การก่อสร้างสะพานไทยลาว2

การก่อสร้างสะพานไทยลาว2

สำหรับเรื่องราวการตายที่จะก่อสร้างสะพานไทยลาวมันได้มีเรื่องราวมากมายเข้าไปอีกเมื่อทางผู้รับเหมาได้เข้ามาสร้างออฟฟิตใหม่เสร็จก็เริ่มทำการก่อสร้างจัดทำอะไรทุกอย่างที่เป็นอุปกรณ์การก่อสร้างมาตั้งและนั่งร้านมันก็จะเป็นโครงเหล็กที่ต่อให้สูงเพื่อที่คนงานจะสามารถขึ้นไปทำงานบนที่สูงได้แต่ด้วยความที่ว่ามันเป็นโครงเหล็กที่เอาไว้ต่อเพียงชั่วคราวก็ไม่ได้มีความปลอดภัยจากนั้นก็เลยเกิดโศกนาฏกรรม

เมื่อประมาณ5เดือนหลังจากเริ่มการก่อสร้างไปแล้วก็มีพนังงานคนหนึ่งตกลงมาสภาพดูไม่ได้เลยและต่อมาก็มีพนังงานอีกคนเขาทนสภาพอากาศร้อนบ้านเราไม่ไหวและด้วยความร้อนเค้าจึงของล้างหน้าและด้วยความที่ว่าห้องน้ำก็อยู่ไกลเขาเลยไปล้างหน้าตรงที่เขาทำงานอยู่ข้างคลองจากนั้นก็ได้พลาดท่าตกลงไปในคลองหายไปเลยโดยที่ไม่มีศพโผล่ขึ้นมาให้เห็นก็เป็นที่รู้กันดีว่าไม่รอด

ซึ่งมันก็ฟังดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่พิสดาลเท่าไหร่ถ้าจะบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่ามีใครตั้งใจทำอย่างในกรณีที่มีคนผูกคอตายมันก็ว่าได้หรือจะบอกว่าเขาไม่ระวังตัวเองอย่างเช่นการตกนั่งร้านหรือว่าตกแม่น้ำมันก็ไม่ผิดแต่ความแปลกมันได้มีมากขึ้นๆ

โดยการก่อสร้างได้ดำเนินไปถึงที่ทีมงานกำลังจะเริ่มตอกเสาปูนก็คือตอกเสาปูนเทลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเสาต้นที่11มันเป็นเสาที่อยู่กลางแม่น้ำโขงเลยพอทีมงานจะตอกเสาลงไปตอกยังไงมันก็ไม่ลงก็เลยไปบอกหัวหน้างานที่เป็นญี่ปุ่นทางทีมวิศวะกรก็ดูๆละคิดวิธีขึ้นมาหากมันเจาะไม่ได้ก็ใช้สว่านเจาะนำร่องไปก่อนปรากฏว่าเจาะเท่าไหร่มันก็ไม่เข้าหน้าดินอยู่ดีเจาะไปจนหัวสว่านหักจนทนไม่ไหวเลยไปจ้างนักดำน้ำมาเพื่อจะลงไปสำรวจตรงบริเวณใต้เสาต้นที่11นั้น

นอกจากนี้ได้มีทีมนักดำน้ำมาวิศวะกรก็ได้บอกให้ลงไปกู้สว่านที่มันหักขึ้นมาและให้ดูด้วยว่าใต้น้ำมันมีอะไรทำไมมันเจาะเท่าไหร่มันขึ้นไม่เข้าเสร็จนักดำน้ำก็ลงไปปรากฏว่านักดำน้ำก็ได้โผล่ขึ้นมาเหมือนกับน่าตาไม่เป็นคนยังไม่ทันได้อธิบานอะไรรีบเก็บข้าวของกลับบ้านไปทันทีทำเอาทุกคนงงกันไปทั้งหมด

ดังนั้นในภายหลังพี่นักดำน้ำก็ได้มาเบ่าให้ฟังว่าตอนที่นักดำน้ำได้ลงไปถึงจุดดังกล่าวเขาได้เห็นสีไฟแดงๆแปลกๆเป็นคู่เลยอยู่ใต้น้ำพอดูดีก็เหมือนกับว่ามันเป็นดวงตาของสัตว์อะไรสักอย่างที่ลำตัวมันจะมีแต่เกล็ดสีเขียวๆ

 

สนับสนุนโดย  aesexy

สมัยสมเด็จพระนารายณ์

ซึ่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ว่ากันว่าในช่วงนั้นอยุธยาได้เปิดกว้างให้กับชาวต่างชาติหลากหลายรูปแบบเลยอย่างจะเข้ามาตั้งที่อยู่ใช่ไหมเขาก็จะมีชุมชนให้ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นโปรตุเกตฮอลันดาอะไรก็ตามที่อยากจะแผ่แพร่ศาสนาก็แผ่ไปทำให้ความรู้ต่างๆที่มากมายจากฝรั่งได้ไหลเข้ามาและสิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือขนมไทย

นอกจากนี้ก็ได้มีการพัฒนาเกิดขึ้นมาในยุคนี้แหละเกิดขึ้นมาจากยุคชาวแหม่มฝรั่งที่มีชื่อว่ามารีกีมาหรือว่าท้าวทองกีบม้าที่เรารู้จักกันนี่คือเธอจะนำเอาสูตรขนมเข้ามาจากทางยุโรปแต่ก็นำเอามาดัดแปรงใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศไทยและหนึ่งในชาติที่เรามีสัมพันธมิตรที่ดีในยุคนั้นเลย

