูปแต่ไม่สามารถที่จะแกะได้เนื่องจากว่าหินแก้วมรกตนั้นมีความแข็งเป็นอย่างมากเรื่องจึงทราบถึงหูของพระอินทร์ซึ่งอยู่บนสรวงสวรรค์ ทำให้องค์อินทร์ได้ลงมาช่วยด้วยการแปลงร่างเป็นมนุษย์และเป็นคนอาสาที่จะแกะสลักหินแก้วมรกตให้กลายเป็นพระพุทธรูปเอง และแน่นอนว่าด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระอินทร์นั้นพระองค์ได้เนรมิตแก้วหินหยกให้กลายเป็นพระพุทธรูปที่มีความสวยงดงามมาก และเรื่องราวการนำแก้วหินหยกนี้มาสร้างเป็นพระพุทธรูปก็รู้ไปถึงหูเจ้าเมืองทำให้เจ้าเมืองนั้นไม่พอใจที่นางสุชาดานั้นนำแก้วหินหยกไปถวายพระแทนที่จะนำมาถวายตนเองซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองจึงได้หาทางกลั่นแกล้งพระนางสุชาดาโดยมีการใส่ร้ายว่าพระนางสุชาดากับพระเถระนั้นมีอะไรกัน ด้วยข่าวลือที่ร้ายแรงนี้เองทำให้ฟังพระนางสุชาด

และพระมหาเถระเจ้านั้นถูกสั่งประหารชีวิต และก่อนที่นางสุชาดานั้นจะเสียชีวิตนางได้อธิษฐานว่าถ้าเรื่องข่าวลือนี้เป็นการถูกใส่ร้ายป้ายสีไม่เป็นเรื่องจริงขอให้เลือดของนางนั้นไม่ไหลตกลงดินแต่ให้เลือดนั้นพุ่งขึ้นไปบนอากาศ ซึ่งคำอธิษฐานของนางสุชาดานั้นต้องการที่จะให้ตนเองและพระมหาเถระเจ้านั้นพ้นผิดจากคำครหาต่างๆเหล่านั้นและนางสุชาดายังได้มีการสาปแช่งเจ้าเมืองรวมถึงลูกหลานของเจ้าเมืองทุกๆคนที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองโดยตรงว่าไม่ให้มีความเจริญรุ่งเรือง และถ้าหากลูกหลานของเจ้าเมืองคนไหนที่มีความเชื่อในตัวของพระนางสุชาดาและพระมหาเถระเจ้าว่าไม่มีความผิด

ก็ให้ปลูกต้นขนุนและนำลูกขนุนลูกแรกนั้นไปถวายพระสงฆ์ หลังจากนั้นก็ให้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนางสุชาดาพร้อมทั้งขอให้นางสุชาดาอโหสิกรรมให้ แต่ถ้าหากลูกหลานคนไหนของเจ้าเมืองคิดว่านางนั้นกระทำผิดจริงคำสาปก็จะบังเกิดผลและแน่นอนว่าหลังจากที่นางสุชาดานั้นถูกประหารชีวิตเลือดก็ได้พุ่งขึ้นไปบนอากาศตามที่นางได้ตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้

และเมื่อชาวเมืองที่มาดูการประหารชาดาเห็นว่าเลือดของนางสุชาดานั้นพุ่งขึ้นฟ้าจริงก็ทำให้รู้ว่าพระมหาเถระเจ้าและนางสุชาดานั้นไม่ได้มีความผิดทำให้เจ้าเมืองนั้นกลัวว่าคำสาปที่นางสุชาดาสาปเอาไว้นั้นจะเป็นเรื่องจริง แต่ อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเจ้าเมืององค์นั้นก็เจ็บไข้ล้มป่วยและกระอักเลือดออกมาจนตายไปในที่สุดทำให้ชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าเจ้าเมืององค์นั้น

ตายเพราะคำสาปแช่งของพระนางสุชาดานั่นเอง สำหรับสถานที่ที่ใช้ประหารชีวิตพระนางสุชาดาคือวังย่าเฒ่า ซึ่งปัจจุบันนี้สถานที่ดังกล่าวนั้นตั้งอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำวังโดยผู้ที่มีการสร้างคือหลวงปู่เกษมโดยหลวงปู่เกษมนั้นถือได้ว่าสืบเชื้อสายเก่าแก่มาจากเจ้าผู้ครองนครลำปางนั่นเองและเพื่อเป็นการลบคำสาปแช่งของพระนางสุชาดาหลวงปู่เกษมได้มีการให้ลูกหลานได้มีการสร้างสารให้กับพระนางสุชาดาอยู่ภายในบริเวณวัดนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  next88