โดยฝรั่งเศสเองที่พระนารายณ์ได้ส่งพระยาโกษาธิบดีไปเจารจาเป็นความสัมพันธไมตรีและเรื่องที่โด่งดังในยุคนั้นเลยก็คือพระยาโกษาได้ไปคานมาตั้งแต่ปลายห้องของแวร์ทรายยังบัลลังก์ของพระเจ้าหลุยส์ตอที่เข้าเฝ้าและก็ได้สร้างความประทับใจให้กับพระเจ้าหลุยส์เป็นอย่างมาก

เรื่องราวของยุคนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นยุคที่สวยงามสว่างของอยุธยาแต่มันก็ได้มีด้านมืออีกด้านหนึ่งที่เขาไม่ค่อยได้พูดถึงกันในห้องเรียนนั่นก็คือภายในพระราชสำนักเองมันก็ยังมีการตบตีกันอยู่จนกระทั่งทำให้กษัตริย์หลายๆองค์ของอยุธยาในช่วงนั้นต้องย้ายหลบไปอยู่ที่เมืองลพบุรีแล้วในเวลาต่อมาก็จะมีขุนนางคู่หนึ่ง

ซึ่งได้มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่บ้านพูลหลวงที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็ได้เข้ามายึดอำนาจแล้วก็ได้ตั้งพระราชวงศ์ราชพูลหลวงโดยเป็นราชวงศ์สุดท้ายของอยุธยายุคนี้เองก็เป็นยุคที่ฝรั่งโดนลกบทบาทออกไปหมดคือบางพวกก็โดนไล่ให้ออกจากราชอาณาจักรไปเลยหลังจากนั้นก็จะมีการปราบกบฏคือจะพยายามขยายอำนาจไปครอบคุมตามหัวเหมืองต่างๆแต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการวางแผนที่ผิดไปหน่อยเพราะว่าในวังยังมดราม่ากันอยุ่

นอกจากนี้พอเข้าไปครองเอาหัวเมืองใหม่ๆเข้ามาแต่ว่าในพระราชสำนักเองยังไม่เรียบร้อยเลยก็เลยทำให้มีการปกครองของอยุธยากลับมาล่อแล่จนกระทั่งผลก็คือพม่าเข้ามาบุกอีกรอบหนึ่งในช่วงนี้เองเป็นช่วงที่มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้พยายมปกป้องหมู่บ้านของเขานั่นก็คือชาวบ้านบางระจันทร์แต่ว่ากลุ่มเล็กๆแค่นี้จะไปสู้กับกองทัพพม่าได้อย่างไรก็ถูกพม่าโจมตีจนแตกไปเสร็จแล้วเหตุการณ์ต่อมาพม่าได้บุกมาตีอยุธยาทำให้อยุธยาได้พ่ายแพ้ไปอีกรอบ

โดยในรอบนี้จะเป็นรอบที่แบบว่าบ้านเมืองเสียหายหนักมากจนไม่สามารถที่จะฟื้นฟูขึ้นมาได้อีกแล้วแต่ถึงแม้ว่าบ้านเมืองจะไม่เหลือซากอะไรก็มีชายเชื้อชาติจีนผู้หนึ่งเขาได้ขึ้นมากอบกู้สยามแล้วก็ได้ขับไล่ชาวพม่าออกไปและต่อมาชายผู้นี้ก็ได้ตั้งตนขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งธนบุรีมีพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

อู่เจ๋อเทียน ขึ้นมาเป็นมเหสีได้อย่างไร?

ซึ่งบุคคลนี้ได้เป็นบุคคลหนึ่งในยุคราชวงศ์จีนและบุคคลผู้นั้นคนไทยรู้จักกันในนามว่า บูเช็คเทียน จะเรียกว่าพระมเหาสีบูเช็คเทียนจะเรียกว่าพระนางบูเช็คเทียนหรือจะเรียกว่าจักรพรรดิบูเช็คเทียนอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และก็เวลาที่เราพูดถึงพระนางเวลาเราพูดถึงคำว่าบูเช็คเทียนนั้นคือสิ่งที่คนไทยรู้จักแต่ถ้าเราจะพูดให้เคลียร์ บูเช็คเทียนนั้นมาจาก อู่เจ๋อเทียน 

โดยเรามาจะมาพูดเรื่องราวของสนมอู่หรือว่าพระมาเหสีอู่เจ๋อเทียนหรือที่คนไทยรู้จักกันว่าพระนางบูเช็คเทียนเราอยากจะให้ทุกคนนั้นได้เข้าใจถึงประวิติศาสตร์ที่แท้จริงและในยุคสมัยราชวงศ์ของจีน 

อู่จ้าว เป็นบุตรตรีของ อู่ซื่อฮั่ว ผู้ซึ่งเป็นผู้ค้าไม้และเคยสร้างคุณงามคุณงามดีต่อราชวงศ์ถังเป็นอย่างมาเลยทีเดียวคุณงามความดีของพ่อค้าไม้  ซื่อฮั่ว เกิดจากการคุมงานและก็จัดการในเรื่องของก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆให้กับราชวงศ์ถัง

ดังนั้น  อู่ซื่อฮั่ว ซึ่งผู้เป็นพ่อค้าไม้แล้วทำการก่อสร้างให้กับราชวงศ์ถังนี้จนได้รับคุณงามความดีจนกระทั่งได้เป็น เจ้ากรมแรงงาน และเมื่อ  อู่ซื่อฮั่ว  ได้กลายมาเป็นเจ้ากรมแรงงานแล้วครอบครัวก็ได้เข้ากระแสของระบบราชการอย่างเต็มรูปแบบเลยทีเดียว 

ปรากฏว่า  อู่ซื่อฮั่ว  มีลูกสาวชื่อ อู่จ้าว  เมื่ออู่จ้าว นั้นมีอายุครบ14ปีก็จะต้องเข้าไปเป็นสนมระดับ5ของจักรพรรดิถังไท่จงโดยสนมระดับ5เขาได้มีชื่อเฉพาะ

ซึ่งชื่อเฉพาะชื่อว่า ไฉเหริน ระดับ5ต้องบอกทุกคนเอาไว้ก่อนว่าระดับ5มันไม่ใช่ระดับสูงที่สุดระดับ5มันคือระดับที่ต่ำที่สุดของพระสนมทั้งหลายสนมระดับ1ถือได้ว่าเป็นสนมที่สูงที่สุดแล้วก็สูงไปกว่านั้นก็คือพระมเหสี

ซึ่งเมื่ออู่จ้าวได้เข้าไปเป็นสนมระดับ5หรือที่เราเรียกกันว่า ไฉเหริน เป็นที่เรียบร้อยจักรพรรดิถังไท่จงก็เรียกสนมอู่ว่า เหม่ยเหนียง เป็นชื่อที่จักรพรรดิถังไท่จงทรงพระราชทานให้กับสนมอู่จ้าวก็กลายจากอู่จ้าวกลายเป็น อู่เหม่ยเหนียง 

นอกจากนี้เรื่องราวของสนม อู่ต้องบอกว่ามีเรื่องรวมีสเตอรี่ที่น่าสนใจแล้วก็น่าคิดอยู่มากมายพอสมควรโดยเฉพาะอย่างยินนายคราวที่ชาวชาตินั้นได้ส่งเครื่องราชบัญนาการเป็นม้ามาให้กับจักรพรรดิถังไท่จงม้าตัวนั้นมีลักษณะที่สง่างามแผงคอของม้าเหมือนกับราชสีเลยทีเดียว

เนื่องจากนี้อย่างไรก็ตามแล้วม้าตัวนี้เป็นม้าดีก็จริงแต่พยศอย่างมากเลยทีเดียวก็เรียกได้ว่าคนเลี้ยงม้าทหารทั้งหลายก็พยายามที่จะปราบม้าพยศตัวนี้แต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถปราบม้าพยศตัวนี้ได้จนกระทั่งจักรพรรดิถังไท่จงเครียดมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย

จระเข้วังโนราห์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับจระเข้ตัวนี้ได้โด่งดังมากๆในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายคนอาจจะเคยได้ยินแล้วแต่อีกหลายคนยังไม่เคยได้ยินอย่างแน่นอน

ซึ่งเรื่องราวของเจ้าวังโนราห์จระเข้กินคนแห่งนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีเรื่องราวของเจ้าวังโนราห์มันได้เกิดขึ้นที่คลองอีปันหรือเป็นคลองธรรมชาติที่ได้แยกตัวออกจากแม่น้ำตาปีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยลักษณะของคลองอีปันนี้จะเป็นคลองที่คตเคี้ยวกล่าวว่าในอดีตคลองแห่งนี้เต็มไปด้วยจระเข้น้อยใหญ่มีทั้งตัวเล็กตัวน้อยตัวใหญ่แล้วก็ตัวปานกลางเต็มไปหมดเลยว่ากันว่าเป็นคลองที่มีจระเข้ชุกชุมมากในสมัยนั้นและคลองแห่งนี้ยังได้ถูกเรียกคานกันอีกนามหนึ่งว่าวังโนราห์

เนื่องจากนี้เหตุผลที่ต้องถูกขนาดนามว่าวังโนราห์เพราะเนื่องจากว่าในอดีตเคยมีขณะมโนราห์คณะหนึ่งได้แล่นเรือสำเภาขนาดใหญ่ผ่านเข้าสู้คลองแม่น้ำอีปันในขณะที่เรือสำเภาของคณะมโนราห์กำลังร่องไปในแม่น้ำอีปันดูเหมือนว่ามันจะไม่มีสิ่งที่ผิดปกติแต่ทันใดนั้นเองปรากฏว่าได้มีจระเข้ขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ได้พุ่งเข้ามาจู่โจมเรือของคณะมโนราห์ลำนี้จนล่มและได้เข้ากินเนื้อของชาวคณะมโนราห์แห่งนี้จนหมด

ซึ่งชาวบ้านในระแวกนั้นว่ากันว่าในขณะนั้นลำน้ำทั้งสายก็เต็มไปด้วยกลิ่นเลือดจนสถานที่แห่งนี้ได้รับขนานนามว่าเป็นวังโนราห์และชาวบ้านก็ได้ขนานนามว่านามให้กับจระเข้กินคนตัวนี้ว่า เจ้าวังโนราห์ นี่ก็จึงได้เป็นที่มาของเจ้าวังโนราห์ จระเข้กินคนแห่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี

เนื่องจากว่าจระเข้กินคนตัวนี้มีขนาดใหญ่มากๆเลยลองคิดดูว่าตัวของมันจะใหญ่ขนาดไหนถึงสามารถจมเรือสำเภาขนาดใหญ่ของคณะมโนราห์หลังจากเกิดเหตุการณ์เจ้าวังโนราห์ได้ถล่มเรือของคณะมโนราห์ลงไปไม่นานได้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้งหนึ่งได้มีชายผู้เคราะห์ร้ายสองคน