ประชากรล้มโลก

สำหรับในกรณีที่มีประชากรล้มโลกนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นก็จะน่าจะเดากันไม่อยากก็คือการแกร่งแย้งชิงทรัพย์กร ซึ่งในโลกเราก็จะเห็นกันอยู่แล้วว่าปัจจุบันทรัพย์กรมันก็ยิ่งน้อยลงทุกวันๆในขณะที่มนุษย์คนเราก็ได้มีการเกิดขึ้นมาเรื่อยๆแต่ความต้องการของมนุษย์ก็มีไม่จำกัดอยากจะได้นู้นอยากจะได้นี่ไปลุกล้ำเขตป่าไปฆ่าสัตว์เพื่อเอาหนังหรือไปยิงเสือดำเพื่อที่จะเอาเนื้อเขามากินซึ่งตรงนี้เราได้มองว่าการที่มนุษย์คนเราสามารถเลือกที่จะตายหรือไม่ตายได้

มันเป็นการฝืนธรรมชาติ กฎของธรรมชาติที่โลกสร้างขึ้นหรือพระเจ้ากำกับมาตามความเชื่อของแต่ละบุคคลคือ เราจะต้องเกิด แก่ เจ็บ แล้วก็ตาย เป็นวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆหรือที่เราเรียกกันว่ามนุษย์เราเกิดมาเพื่อสืบพันธุ์และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปให้รุ่นลูกรุ่นหลานทำหน้าที่ให้พัฒนาและวิวัฒนาการเผ่าพนธุ์ตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ

จนถึงจุดสูงสุดอันนี้มันเป็นหลักการที่มนุษย์ต้องทำตามความคิดของเราแล้วถ้าวันหนึ่งเราสามารถควบคุมให้คนไม่ตายได้ด้วยการอะไรก็แล้วแต่ตัดหัวเปลี่ยนชีวิตหรือแม้แต่จะเป็นการแช่แข็งในกรณีต่างๆมันได้มีผลกระทบมาหมดเลยถ้าในกรณีของตัดหัวเปลี่ยนร่างกายแล้วต่อชีวิตได้เราคิดว่ามันจะเกิดยุคมิดของสังคมขึ้นมาที่จะมีการตามล่าร่างกายของคนที่เขาต้องการและเขาไม่อยากตายเขาก็เอาเงินเหล่านี้เอาไปให้กับแพทย์เพื่อเปลี่ยนหัวและเอาร่างกายของคนนั้นมาต่อเป็นร่างกายของเราแทน ซึ่งตรงนี้เขาได้บอกว่าประสบความสำเร็จไปได้แล้วเกินครึ่งเพราะเขาเคยมีการทำการทดลองกับลิงและลิงเปลี่ยนร่างกายได้

แต่อยู่ได้ไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ตายตรงนี้เขาได้บอกว่าประสบความสำเร็จมาแล้วครึ่งหนึ่งและก็ต้องรอดูว่าในอนาคตนั้นมันจะเป็นยังไงและถ้าเกิดถึงกรณีนั้นจริงเราคิดว่ามันจะเกิดยุคที่คนเราจะตามล่าหาร่างกายของคนที่เราต้องการและมันจะเป็นยุคมืดที่น่ากลัวมากๆและในกรณีของการที่ฝืนคืนชีพได้ก็อย่างที่บอกไปว่าประชากรจะล้มโลกและทรัพย์กร

ที่มันได้มีอยู่แล้วน้อยแล้วมันก็จะยิ่งน้อยลงเข้าไปอีกจนมันไม่เหลืออะไรเลยวันหนึ่งก็ต้องเกิดสงครามแย้งชิงทรัพย์กรื่อที่จะเอาตัวรอดได้อยู่ดีซึ่งตรงนี้มันได้เป็นมุมมองของเราที่เราคิดว่าถ้ามนุษย์เราสามารถคืนชีพได้จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเราบ้างซึ่งตรงนี้มันเป็นเพียงแค่มุมมองและแนวคิดเท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน เกม