ซึ่งชายสองคนนี้ได้เป็นชาวบ้านที่ได้อาศัยอยู่แถวนั้นวันนั้นทั้งสองคนก็ได้แล่นเรือผ่านไปที่คลองอีปันที่คลองวังโนราห์แห่งนี้ในระหว่างทางทั้งสองคนดันไปพบกับเจ้าวังโนราห์เข้าวันนั้นทั้งสองคนก็ได้ล่องเรือเข้าไปในแม่น้ำอีกปันหรือแม่น้ำวังโนราห์ปกติแต่อยู่ๆทั้งสองคนนี้ก็ได้หายตัวไปอย่างปริศนา

โดยชายทั้งสองคนนี้ได้เป็นพ่อค้าหวายอยู่ในตลาดแห่งหนึ่งชาวบ้านเริ่มเอะใจว่าทั้งสองคนนี้ได้หายไปไหนหลายวันจึงได้มีการรวมชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนั้นและผู้ใหญ่บ้านได้ระดมออกจามหาชายทั้งสองคนนี้ปรากฏว่าไม่พบเจอชายทั้งสองคนนี้พบเพียงแต่เรือทั้งสองคนได้ใช้พายออกไปครั้งสุดท้าย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  alpha88

ผีหัวขาดที่โคราช

สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนใจสำหรับผู้ที่ใช้รถบนท้องถนนว่าไม่ควรที่จะขับรถอย่างประมาทควรจะมีสติและควรคำนึงถึงเพื่อนที่เขานั่งมาข้างๆด้วยเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุจริงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาหรือที่จังหวัดโคราช

สำหรับเรื่องนี้จะมีความน่ากลัวเล็กน้อยถ้าใครอ่านเพียงคนเดียวมันอาจจะทำให้คุณนอนไม่หลับก็ได้เราขอเตือนก่อน 

ในวันที่4กรกฎาคมปี2562ประมาณ4โมงเย็นรถส่งน้ำพุ่งชนรถสิบล้อที่จอดอยู่ข้างทางโดยอุบัติเหตุนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายทันทีจากข้อมูลของผู้เสียชีวิตอายุเพียงแค่20ปีได้ขออาจารย์หยุดเรียนเพื่อมาทำงานพิเศษ

เมื่อถึงในระหว่างทางผู้เสียชีวิตเป็นผู้ที่นั่งมากับเพื่อนเพื่อนเป็นคนขับในตลอดทั้งวันทั้งสองก็ได้ทำงานกันอย่างตั้งใจอุบัติเหตุมันได้เกิดในช่วงเวลาที่เขากำลังจะกลับรถของผู้เสียชีวิตที่มีเพื่อนเป็นคนขับได้ขับมายังเส้นปากช่องอยู่ใกล้ๆกับย่านคลังแสงขับมาด้วยความเร็ว130กิโลเมตรเป็นเส้นทางตรงจึงสามารถทำความเร็วได้

นอกจากนี้ได้ถึงยังที่จุดเกิดเหตุต้องการที่จะแซงซ้ายโดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าข้างหน้าของเขามันจะมีรถบรรทุกจอดอยู่และด้วยความเร็ว130กิโลเมตรทำให้ระยะในการเบรคค่อนข้างที่จะเหลือน้อยอีกทั้งมุมที่คนขับนั่งที่มุมขวาก็กรณีที่จะแซงซ้ายจะไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามีรถจอดอยู่หรือว่ามีรถซ้ายวิ่งอยู่หรือไม่

โดยเพื่อนของเขาที่ได้ขับรถมาด้วยความเร็วได้ตัดสินใจที่จะแซงซ้ายและไปปะทะเข้ากับท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างทางผู้ชีวิตชีวิตโดนเข้าไปเต็มๆและสภาพศพตอนนั้นสยองมาก

เนื่องจากว่าท้ายรถบรรทุกมีความแข็งและความคมมากรถของเขาพุ่งมาด้วยความเร็วจึงทำให้ศพของผู้เสียชีวิตั้นหัวขาดติดอยู่ในรถหลังจากเหตุการสลดดังกล่าวผ่านไปชาวบ้านที่อาศัยอยู่ระแวกนั้นจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามักจะเห็นวิญญาณของผู้ตายออกมาปรากฏอยู่ในจุดๆนั้นเสมอ

แม้ว่าทางญาติจะมีการอัญเชิญดวงวิญญาณออกไปแล้วก็ตามแต่ชาวบ้านยังได้พบเห็นกันอยู่บ่อยครั้งว่ากันว่าเคยมีเพื่อนของผู้เสียชีวิตขับรถมอเตอร์ไซค์ขับผ่านมายังที่จุดๆนั้นแล้วก็เห็นผู้เสียชีวิตยืนโบกมือเรียกเขาอยู่ด้วยความที่เขาไม่รู้ว่าเพื่อนของเขานั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว

ดังนั้นเพื่อของเขาจึงได้จอดรถรับคิดว่าเพื่อนของเขานั้นจะขอกลับบ้านด้วยในระหว่างทางที่พวกเขานั้นได้กลับไปนั้นกลับพบว่าทำไมเบาะที่เพื่อนเขานั่งมันมีความรู้สึกแปลกมันมีความเบาราวกับว่าเหมอืนไม่มีใครนั่งมาพร้อมกับเขาเลยตัดสินใจหันไปดูเพื่อนว่าอยู่หรือเปล่าปรากฏว่าพบเจอแต่ความว่างเปล่า

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    สูตรหวยยี่กี lottovip 2ตัว

ตำนานแก้วพิมพา

ซึ่งพระนางคำแก้วก็ได้เก็บกินน้อยๆหลานๆของตัวเองจนหมดคาดว่าเหตุผลที่พระนางจะต้องทำแบบนี้ก็เป้นเพราะว่านางอยากจะเป็นกษัตรย์เองนี่แหละแต่ด้วยความที่ว่ากฎเขาห้ามให้ผู้หญิงเป็นกษัตริย์บวกกับเชื้อสายของกษัตริย์ก็ยังมีอยู่อีกหลายคนเหลือเกิน

จึงได้ได้ทำให้พระเจ้านางแก้วพิมพาค่อยๆฆ่าเก็บไปทีละคนเพื่อที่สุดท้ายแล้วตนนั้นจะเป็นเป็นกษัตริย์ได้อย่างถูกทำนองครองทำจะมีแค่เพียงพระนางเท่านั้น

สำหรับเหยื่อคนแรกในเหตุการณ์ฆาตกรรมนี้นั้นก็คือลูกของพระยาล้านคำแดงมีนามว่าเจ้าพรหมทัตว่ากันว่าหลังจากที่ขุนนางได้ยกเท้าพรหมทัตขึ้นครองราชย์ได้เพียงแค่10เดือนเท่านั้นเจ้าหญิงแก้วพิมพาก็เกิดไม่พอใจกับหลานผู้นี้ด้วยสาเหตุที่ไม่ได้ระบุเอาเป็นว่าเจ้าหญิงพิมพาก็ได้สั่งให้คนพาพระเจ้าไปที่แม่น้ำคานเป็นแม่น้ำที่อยู่ใกล้ๆกับเมืองหลวงพระบาง

นอกจากนี้ก็เอาไปกดคอที่แม่น้ำหรือว่าทำให้น้ำเข้าไปในร่างกายจนทำให้พระองค์ได้เสียชีวิตไปเองกลับมาในเมืองกันต่อเมื่อกษัตริย์ได้จากไปทางเมืองก็จะต้องจัดหากษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นมา

ซึ่งจริงๆแล้วเจ้าพรหมทัตที่พึ่งถูกฆ่าไปเขาก็มีน้องอยู่แต่ทว่าตอนนี้ยังเด็กจนเกินไปเขาก็เลยไปเชิญเจ้าคำเต็มขึ้นมาให้ปกครองอาณาจักรและก็ปกครองได้อีก5เดือนเท่านั้นแหละจากนั้นก็ทำให้พระนางแก้วพิมพาเริ่มไม่พอใจกับการปกครองของกษัตริย์องค์ใหม่องค์นี้อีกกษัตริย์องค์นี้ก็ได้เลยปลดออกจากราชสมบัติ

เนื่องจากนี้มันไม่ใช่แค่เพียงปลดออกเท่านั้นได้มีข่าวลือมาว่าพระนางแก้วพิมพาต้องการที่จะปลดเขาออกจากการเป็นตำแหน่งผู้คนที่มีลมหายใจด้วยแล้วข่าวเหล่านี้ก็ได้ทราบไปถึงองค์กษัตริย์จากนั้นองค์กษัตริย์ก็เลยรีบหนีออกจากนอกเมือง

ดังนั้นเมื่องกษัตริย์ทรงหนีไปได้แค่เพียง1ปีเท่านั้นก็ได้มีข่าวว่าพระองค์ได้สวรรคตไปแล้วก็เป็นที่รู้ๆกันว่าโดนตามเก็บ

ในขณะที่เจ้าคำเต็มไปหนีพระนางแก้วพิมพาก็ได้เชิญเจ้าลือชัยขึ้นมาเป็นกษัตริย์ปกครองหลวงพระบางแต่ทว่าก็เหมือนกับชะตากรรมกับพี่เลยคืออยู่ได้เพียงแค่6เดือนพระนางแก้วพิมพาก็เริ่มที่จะไม่พอใจอีกแล้วแล้วก็ได้มีแผนการอะไรบางอย่างอยู่

นอกจากนี้จึงได้ทำให้พระเจ้าลือชัยได้ยินข่าวเข้าว่าพระองค์จะถูกฆาตกรรมก็เลยจะทำการหนีแต่คราวนี้พระนางแก้วได้เรียนรู้มาจากคราวที่แล้วแล้วจึงไม่ปล่อยให้หนีไปง่ายๆหรอกก็ได้จับตัวเจ้าลือชัยมาไว้ก่อนแต่ยังไม่ได้ทำอะไรขังเอาไว้อยู่แบบนั้นแหละ

ถึงแม้ว่ากษัตริย์จะยังไม่ถูกฆ่าแต่พระองค์ก็รู้สึกว่ามันเหมือนตายทั้งเป็นนอนไม่หลับเลยและไม่รู้ว่าวันไหนพระนางจะเข้ามาฆ่าเจ้าลือชัยจากนั้นเจ้าลือชัยก็เลยทำการปิดชีพตัวเองโดนที่ไม่ต้องรอให้พระนางแก้วมาฆ่าเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี 2ตัวล่าง lottovip

โรงเรียนเฮี้ยนทับป่าช้าเก่า จ.ยโสธร

นอกจากนี้เรื่องราวสุดเฮี้ยนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่ได้มีครูฝึกใหม่ได้ไปเจอของดีเข้าในระหว่างที่ได้เข้าไปทำการสอนวันแรกเพราะสถานที่แห่งนี้ได้สร้างทับป่าช้าเก่าและครูฝึกสอนไหม่ได้ไปเข้าห้องน้ำจากนสั้นน้ำมันก็ได้ไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา

จากนั้นเธอก็ได้ไปถามลุงภาโรงที่อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้และคำตอบที่ได้จากลุงภาโรงถึงกับทำให้ลุงแก่ตกใจเลยลุงภาโรงก็บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังมันไม่ได้ถูกเปิดใช้มานานแล้วเพราะว่าประตูมันเสียแล้วก็อะไรหลายๆอย่างมันเสียก็เลยไม่ได้มีการไปเบิกงบประมาณในการซ้อมแซม

เมื่อเธอได้ฟังคำตอบจากลุงภาโรงมันได้ทำให้เธอนั้นถึงกับอึ้งไปเลยแล้วสิ่งที่เธอได้พบเห็นนั้นมันคืออะไรกันแน่นี่มันไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เขาได้พบเจอและในขณะที่เธอนั้นในนั่งทำงานอยู่ที่ห้องพักครูเวลานั่นมันเป็นเวลา20.00นาฬิกา

ในขณะที่เธอกำลังจะกลับจากห้องพักครูก็ได้ปิดจอคอมหน้าจอก็ดับแล้วอยู่เธอก็ได้เห็นเงาสะท้อนที่สะท้อนเป็นเงายืนอยู่ด้านหลังของเธอจนได้รวบรวมความกล้าแล้วหันกลับไปปรากฏว่าไม่มีใครที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขามีเพียงแค่ภาพวาดและโต๊ะทำงานของครูท่านอื่นที่อยู่ด้านหลังของเขาหลังจากนั้นเธอก็ได้รีบเก็บข้าวของและเตรียมจะกลับไปที่บ้านพักครู

นอกจากนี้ในช่วยจังหวะที่เธอนั้นกำลังจะล็อกประตูปรากฏว่าคอมพิวเตอร์ของครูเขามันได้กลับมาเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแสงของหน้าจอมันได้สาดไปสะท้อนเงาที่อยู่ด้านหลังผ่าม่านเขาเลยตัดสินใจรีบวิ่งไปที่บ้านพักครูทันที

เมื่อเธอวิ่งกลับถึงบ้านพักครูจากนั้นเธอก็รีบล็อกบ้านปิดประตูทันทีอยู่เธอก็ได้กลิ่นเหม็นเธอก็พยายามที่จะเดินหาว่ากลิ่นมันมาจากไหนแต่ปรากฏว่าไม่พบเจอแหล่งที่มาของกลิ่นนั้นเลยจนกระทั่งเธอได้นอนไปสักพักหนึ่งนอนไปได้ระยะหนึ่งรู้สึกว่าหายใจไม่ออกมาเหมือนกับว่ามีคนมานั่งทับตัวเธอเอาไว้อยู่และเธอไม่สามารถที่จะขยับตัวได้เลย

ซึ่งเมื่อเธอได้ตั้งสติได้เธอก็ได้เอามือไปหยิบตะกรุดที่พ่อของเธอนั้นได้ให้มาเมื่อตะกรุดได้ตกมาอยู่ที่ตัวของเธออาการทุกอย่างได้หายไปทันทีเหมือนกับว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

นอกจากเหตุการณ์ที่สุดหลอนที่เธอได้พบเจอแล้วนั้นและยังได้มีครูฝึกสอนคนใหม่ๆอีกที่พบเจอกับเรื่องแปลกแบบนี้ว่ากันว่าครูคนใหม่ที่เข้ามาฝึกสอนก็มักจะเจอเรื่องสุดหลอนกันทุกรายที่ได้เข้ามาฝึกสอนยังสถานที่แห่งนี้

 

 

สนับสนุนโดย  v9bet

ตำนาน ลิโป้ 

คนๆหนึ่งที่หลายๆคนได้มองว่าเขานั้นเป็นคนไม่ดีมองว่าคนเขานั้นเป็นคนปิ้นป้อนมองว่าเขาเป็นพวกงูเห่าที่ชชอบย้ายข้างแต่เราคิดว่าเราควรจะมองคนให้ลึกให้มากขึ่นว่าชีวิตของเขานั้นผ่านอะไรมาบ้างอะไรมันคือปมของเขาแล้วทำไมเขาถึงได้เป็นคนเช่นนั้นเราเชื่อว่าทุกอย่างลวนแล้วแต่มีเหตุผลมีที่มาที่ไป

ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงตังละครตัวหนึ่งในวรรณกรรมของสามก๊กที่มีความโด่งดังอย่างเปรี้ยงปร้างแล้วก็น่าสนใจควรค่าแก่การศึกษาและถือแม้ว่าชีวิตของเขานั้นจะพลิกผันครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วเขาอาจจะจากไปก่อนวัยอันควรแต่ว่าเขาผู้นี้เป็นผู้ที่สร้างตำนานของคำว่า ยอดมาต้องเซ็กเธาว์แต่ถ้าว่ายอดคนต้องเป็นเขา และที่สำคัญเราพยายามจะสร้างเป็นทำเนียบปฏิบัติของพวกเราถ้าตัวละครในวรรณกรรมสามก๊กคนใดที่จะต้องลาโลกไปแบบไม่สมัครใจเป็นเรียบร้อยแล้วเราจะมาสรุปรวบยอดในประวัติของบุคคลสำคัญในในปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นที่เรารู้จักกันว่ายุคขุนศึก

นอกจากนี้ ลิโป้ ขุนศึกที่ใครหลายๆคนรู้จัดกันเป็นอย่างดีรู้จักกันอย่างกว้างขวางว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถในการรบที่หาผู้ใดเปรียบมิได้และหากจะว่ากันด้วยฝีมือในการปะมือกันตัวต่อตัวเราเชื่อว่าไม่มีผู้ใดเลยในแผ่นดินฮั่นในขณะนั้นที่จะสามารถเอาชนะ ลิโป้ ได้

เนื่องจากนี้ชีวิตของ ลิโป้ นั้นไม่ได้มีเรื่องราวในการสามารถการต่อสู้เท่านั้นที่เราควรค่าแก่การศึกษาควรค่าแก่การที่เราจะให้ความสนใจหากแต่ว่ายังมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอุปนิสัยใจคอแนวคิดความเชื่อรวมถึงคนรอบข้างของ ลิโป้ที่ยังสามารถเป็น อุทาหรณ์สอนใจให้กับเราได้รวมถึงเรายังสามารถเอาไปติดอาวุธทางปัญญาเป็นคลังปัญญาทางกลยุทชั้นดีให้แก่พวกเราได้อีก

ซึ่งก่อนที่เราจะไปวิเคาระห์แบบเจาะลึกให้ฟังเราต้องบอกกับคนอ่านว่าสำหรับเราไม่ได้มีอคติใดๆกับลิโป้แต่เราจะใช้ความพยายามที่จะวิเคาระห์โดยจะใช้ประสบการณ์และความเชื่อที่เราเชื่อมั่นว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดีเอามาวิเคาระห์ร่วมกันด้วย

นอกจากนี้สำหรับใครที่พร้อมแล้วที่จะไปอ่านกันเรื่องนี้มันจะสอนให้เราได้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์ของยุคก่อนที่เราไม่เคยรู้มาก่อนและเรายังสามารถนำเอาไปใช้เป็นอาวุธให้แก่ตัวเราได้อีกด้วยในการศึกษาชีวประวัติศาสตร์ในเรื่องของสามก๊กที่เรายังไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าอันไหนดี

เหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ใน รวันดา

สำหรับเรื่องประวัติศาสตร์ในสมัยก่อนที่ทุกคนอาจจะรู้กันมาบ้างแล้วและบุคคลในรุ่นหลังยังไม่รู้เราก็อยากจะเอาเรื่องสมัยก่อนมาเล่าให้คนรุ่นหลังได้รับฟังกันให้เป็นความรู้ได้เชิงด้านประวัติศาสตร์และเรื่องราวจะเป็นยังมันน่าสนใจยังไงไปดูกัน

 

เหตุการณ์ที่ 1  สำหรับเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ใน รวันดา เรื่องนี้มันก็ได้เกิดขึ้นที่เรา รวันดา ที่แอฟริกาขึ้นแม้ว่าเพื่อนในส่วนใหญ่แล้วจะยังไม่รู้จักกับสถานที่แห่งนี้กันแต่ความแต่ความที่ไม่น่าที่มันจะเกิดขึ้นก็เป็นการสูญเสียกันเป็นจำนวนมากที่มันได้เกิดขึ้นมาภายในระยะเวลาเพียงแค่100เท่านั้นเองแต่ทว่าในช่วงเวลา100วันนี้ก็มีการสูญเสียผู้คนไปเป็นตัวเลขหลักแสนหลักล้านกันเลยทีเดียว

เหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นมันก็ได้เกิดขึ้นมาในช่วงระหว่างเดือนเมษายนหรือเดือนกรกฎาคมของปี1994ได้เป็นเหตุการณ์ในการสังหารหมู่ที่ได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฮูตูและก็เผ่าพันธุ์ทุตซี่

ซึ่งเหตุการณ์นี้มันก็ได้เริ่มมาจากความดราม่าทางการเมืองนี่แหละอย่างเช่นได้มีคนที่พยายามที่จะรื้อระบอบกษัตริย์ขึ้นมารวมไปถึงการลักลอบนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งรวันดาและชื่อของเธอเราจะขอไม่กล่าวถึงเพราะอ่านไม่ออก

นอกจากนี้เหตุการณ์ในครั้งนี้มันก็ได้รามปรามไปจนได้มีผู้เสียชีวิตราวกว่า70%ของประเทศกันเลยที่เดียวอีกทั้งก็ยังได้มีการข่มขืนทางเพศกันอย่างโหดเหี้ยมที่ได้มีการส่งผลให้หลังจากนั้นก็ได้มีคนได้รับเชื้อHIVอย่างกับโปรโมชั่นลดจากแถมกันเลยทีเดียว

แม้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มันจะได้จบลงไปแล้วแต่มันก็ยังมีปัญหาที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะแก้ไขได้จนกระทั่งทุกวันนี้ก็อย่างเช่นพวกทารกที่เกิดมาพร้อมกับไม่มีพ่อแถมยังมีHIVติดตัวมาอีกแต่มันก็ยังคงเป็นปัญหาที่ทำให้ประเทศของเขาได้ดูดตึงความเจริญเอาไว้

เหตุการณ์ที่ 2สำหรับเหตุการณ์มันฝรั่งในช่วงระหว่างปี1845ถึง1849มันก็จะเป็น4ปีที่ชาวไอซ์แลนด์ต้องพบกับภัยพิบัตินานาราวกับว่าโดนพระเจ้าหันหลังใส่กันเลยทีเดียว

ในช่วงเวลานี้ก็จะมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า  “ ทุกภิกภัยครั้งใหญ่ในไอซ์แลนด์ “ ซึ่งเรื่องราวครั้งนี้มันก็ได้เกิดขึ้นจากสิ่งเดียวเลยนั่นก็คือมันฝรั่งใครจะไปคิดว่าในสิ่งที่มันดูง่ายๆที่ไม่มีพิษไม่มีภัยจะสร้างความวานป่วงให้อย่างมากมาย

จนกระทั่งมันได้เป็นเรื่องราวของชาวไอซ์แลนด์เขายังได้มีการเล่าต่อให้ลูกหลานได้ฟังในยุคนี้กันอยู่เลยคือมันฝรั่งตอนมันได้ถูกนำเอาเข้ามาในยุโรป

ซึ่งได้นำเข้ามาในลักษณะของเครื่องประดับบ้านก็มันเป็นดอกสวยๆคนก็คิดว่ามันคงจะกินไม่ได้หลังจากนั้นมันก็ได้เริ่มแปรสภาพให้กลายมาเป็นอาหารของคนชั้นสูงแล้วก็ได้แพร่ขยายปลูกกันเป็นจำนวนมากจนกระทั่งลากหญ้าที่มันสามารถกินได้ราคาถูกๆ

เนื่องจากในสมัยนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเขาคงจะเลือกมันฝรั่งพันธุ์ไหนกันมาเลือกไม่เป็นหรือว่าดูแลกันไม่เป็นก๋เลยก่อให้เกิดเชื้อโรคเชื้อราขึ้นในมันฝรั่งและมันก็มีความร้ายแรงถึงขนาดที่เป็นยาพิษที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  betbb

การพัฒนาสีของยุคสมัยเรอเนซองส์ 

เล่นในซองเป็นอีกหนึ่งชื่อของยุคศิลปะที่ได้รับความสนใจของผู้คนต่างๆเป็นยุคที่อยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ศิลปินต่างๆได้รับความสนใจในการค้นหาแนวการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ มีความเชื่อว่างานศิลปะเป็นการทำเพื่อระบายอารมณ์ถ่ายทอดทางความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในปีนี้เองเป็นปีที่จิตกรต่างๆ

และความสนใจในการแสดงภาพต่างๆเป็นภาพเขียนภาพวาดหรือแม้แต่จะเป็นการทำในส่วนของรูปร่างต่างๆที่แสดงถึงความเชื่อและสิ่งที่ตัวเอง สนใจ อย่างไรก็ตามอายุปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้นาซีของในยุคนั้นๆได้มีการเปลี่ยนแปลงสีในยุคเรเนสซองส์หรือ  In the Renaissance ได้มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาให้สามารถแสดงอารมณ์หรือถ่ายทอดขึ้นมาได้อย่างไรก็ตาม

โดยเฉพาะการสร้างภาพกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ได้สร้างแสดงให้เห็นว่าฝีมือการฝึกฝนไม่ว่าจะเป็นเส้นที่มีความประณีตหรือแม้แต่จะเป็นสีสันที่สดใสต่างๆเหล่านี้ได้มีความงามทางเสรีภาพ ทางด้านความคิดในงานศิลปะศิลปินดังกล่าวนี้ได้มีการฝึกวาดภาพระบายสีอย่างปราณีต ช่างในการทำรูปภาพต่างๆไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาพเขียนภาพวาดต่างๆนี่เอง เรื่องราวต่างๆหรือประสบการณ์ต่างๆในการทำงานศิลปะเพื่อปลูกกับการเรียนรู้โดยการเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยต่างๆ

อย่างไรก็ตามสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าผู้คนต่างๆได้มีการเรียนรู้การถ่ายทอดงานศิลปะภาพที่ขึ้นชื่อ  ปิเอโร่ เดลล่า ฟรานเซสกา เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าไม้กางเขนนี้มีจริงซึ่งเป็นภาพวาดจิตรกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่แสดงเห็นดูถ่ายทอดว่าศิลปินยุคนั้นได้มีการเรียนรู้ศิลปะในยุคเรอเนซองส์ซึ่งเป็นยุคแห่งการเจริญสูงสุดของการสร้างศิลปะต่างๆในคริสต์ศตวรรษที่ 16

โดยเฉพาะในตัวศิลปินต่างๆเหล่านี้เองได้มีการพัฒนากิจกรรมของตัวเองแต่ละชิ้นมีความเป็นตัวเองมากยิ่งขึ้นในภาวะแสดงอารมณ์หรือแม้แต่จะแสดงความคิดต่างๆ ไม่ว่าสังคมการเมือง ความเชื่อต่างๆ ก็ถูกแสดงภาพวาดด้วยนะศิลปะต่างๆอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญที่ยกตัวอย่างมา 2 ข้อ 1 ยุคที่มีความสำคัญอย่างมากที่ผู้คนต่างๆ

เริ่มมีการพัฒนารูปวาดต่างๆคือการเรียนรู้โดยเฉพาะในการพัฒนางานศิลปะต่างๆเกี่ยวกับศาสนาต่างๆเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ความเชื่อของผู้คนมีบทบาทอย่างมากที่ทำให้ศิลปะในยุคนั้นมีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามงานศิลปะในแต่ละยุคแต่ละสมัยโดยเฉพาะในยุคเรเนสซองส์ปีคริสต์ศตวรรษที่ 14 ศิลปินที่มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานหรือการพัฒนารูปแบบในการแสดงศิลปะต่างๆเหล่านี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทั้งด้านการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาการแสดงภาพวาดภาพเขียนหรือแม้แต่จะเป็นกิจกรรมต่างๆให้มีประสิทธิภาพทางด้านองค์ประกอบ ลักษณะงาน รวมทั้งที่มีเกี่ยวกับทางด้านสี นี่เป็นอีกหนึ่งยุคที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะที่ง่ายมากด้วยคือยุคเรอเนซองส์ที่ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มมีการพัฒนาการเรียนรู้หรือความคิดต่างๆที่เพิ่มมากขึ้น 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์